Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2746/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทั้งสองหลอกลวงว่าเด็กชาย ว. บุตรของตน เทพให้มาเกิดได้รับยกย่อง ว่าเป็นอาจารย์น้อย เป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์ รักษาโรคต่าง ๆได้ประชาชนที่ไปรับการรักษาต้องนำเงิน 12 บาทพร้อมด้วยดอกไม้ธูป เทียนใส่จานไปยื่นให้จำเลย โดยนำไปวางไว้ที่ขันน้ำจำนวน 6 ใบแล้วจำเลยที่ 1 จะจุดเทียนหยด น้ำตา เทียนในขันและบอกว่าน้ำดังกล่าวเป็นน้ำมนต์ใช้รักษาโรคได้ ซึ่งมีจำเลยที่ 2 คอยช่วย ตัก น้ำเพื่อใช้ทำน้ำมนต์ จำเลยที่ 1 จะเป็นผู้หยิบเอาดอกไม้ธูป เทียนและเงิน 12 บาทไป การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการกระทำให้ปรากฏแก่สายตา ประชาชนและเป็นการร่วมกันโดยทุจริตโดยกระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง มีความผิดฐานฉ้อโกงตาม ป.อ. มาตรา 343.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,341,343 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินให้แก่ประชาชนที่ถูกหลอกลวงคนละ 12 บาทรวมทั้งสิ้น 3,000 บาทถ้วนจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 จำคุกคนละ 1 ปี คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา คงจำคุกคนละแปดเดือน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินแก่ประชาชนที่ถูกหลอกลวงคนละ 12 บาท รวมเป็นเงิน 3,000 บาทจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ไม่ปรากฏจากทางนำสืบของโจทก์ถึงเหตุที่เกิดข่าวเล่าลือในเรื่องนี้ แต่ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์จำเลยนำสืบรับกันฟังได้ว่า

มีประชาชนจำนวนมากเชื่อตามข่าวเล่าลือแล้วมารับการรักษาโรคโดยอาศัยน้ำมนต์ของเด็กชายวุ่นหรืออาจารย์น้อย ถึงขนาดมีการนำไม้กั้นเก็บค่าผ่านทางที่รถยนต์จะผ่านเข้าไปด้วยเกี่ยวกับการกระทำของจำเลยโจทก์มีนายสถารัฐ สุขสมบูรณ์ เบิกความว่าวันที่ 26 เมษายน 2527 ไปพบชายหญิงชรา 2 คนอยู่ในบ้านจำเลยทั้งสอง บอกกับตนว่าเป็นชาวอำเภอหล่มสักมารักษาตาที่มองไม่เห็นแล้วสามารถมองเห็นได้ จำเลยที่ 1 ยังบอกกับนายสถารัฐว่าบุตรของตนเทพให้มาเกิด ทั้งว่าเอาปัสสาวะของเด็กชายวุ่นหรืออาจารย์น้อยหยดใส่ตาชายหญิงชรา 2 คนดังกล่าว แล้วก็หายตาบอดพร้อมทั้งชี้ไปยังคนดังกล่าวด้วย ร้อยตำรวจตรีสุชาติ สุขสมบูรณ์ เบิกความถึงเรื่องที่ชาวบ้านบอกแก่ตนว่า

จำเลยทั้งสองแจ้งว่ามีผู้มารับการรักษาหายจากโรคไปแล้วเป็นจำนวนมาก ส่วนตอนทำพิธีนายสถารัฐและร้อยตำรวจตรีสุชาติต่างเบิกความต้องคำกันฟังได้ว่า ประชาชนที่ไปรับการรักษาต้องนำเงิน12 บาทพร้อมด้วยดอกไม้ธูปเทียนใส่จานไปยื่นให้จำเลย โดยนำไปวางไว้ที่ขันน้ำจำนวน 6 ใบ ที่วางอยู่หน้ากระถางธูป จากนั้นจำเลยที่ 1จะจุดเทียนหยดน้ำตาเทียนลงในขัน บอกว่าน้ำดังกล่าวเป็นน้ำมนต์ใช้รักษาโรคได้ให้ประชาชนเอาใส่ภาชนะอื่นไป มีจำเลยที่ 2 นั่งอยู่ข้างจำเลยที่ 1 คอยช่วยตักน้ำเพื่อใช้ทำน้ำมนต์จำเลยที่ 1 จะหยิบเอาดอกไม้ธูปเทียนและเงิน 12 บาท แล้วส่งจานเปล่าคืนให้คนต่อไปปฏิบัติเช่นคนแรก ๆ เห็นว่าการที่จำเลยทั้งสองจัดเตรียมกระถางธูปขัน 6 ใบสำหรับทำน้ำมนต์มาตั้งไว้และทำน้ำมนต์โดยกล่าวเสริมว่าน้ำมนต์นี้ใช้รักษาโรคได้แล้วเก็บเงินค่าครูรวมทั้งดอกไม้ธูปเทียนไว้ และในชั้นสอบสวนจำเลยทั้งสองก็ให้การยอมรับมีใจความอย่างเดียวกันนั้น โดยจำเลยที่ 1 ว่าเป็นการเล่าเรื่องตามความจริงที่เป็นมาซึ่งตามความเป็นจริงย่อมเป็นที่รู้กันทั่วไปรวมทั้งจำเลยทั้งสองว่าน้ำมนต์ไม่ใช่ยารักษาโรค แต่จำเลยทั้งสองกลับกล่าวอวดอ้างว่าเด็กชายวุ่นซึ่งได้รับยกย่องว่าเป็นอาจารย์น้อยเป็นคนมีบุญ

เพราะเทพให้มาเกิดทำนองว่าเป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์ทำให้ประชาชนหลงเชื่อว่าน้ำมนต์เป็นของศักดิ์สิทธิ์สามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้ ทั้งมีการจัดอุปกรณ์ดังกล่าวและทำน้ำมนต์ให้ปรากฏแก่สายตาประชาชน อันล้วนแต่เป็นการหลอกลวงประชาชนทั้งสิ้น จึงเป็นการร่วมกันทุจริตโดยกระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง ที่จำเลยทั้งสองนำสืบว่าประชาชนมารับการรักษาและให้เงินแก่เด็กชายวุ่นหรืออาจารย์น้อยเพื่อเป็นค่านมและค่าอาหารโดยจำเลยมิได้กำหนดหรือเรียกร้องนั้น ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ จำเลยจึงมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามฟ้องแต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 โดยไม่ระบุวรรคใดนั้น เห็นสมควรระบุเสียให้ถูกต้องพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 วรรคแรก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์".

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้