Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2743/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อในชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นเรื่องคดีโจทก์ขาดอายุความไว้ และโจทก์ก็มิได้โต้แย้งคัดค้านนั้นปัญหาที่ว่าคำให้การจำเลยในเรื่องอายุความได้แสดงเหตุผลไว้โดยชัดแจ้งหรือไม่จึงไม่มีประเด็นในชั้นศาลอุทธรณ์ ทั้งปัญหานี้ไม่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ดังนั้นการที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัยแล้วพิพากษายกอุทธรณ์จำเลยจึงไม่ชอบ คดียังคงมีประเด็นที่ศาลอุทธรณ์จะต้องวินิจฉัยต่อไปในเรื่องอายุความ แต่เมื่อศาลฎีกาเห็นสมควรก็วินิจฉัยประเด็นข้อนี้ไปได้โดยไม่ต้องย้อนสำนวนคืนให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาการที่จำเลยต่อสู้คดีว่าที่พิพาทเป็นของมารดาจำเลยและจำเลยครอบครองแทนเกินกว่า 10 ปี จนได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 แล้วนั้น เห็นได้ว่าจำเลยหรือมารดาจำเลยย่อมจะครอบครองปรปักษ์ในที่ดินของตนเองไม่ได้ กรณีจึงไม่ใช่เรื่องขาดอายุความ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินที่โจทก์ยอมให้จำเลยปลูกเรือนไม้เพื่ออยู่อาศัย ต่อมาโจทก์ประสงค์จะใช้ที่ดินแปลงนี้ทำประโยชน์อย่างอื่นจึงบอกให้จำเลยรื้อถอนเรือนออกไป จำเลยยังดื้อดึงอยู่อาศัยเรื่อยมาขอศาลบังคับให้จำเลยรื้อถอนเรือนออกไปให้พ้นเขตที่ดินโจทก์และห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไปจำเลยให้การว่า บ้านที่โจทก์ฟ้องเป็นของมารดาจำเลย ปลูกอยู่ในที่ดินมารดาจำเลยเกินกว่า 10 ปีแล้ว จำเลยได้อาศัยครอบครองโดยสุจริตเปิดเผยมีเจตนาเป็นเจ้าของแทนมารดาจำเลยมาโดยตลอด โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องและคดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกฟ้องโจทก์ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาท จำเลยไม่มีสิทธิอยู่ในที่ดินของโจทก์ คดีโจทก์ยังไม่ขาดอายุความ พิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านเรือนออกจากที่ดินโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องในที่ดินจำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายที่ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า

จำเลยให้การแต่เพียงว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความแล้ว มิได้แสดงเหตุผลโดยชัดแจ้งว่าขาดอายุความเพราะเหตุใดไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 จึงไม่มีประเด็นแม้ศาลชั้นต้นจะรับวินิจฉัยก็ถือว่าเป็นปัญหาที่ไม่ได้ว่ากล่าวกันมาในศาลชั้นต้นจำเลยไม่มีสิทธิอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกอุทธรณ์จำเลยจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ในชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้แล้วว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ โจทก์มิได้โต้แย้งคัดค้านแต่ประการใด และศาลชั้นต้นก็รับวินิจฉัยให้แล้ว ปัญหาที่ว่าคำให้การของจำเลยในเรื่องอายุความได้แสดงเหตุผลไว้โดยชัดแจ้งชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 หรือไม่ จึงไม่มีประเด็นขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ทั้งปัญหาข้อนี้ไม่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกขึ้นเองแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา จึงยังมีประเด็นที่ศาลอุทธรณ์จะต้องวินิจฉัยต่อไปว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ซึ่งศาลฎีกาเห็นสมควรจะได้วินิจฉัยในประเด็นข้อนี้ไปทีเดียว โดยไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนคืนไปให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่คดีนี้จำเลยต่อสู้ว่า ที่ดินเป็นของมารดาจำเลย จำเลยครอบครองแทนมารดาตลอดมาเกินกว่า 10 ปีแล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ซึ่งคงหมายถึงว่า มารดาจำเลยครอบครองที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 แล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิมาฟ้อง เมื่อจำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของมารดาจำเลยและจำเลยครอบครองแทนเช่นนี้ จำเลยหรือมารดาจำเลยย่อมจะครอบครองปรปักษ์ในที่ดินของตนเองไม่ได้ กรณีไม่ใช่เรื่องขาดอายุความพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พินิจ สังขนันท์ · ทวี กสิยพงศ์ · พิพัฒน์ จักรางกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2889/2536

ที่ดินมือเปล่า ไม่สามารถมีกรรมสิทธิ์ และไม่มีกรณีที่จะได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 โจทก์อุทธรณ์ว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่าย่อมครอบครองปรปักษ์ไม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นนำประมวล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3389/2536

การที่จำเลยให้การต่อสู้โจทก์เพียงว่าโจทก์ไม่ได้เป็นผู้ทรงเช็คพิพาทโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น โดยหาได้ยกข้อเท็จจริงขึ้นกล่าวอ้างเพื่อให้เป็นประเด็นให้ศาลวินิจฉัยด้วยว่าเหตุใดหรือด้วยวิธีอย่างใดโจทก์จึงไม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7463/2553

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 563 บัญญัติว่า คดีอันผู้ให้เช่าจะฟ้องผู้เช่าเกี่ยวแก่สัญญาเช่านั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดหกเดือน นับแต่วันส่งคืนทรัพย์สินที่เช่าการที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระค่าป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6408/2550

จำเลยให้การว่า จำเลยเบิกถอนเงินจากโจทก์เพียง 10,000 บาท และผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์เรื่อยมา จำเลยชำระหนี้โจทก์ครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนธันวาคม 2540 เมื่อนับแต่วันที่จำเลยผิดนัดชำระหนี้เมื่อเดือนธันวาคม 2540…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5622/2548

คำให้การจำเลยไม่มีลายมือชื่อจำเลยหรือทนายจำเลยผู้ยื่นคำให้การ จึงเป็นคำคู่ความที่ไม่บริบูรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 67 (5) การที่ทนายจำเลยลงลายมือชื่อในช่องหมายเหตุท้ายคำให้การจำเลยแผ่นแรก ไม่ใช่เป็นการลงลา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้