Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2747/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ว่าตามกรมธรรม์ประกันภัยข้อ3.7.5ระบุว่าการประกันภัยนี้ไม่คุ้มครองความเสียหายอันเกิดจากการขาดการใช้รถยนต์ซึ่งหมายความว่าจำเลยที่1ผู้รับประกันภัยไม่ต้องรับผิดในความเสียหายส่วนที่เกิดแก่โจทก์ผู้เอาประกันภัยที่ไม่อาจใช้ประโยชน์จากรถยนต์ที่ประกันภัยเนื่องจากอุบัติเหตุจนรถยนต์เสียหายใช้การไม่ได้กล่าวคือค่าขาดประโยชน์ส่วนนี้เริ่มนับแต่รถยนต์ที่ประกันภัยเกิดอุบัติเหตุเสียหายใช้การไม่ได้จนกระทั่งซ่อมเสร็จใช้การได้ตามปกติโจทก์จะเรียกร้องค่าขาดประโยชน์ส่วนนี้จากจำเลยที่1ไม่ได้เพราะเข้ายกเว้นความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยข้อ3.7.5ดังกล่าวก็ตามแต่ความเสียหายที่เป็นค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ของโจทก์ตามฟ้องเป็นค่าขาดประโยชน์ที่เกิดขึ้นหลังจากซ่อมรถยนต์ของโจทก์เสร็จแล้วและเกิดจากเหตุที่จำเลยที่1ไม่ยอมชำระค่าซ่อมครบถ้วนแก่ผู้ซ่อมทำให้ผู้ซ่อมใช้สิทธิยึดหน่วงรถยนต์ของโจทก์ไว้ทำให้โจทก์ขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ของโจทก์ดังกล่าวเป็นคนละส่วนกับค่าขาดประโยชน์ที่จำเลยที่1ไม่ต้องรับผิดตามกรมธรรม์ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกันเพราะเกิดจากคนละเหตุโจทก์จึงเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ส่วนนี้ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์คันหมายเลขทะเบียนน-9090 เชียงราย จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย โจทก์เอาประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าวไว้แก่จำเลยที่ 1 ในวงเงินประกัน 80,000 บาท ต่อมาในระหว่างอายุประกันภัยรถยนต์ของโจทก์ได้เกิดอุบัติเหตุชนกับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน น-6107 ชุมพร โดยไม่ใช่ความผิดของโจทก์ และเจ้าของรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน น-6107 ชุมพร ได้ชำระเงิน50,000 บาท ให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นลูกจ้างหรือตัวแทนตกลงนำรถยนต์ของโจทก์ไปซ่อมที่อู่ณรงค์การช่างเมื่อซ่อมรถยนต์ของโจทก์เสร็จแล้วจำเลยที่ 1 ไม่ยอมชำระค่าซ่อมทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย

ไม่อาจนำรถยนต์ของโจทก์ออกจากอู่ได้โจทก์ต้องไปเช่ารถยนต์ของบุคคลอื่นมาใช้ระหว่างนั้นด้วยอัตราค่าเช่าวันละ 800 บาท เป็นเวลา 11 เดือน 2 วัน เป็นเงิน265,600 บาท ซึ่งจำเลยทั้งสองต้องรับผิดพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2534 จนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 28 วัน เป็นเงิน 1,528.10 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น267,128.10 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน267,128.10 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน265,600 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า ความเสียหายอันเกิดจากการขาดประโยชน์การใช้รถยนต์ของโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องเพราะกรมธรรม์ประกันภัยไม่ได้คุ้มครองไว้

จำเลยที่ 2 ปฏิบัติหน้าที่ตามขอบอำนาจที่จำเลยที่ 1 มอบหมาย มิได้ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 66,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2จำเลย ที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำเลย ที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญารับประกันภัยรถยนต์ของโจทก์ไว้ ต่อมารถยนต์ของโจทก์ถูกรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน น-6107 ชุมพร ชนโดยละเมิดได้รับความเสียหายโจทก์นำรถยนต์ไปให้อู่ณรงค์ชัยการช่างซ่อมโดยความยินยอมของจำเลยที่ 1 ตกลงค่าซ่อม 95,000 บาทอู่ณรงค์ชัยการช่างซ่อมรถยนต์ของโจทก์เสร็จเมื่อวันที่ 5สิงหาคม 2533 จำเลยที่ 1 ชำระค่าซ่อมแก่อู่ณรงค์ชัยการช่างเพียง 64,000 บาท

ส่วนที่ขาดอีก 31,000 บาท จะให้โจทก์เป็นผู้ชำระซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของโจทก์ เป็นเหตุให้อู่ณรงค์ชัยการช่างยึดหน่วงรถยนต์ของโจทก์ไว้ จนกระทั่งจำเลยที่ 1 ยอมชำระค่าซ่อมส่วนที่ค้างแก่อู่ณรงค์ชัยการช่าง โจทก์จึงได้รับรถยนต์คืนมาเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2534 โจทก์มาฟ้องเรียกค่าขาดประโยชน์การใช้รถยนต์ส่วนที่เกิดขึ้นหลังจากซ่อมรถยนต์เสร็จนับแต่วันที่20 สิงหาคม 2533 ถึงวันที่ 22 กรกฎาคม 2534 อันเป็นวันที่โจทก์ได้รับรถยนต์คืนจากอู่ณรงค์ชัยการช่างคดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า โจทก์จะเรียกร้องค่าขาดประโยชน์การใช้รถยนต์จากจำเลยที่ 1 ตามฟ้องได้หรือไม่เห็นว่า ตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย

จ.4ข้อ 3.7.5 ระบุว่า "การยกเว้นความเสียหายต่อรถยนต์ การประกันภัยนี้ไม่คุ้มครองความเสียหายอันเกิดจากการขาดการใช้รถยนต์"หมายความว่า จำเลยที่ 1 ผู้รับประกันภัยไม่ต้องรับผิดในความเสียหายส่วนที่เกิดแก่โจทก์ผู้เอาประกันภัยที่ไม่อาจใช้ประโยชน์จากรถยนต์ที่ประกันภัย เนื่องจากอุบัติเหตุจนรถยนต์เสียหายใช้การไม่ได้ กล่าวคือค่าขาดประโยชน์ส่วนนี้เริ่มนับแต่รถยนต์ที่ประกันภัยเกิดอุบัติเหตุเสียหายใช้การไม่ได้จนกระทั่งซ่อมเสร็จใช้การได้ตามปกติ โจทก์จะเรียกร้องค่าขาดประโยชน์ส่วนนี้จากจำเลยที่ 1 ไม่ได้ เพราะเข้ายกเว้นความรับผิดตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัยข้อ 3.7.5 ดังกล่าว แต่ความเสียหายที่เป็นค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ของโจทก์ตามฟ้อง เป็นค่าขาดประโยชน์เกิดขึ้นหลังจากซ่อมรถยนต์ของโจทก์เสร็จแล้วและเกิดจากเหตุที่จำเลยที่ 1 ไม่ยอมชำระค่าซ่อมครบถ้วนแก่ผู้ซ่อมทำให้ผู้ซ่อมใช้สิทธิยึดหน่วงรถยนต์ของโจทก์ไว้

ทำให้โจทก์ขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ของโจทก์ดังกล่าว จึงเป็นคนละส่วนกับค่าขาดประโยชน์ที่จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดตามสัญญากรมธรรม์ดังกล่าวมาแล้วข้างต้นซึ่งไม่เกี่ยวข้องกันเพราะเกิดจากคนละเหตุโจทก์จึงเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ตาฟ้องได้จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดต่อโจทก์จะอ้างเอาข้อยกเว้นความรับผิดตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัยข้อ 3.7.5 เพื่อให้ตนพ้นความรับผิดอันตนเป็นผู้ก่อขึ้นแก่โจทก์ไม่ได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิชิน สุขนทีธรรม · สมมาตร พรหมานุกูล · กอบเกียรติ รัตนพานิช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2567

จำเลยรื้อรั้วกำแพงที่พิพาทซึ่งเป็นสาธารณูปโภคของโครงการจัดสรรที่ดินของโจทก์ จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ แม้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 6170 ,6171 ซึ่งเป็นที่ตั้งของรั้วกำแพงที่พิพาทไปให้แก่ผู้อื่นก่อนท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 742/2567

การที่โจทก์และจำเลยทำบันทึกข้อตกลงปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามคำพิพากษาเพื่อผ่อนปรนการชำระหนี้กันเป็นไปเพื่อประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายกล่าวคือ โจทก์ได้รับการผ่อนเวลาชำระหนี้และไม่ต้องกังวลว่าจำเลยจะดำเนินการบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 464/2567

เหตุแห่งการละเมิดของจำเลยที่ 2 เป็นผลโดยตรงทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้อาคารของโจทก์ในการประกอบกิจกรรมบริการเชิงเศรษฐกิจการพาณิชย์ได้ เนื่องเพราะสำนักงานเขตบางกะปิมีหนังสือถึงโจทก์แจ้งว่าอาคารมีสภาพที่อาจเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2619/2562

ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปแจ้งความและให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำโจทก์ร่วม เป็นค่าเสียหายโดยตรงอันเกิดจากการทำละเมิดของจำเลย โจทก์ร่วมจึงมีสิทธิเรียกร้องจากจำเลยผู้กระทำละเมิดได้

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้