Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2750/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยซื้อตึกและเช่าที่ดินที่ตึกนั้นตั้งอยู่ จึงมีนิติกรรมสองรายซึ่งแยกจากกันได้ คือนิติกรรมซื้อขายกับนิติกรรมเช่าที่ดิน นิติกรรมซื้อขายตึกเป็นสัญญาต่างตอบแทนส่วนการเช่าที่ดินเมื่อจำเลยมิได้ให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างใดๆ แก่โจทก์เป็นพิเศษจึงเป็นสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ธรรมดา มิใช่สัญญาต่างตอบแทนพิเศษนอกเหนือจากสัญญาเช่าธรรมดาและตกอยู่ภายใต้บังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538เมื่อครบกำหนดการเช่าแล้ว จำเลยยังครองที่ดินอยู่โดยโจทก์มิได้ทักท้วงถือว่าคู่สัญญาเป็นอันได้ทำสัญญากันต่อไปไม่มีกำหนดเวลา ก็ต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 566 เมื่อโจทก์ได้แจ้งบอกเลิกการเช่าให้จำเลยทราบไว้ถูกต้องตามบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว สัญญาเช่าที่ดินพิพาทเป็นอันสิ้นสุดลงและจำเลยไม่มีสิทธิที่จะอยู่ในที่ดินพิพาทในฐานะผู้เช่าต่อไปได้อีก หลังจากนั้นจึงเป็นการอยู่โดยละเมิดอันจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซื้อตึกแถวจากโจทก์และเช่าที่ดินอันเป็นที่ตั้งตึกแถวนี้จากโจทก์ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ เมื่อหมดอายุสัญญาเช่าแล้ว จำเลยยังคงอยู่ในที่ดินต่อมาในฐานะผู้เช่าโดยไม่มีหนังสือสัญญา จำเลยค้างค่าเช่า โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยเช่าที่ดินต่อไป ได้บอกกล่าวเลิกการเช่ากับจำเลยแล้ว จำเลยไม่ยอมออก ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินโจทก์ ให้จำเลยชำระค่าเช่าและค่าเสียหายจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ที่ดินและตึกแถวเป็นของโจทก์จริง จำเลยซื้อตึกแถวจากผู้แทนโดยชอบธรรมของโจทก์ซึ่งขณะนั้นกำลังเป็นผู้เยาว์อยู่ โดยตกลงเช่าที่ดินมีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่า 25 ปี ทั้งนี้ เป็นสัญญาต่างตอบแทนมิฉะนั้นจำเลยคงจะไม่ซื้อตึกแถว

ต่อมาโจทก์ให้จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินกับโจทก์ โดยแจ้งว่ายินยอมให้เช่าจนครบกำหนด 25 ปี แต่ให้ทำสัญญากันคราวละ1 ปี ทุกปีไปจนครบกำหนด และขอขึ้นค่าและเรียกค่าต่อสัญญาครั้งละ 500บาท จำเลยตกลงยอมทำสัญญาตามที่โจทก์ต้องการและไม่เคยผิดนัดชำระค่าเช่าโจทก์เองไม่ยอมรับชำระค่าเช่าโดยจะเรียกเงินกินเปล่าจากจำเลย จำเลยไม่ยอมให้โจทก์จึงหาเหตุฟ้องขับไล่ซึ่งเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์รับเงินค่าเช่าเป็นรายเดือนตามปกติโดยยอมให้จำเลยเช่าที่ดินต่อไปจนครบ 25 ปีโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า มารดาโจทก์ไม่เคยตกลงให้จำเลยเช่าที่ดินเป็นเวลา 25 ปี ขณะที่จำเลยเช่าที่ดินนั้นโจทก์ยังเป็นผู้เยาว์มารดาโจทก์ใช้อำนาจปกครองทำสัญญาให้เช่าที่ดิน ซึ่งจะมีผลใช้บังคับได้ไม่เกิน 3 ปี

เพราะไม่ได้รับอนุญาตจากศาล หากมารดาโจทก์รับปากว่าจะให้เช่าที่ดินนาน 25 ปีก็เป็นโมฆะ เพราะขัดต่อกฎหมายและไม่เข้าลักษณะอันเป็นสัญญาต่างตอบแทนเนื่องจากการที่จำเลยซื้อตึกแถวเป็นนิติกรรมอันหนึ่ง และการเช่าที่ดินเป็นนิติกรรมอีกอันหนึ่งซึ่งแยกออกจากกันได้เด็ดขาด ไม่เหมือนกับการออกเงินช่วยค่าก่อสร้างตึกแถว แล้วทำสัญญาเช่าต่อกัน โจทก์ไม่ได้ตกลงให้จำเลยเช่าที่ดินเป็นเวลา 25 ปีโจทก์ใช้สิทธิโดยสุจริตตลอดมาไม่เคยเรียกร้องเงินจากจำเลย โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยเช่าที่ดินต่อไป ขอให้ยกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ในคำขอที่ให้ขับไล่และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างจากที่ดิน แต่ให้จำเลยชำระค่าเช่าเดือนละ 200 บาทไปตลอดระยะเวลาที่จำเลยเช่าที่ดินพิพาทอยู่ ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยเกี่ยวกับการเช่าที่ดินไปจนครบ 25 ปีโจทก์และจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาท ให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ดินและใช้ค่าเสียหายจนกว่าจำเลยจะรื้อสิ่งปลูกสร้างและออกไปจากที่ดินพิพาทจำเลยฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า

โจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท จำเลยซื้อตึกซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินพิพาทจากคุณหญิงหวานมารดาโจทก์ ซึ่งใช้อำนาจปกครองโจทก์ที่ยังเป็นผู้เยาว์อยู่ ในครั้งแรกจำเลยเช่าตึกก่อนแล้วจึงขอซื้อด้วยการผ่อนชำระ และได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ จำเลยอยู่ในตึกด้วยการถือกรรมสิทธิ์และเช่าที่ดินของโจทก์โดยมิได้ทำสัญญาเช่า ต่อมาจึงได้ทำสัญญาเช่าที่ดินพิพาทจากโจทก์มีกำหนดระยะเวลา 1 ปี หลังจากนี้ไม่ได้ทำหนังสือสัญญาเช่าที่ดินกันอีก แต่จำเลยคงอยู่ในที่ดินพิพาทต่อมาโดยเสียค่าเช่า ที่จำเลยอ้างว่าสัญญาเช่าเป็นสัญญาต่างตอบแทนศาลฎีกาเห็นว่า สำหรับสัญญาซื้อขายตึกเป็นสัญญาต่างตอบแทนจริง แต่แยกออกได้โดยเด็ดขาดจากสัญญาเช่าโดยกฎหมายบัญญัติแยกบังคับไว้แตกต่างกันตามมาตรา 456 และมาตรา 538 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

การเช่าที่ดินพิพาทเป็นสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ตามธรรมดา ถ้าจำเลยมิได้ให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์ใด ๆ แก่โจทก์เป็นกรณีพิเศษ ไม่ทำให้เกิดเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษนอกเหนือจากสัญญาเช่าธรรมดาจึงต้องอยู่ภายใต้บังคับของมาตรา 538 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ จึงไม่มีผลเป็นสัญญาเช่าที่ใช้บังคับได้ถึง 25 ปี ตามข้ออ้างของจำเลย การที่จำเลยยอมทำสัญญาเช่าใหม่มีกำหนด 1 ปี ทั้ง ๆ ที่ยังอยู่ในกำหนดระยะเวลา 25 ปี แสดงให้เห็นว่าไม่น่าจะมีการตกลงเช่าที่ดินกันไว้นาน 25 ปี การที่หนังสือสัญญาเช่ามีกำหนดระยะเวลาเช่าไว้ 1 ปี เมื่อครบกำหนดอายุการเช่าแล้ว

จำเลยยังครองที่ดินพิพาทอยู่โดยโจทก์มิได้ทักท้วง จึงถือว่าคู่สัญญาได้ทำสัญญากันต่อไปไม่มีกำหนดเวลา ทำให้ตกอยู่ภายใต้บังคับของมาตรา 566 แห่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เมื่อโจทก์ได้แจ้งบอกเลิกการเช่าให้จำเลยทราบไว้ถูกต้องตามบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว สัญญาเช่าที่ดินพิพาทเป็นอันสิ้นสุดลง และจำเลยไม่มีสิทธิที่จะอยู่ในที่ดินพิพาทในฐานะผู้เช่าต่อไปได้อีก หลังจากนั้นจึงเป็นการอยู่โดยละเมิดอันจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวัสดิ์ สุขศรีวงษ์ · บัญญัติ สุชีวะ · พิสัณห์ ลีตเวทย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้