Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2762/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการสาขาธนาคารโจทก์ มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 ให้ ส. ซึ่งเป็นลูกค้าของโจทก์เบิกเงินเกินบัญชีไปโดยไม่ได้ทำหนังสือสัญญาและไม่มีหลักประกัน ทั้งไม่ได้รับอนุมัติจากโจทก์ตามระเบียบ เป็นการกระทำนอกเหนือขอบอำนาจจำเลยทั้งสองต้องรับผิดต่อโจทก์ การที่โจทก์ยังไม่ฟ้อง ส. ให้ชำระหนี้แก่โจทก์โดยตรงไม่อาจถือได้ว่าโจทก์ละเลยไม่บำบัดปัดป้องหรือบรรเทาความเสียหาย เพราะหนี้รายนี้ไม่มีหลักประกัน ในการที่โจทก์จะฟ้อง ส. ให้ชำระหนี้คืนแก่โจทก์โจทก์จะต้องพิจารณาทางได้เสียในทุก ๆ ทาง.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการธนาคารโจทก์สาขาราชบุรีจำเลยที่ 1 กระทำการนอกเหนืออำนาจและโดยประมาทเลินเล่อ ก่อความเสียหายให้แก่โจทก์ คือจำเลยที่ 1 ให้นายสมพร โตนุ่ม เบิกเงินเกินบัญชีไปโดยมิได้จัดทำสัญญาไว้เป็นหนังสือและไม่มีหลักประกัน ทั้งไม่ได้รับอนุมัติจากโจทก์เป็นลายลักษณ์อักษรอันเป็นการผิดระเบียบโจทก์ไม่สามารถติดตามทวงถามให้ลูกหนี้ชำระหนี้แก่โจทก์ได้ จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน ขอใหบังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 313,775.07 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 236,269.80 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยให้จำเลยที่ 2 รับผิดชำระเงินจำนวน 213,397.26 บาท

พร้อมดอกเบี้ยในอัตราดังกล่าวในต้นเงิน200,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ได้ปฏิบัติหน้าที่ในขอบอำนาจที่ได้รับมอบหมายจากโจทก์ โจทก์ยังมิได้ติดตามทวงถามให้ลูกหนี้ชำระหนี้ จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 1 มิได้กระทำโดยประมาทหรือทุจริต จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิด หากจะรับผิดก็อยู่ในวงเงิน200,000 บาทเท่านั้น ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 236,269.80 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 27 ธันวาคม2523 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้จำเลยที่ 2 ชำระแทนในจำนวนไม่เกิน 200,000 บาทจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า

จำเลยที่ 1 ให้นายสมพรเบิกเงินเกินบัญชีไปโดยไม่ได้ทำหนังสือสัญญาและไม่มีหลักประกัน ทั้งนี้โดยไม่ได้รับอนุมัติจากสำนักงานใหญ่เป็นลายลักษณอักษร อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบของโจทก์ ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าการที่โจทก์ไม่ฟ้องนายสมพรให้ชำระหนี้แก่โจทก์โดยตรง ทั้ง ๆ ที่นายสมพรมีถิ่นที่อยู่แน่นอน และเป็นผู้มีทรัพย์สินซึ่งโจทก์อาจได้รับชำระหนี้โดยสิ้นเชิงเป็นการละเลยไม่บำบัดปัดป้องหรือบรรเทาความเสียหาย ถือว่าโจทก์มีส่วนทำความผิด ให้เกิดความเสียหายหรืออีกนัยหนึ่งความเสียหายเกิดจากการละเว้นการกระทำของโจทก์ที่ไม่ยอมบำบัดปัดป้องไม่ให้ความเสียหายเกิดขึ้น จำเลยที่ 1 จึงพ้นความรับผิดนั้น เห็นว่า ดังได้วินิจฉัยแล้วว่าหนี้เบิกเงินเกินบัญชีชั่วคราวที่นายสมพรเบิกเงินเกินบัญชีไปจากโจทก์สาขาราชบุรีเป็นหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน ในการที่โจทก์จะฟ้องนายสมพร โตนุ่ม บังคับให้ชำระหนี้คืนแก่โจทก์นั้น โจทก์จะต้องพิจารณาทางได้เสียในทุก ๆ ทางดังนั้นการที่โจทก์ยังไม่ฟ้องนายสมพร ไม่อาจถือได้ว่าโจทก์ละเลยไม่บำบัดปัดป้องหรือบรรเทาความเสียหายพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เคียง บุญเพิ่ม · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1585/2529

การที่ตัวการให้สัตยาบันต่อการกระทำนอกเหนือขอบอำนาจของตัวแทนต่อบุคคลภายนอกอันมีผลทำให้นิติกรรมซึ่งไม่ผูกพันตัวการกลับเป็นผูกพันตัวการโดยตรงและทำให้ตัวแทนหลุดพ้นความรับผิดที่มีต่อบุคคลภายนอกตามประมวลกฎห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3255/2534

จำเลยที่ 3 เป็นผู้จัดการธนาคารสาขาของโจทก์ กระทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจ ปล่อยให้จำเลยที่ 1 กู้โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันกู้เบิกเงินเกินบัญชีเกินวงเงินที่ได้รับอนุญาตอันเป็นการขัดต่อร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 225/2530

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ลูกจ้างจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ชนรถยนต์ของโจทก์ และจำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนมาติดต่อตกลงเรื่องค่าเสียหาย จำเลยที่ 2 ในฐานะตัวแทนได้ทำบันทึกชดใช้ค่าซ่อมแซมร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2957/2529

จำเลยเป็นผู้จัดการธนาคารสาขาของโจทก์ได้อนุมัติให้ลูกหนี้กู้เบิกเงินเกินบัญชีผิดต่อระเบียบกฎเกณฑ์และคำสั่งของโจทก์การที่จำเลยรายงานยอดบัญชีไปให้โจทก์ทราบทุกสิ้นเดือนทุกหกเดือนและทุกสิ้นปีโดยแจ้งชื่อลูก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2568

การที่อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยว่า เหตุรถชนกันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของ ป. และผู้ตาย โดยทั้งสองฝ่ายต่างมีส่วนประมาทด้วยกันโดยไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันนั้น เป็นการใช้ดุลพินิจของอนุญาโตตุลาการในการชั่งน้ำหนัก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้