Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2752/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำเลยกรอกใบสมัครด้วยตนเองว่าจำเลยมียศร้อยโทยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัด กับแจ้งต่อผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งมีหน้าที่สอบสวนคุณสมบัติให้จดข้อความอันเป็นเท็จลงในบันทึกการสอบสวนว่า จำเลยมียศร้อยโท โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นความเท็จ ดังนี้ การกระทำของจำเลยแยกได้เป็น 2 ตอน คือจำเลยเอาใบสมัครมายื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดตอนหนึ่ง กับเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดรับใบสมัครของจำเลยแล้วทำการสอบสวนปากคำจำเลยถึงเรื่องคุณสมบัติของจำเลยอีกตอนหนึ่ง การที่จำเลยเขียนใบสมัครว่ามียศร้อยโทมายื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น เป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานแล้ว และการกระทำของจำเลยในตอนยื่นใบสมัครนี้เป็นคนละกรรมกับการกระทำในตอนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสอบสวนคุณสมบัติของจำเลยแล้วจำเลยแจ้งว่ามียศร้อยโท อันเป็นความผิดฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความเท็จลงในเอกสารราชการ หาใช่เป็นการกระทำกรรมเดียวไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๑๗ เวลากลางวัน จำเลยได้กระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกระทง ต่างกรรมต่างวาระกันคือ ก. จำเลยบังอาจใช้ยศร้อยโท (ร.ท.) ทหารบก แห่งกองทัพบกไทย โดยไม่มีสิทธิ์ตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าจำเลยมีสิทธิ์ใช้ยศดังกล่าวได้ ข. จำเลยบังอาจแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่นายบรรโลม ภุชงคกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย มีหน้าที่รับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน โดยกรอกข้อความลงในใบสมัครของจำเลยว่า จำเลยมียศเป็นร้อยโท (ร.ท.) แห่งกองทัพบกไทย ยื่นต่อนายลรรโลม ภุชงคกุล ความจริงจำเลยไม่ได้รับพระราชทานยศดังกล่าว การกระทำของจำเลยอาจทำให้นายบรรโลม

ภุชงคกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กองทัพบกไทย และผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ค. จำเลยบังอาจแจ้งให้นายบรรโลม ภุชงคกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนซึ่งเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่สอบสวนคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จดข้อความอันเป็นเท็จลงในบันทึกการสอบสวนคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๑๗ อันเป็นเอกสารราชการสำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานว่าจำเลยคือร้อยโท (ร.ท.) สมาน ชมภูเทพ ความจริงจำเลยไม่ได้รับพระราชทานยศดังกล่าว การกระทำของจำเลยน่าจะเกิดความเสียหายแก่นายบรรโลม ภุชงคกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กองทัพบกไทย และผู้อื่นหรือประชาชน และเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๑๗ เวลากลางวัน

จำเลยบังอาจใช้ครุยวิทยฐานะปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิต ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยสวมถ่ายรูปโดยไม่มีสิทธิ์ แล้วเอามาแสดงเป็นหลักฐานในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เพื่อให้เอาไปปิดประกาศให้ประชาชนทราบ การกระทำดังกล่าวเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าจำเลยมีสิทธิ์ใช้ครุยปริญญาตรีนิติศาสตร์บัณฑิตของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗, ๑๔๖, ๒๖๗ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. ๒๔๙๕ มาตรา ๔๙

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. ๒๔๙๕ มาตรา ๔๙ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๖, ๒๖๗ รวมโทษจำคุก ๙ เดือน และปรับ ๙๐๐ บาท คำรับของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุก ๖ เดือน ปรับ ๖๐๐ บาท แต่ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด ๒ ปี

โจทก์อุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗ ด้วย ฯลฯ

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗ อีกกระทงหนึ่ง ให้จำคุก ๑ เดือน รวมโทษจำเลยหกกระทงความผิดเป็นจำคุก ๑๐ เดือน และปรับ ๖๐๐ บาท โดยไม่รอการลงโทษจำคุกให้จำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยใช้ยศร้อยโทแห่งกองทัพบกไทยและใช้ครุยวิทยฐานะนิติศาสตร์บัณฑิตของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ถ่ายรูปเพื่อนำมาเป็นหลักฐานสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูนโดยไม่มีสิทธิ์ และในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน จำเลยกรอกใบสมัครด้วยตนเองว่าจำเลยมียศร้อยโท ยื่นต่อนายบรรโลม ภุชงคกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กับแจ้งต่อนายบรรโลม ภุชงคกุล ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่สอบสวนคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้จดข้อความอันเป็นเท็จลงในบันทึกการสอบสวนซึ่งเป็นเอกสารราชการว่าจำเลยมียศร้อยโท โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นความเท็จ

วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยแยกได้เป็น ๒ ตอน คือจำเลยเอาใบสมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมายื่นต่อนายบรรโลม ภุชงคกุล ตอนหนึ่ง กับเมื่อนายบรรโลม ภุชงคกุล รับใบสมัครของจำเลยแล้ว ทำการสอบสวนปากคำจำเลยถึงเรื่องคุณสมบัติของจำเลยอีกตอนหนึ่ง การที่จำเลยเขียนใบสมัครว่ามียศร้อยโทซึ่งเป็นความเท็จมายื่นต่อนายบรรโลม ภุชงคกุล นั้น เป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานแล้ว และการกระทำของจำเลยในตอนยื่นใบสมัครนี้เป็นคนละกรรมกับการกระทำในตอนที่นายบรรโลม ภุชงคกุล สอบสวนคุณสมบัติของจำเลย แล้วจำเลยแจ้งว่ามียศร้อยโท อันเป็นความผิดฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความเท็จลงในเอกสารราชการหาใช่เป็นการกระทำกรรมเดียวไม่ จำเลยจึงมีความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗ อีกกระทงหนึ่ง ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษจำคุกนั้น ศาลฎีกาเห็นสมควรให้รอการลงโทษจำเลยไว้

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ มีกำหนด ๒ ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กฤษณ์ โสภิตกุล · จันทร์ ระรวยทรง · ชุบ วีระเวคิน
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดลำพูน - ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์
ศาลอุทธรณ์ - นายแต่ง ทองภักดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้