Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 274/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยที่ 2 ขับรถในวันเกิดเหตุเป็นการปฏิบัติงานตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 แม้เหตุจะเกิดในขณะที่จำเลยที่ 2 ขับรถเอามาเก็บ และก่อนเกิดเหตุจำเลยที่ 2 จะใช้รถขับไปเที่ยวมาก่อนก็ถือว่าขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายจากจำเลยที่ 1 การกระทำละเมิดของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการกระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 ดังนี้จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 2 ในความเสียหายจากการทำละเมิดนั้น.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุก หมายเลขทะเบียน 4ย-1791 กรุงเทพมหานครจำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ขับรถยนต์บรรทุกดังกล่าวไปส่งคนงานตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 และขณะขับรถดังกล่าวกลับที่ทำงานชั่วคราวของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ดื่มสุราจนเมาขับรถด้วยความประมาทเข้ามาอยู่ในทางเดินรถสำหรับรถที่แล่นสวนมาและขับด้วยความเร็วสูง เป็นเหตุให้ชนรถยนต์หมายเลขทะเบียน 9ย-0931กรุงเทพมหานคร ของโจทก์ที่ 1 ที่โจทก์ที่ 2 เป็นผู้ขับขี่แล่นสวนทางมาในทางเดินรถของโจทก์ตามปกติ เป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย รวมค่าเสียหายของโจทก์ทั้งสองเป็นเงิน 71,249 บาท การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นละเมิดต่อโจทก์ทั้งสองและเป็นการกระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายจำนวน 71,249 บาท

พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับจากวันทำละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จ แก่โจทก์ทั้งสองจำเลยที่ 1 ให้การว่า วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 20.30 นาฬิกาซึ่งเป็นเวลาหลังเลิกงาน จำเลยที่ 2 นำรถยนต์ของจำเลยที่ 1 ไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนโดยพลการ โดยนำออกไปเที่ยวและดื่มสุรากับเพื่อน เป็นการกระทำนอกทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 ทั้งเหตุเกิดจากความประมาทของฝ่ายโจทก์ขับรถด้วยความเร็วสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ความเสียหายของโจทก์ทั้งสองก็ไม่มากดังฟ้องและฟ้องเคลือบคลุมจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ที่ 1เป็นเงิน 47,029 บาท และโจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 24,220 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจกท์สำหรับจำเลยที่ 1นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติว่า จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2527 เวลาประมาณ 23 นาฬิกา จำเลยที่ 2 ขับรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ 1โดยประมาทชนรถยนต์ที่โจทก์ที่ 2 ขับ เป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสองเสียหายและโจทก์ที่ 1 บาดเจ็บ ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีว่า จำเลยที่ 1จะต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 2 หรือไม่ เพียงใด ตามปัญหา จำเลยที่ 1จะต้องรับผิดร่วมกับจำเลยทที่ 2 ต่อเมื่อการละเมิดของจำเลยที่ 2เป็นการกระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 ปัญหานี้ทางพิจารณาโจทก์ทั้งสองนำสืบว่า จำเลยที่ 2 ขับรถไปส่งยามตามคำสั่งของจำเลยที่ 1ส่งเสร็จแล้วจำเลยที่ 2 ได้แวะดื่มสุราก่อน ขณะขับรถเพื่อจะกลับที่ทำงานก็เกิดชนกับรถยนต์ของโจทก์ที่ 1... ข้อเท็จจริงจึงเชื่อได้ว่าการที่จำเลยที่ 2 ขับรถในวันเกิดเหตุในการปฏิบัติงานตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 แม้เหตุจะเกิดในขณะจำเลยที่ 2 ขับเอารถมาเก็บและก่อนเกิดเหตุจำเลยที่ 2 จะใช้รถขับไปเที่ยวมาก่อน

ก็ถือว่าขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายจากจำเลยที่ 1 การกระทำละเมิดของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการกระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 2 ในความเสียหายจากการกระทำละเมิดนั้นด้วย..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับจำเลยที่ 1 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัมพร ทองประยูร · เจริญ นิลเอสงฆ์ · ก้าน อันนานนท์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2567

กรมธรรม์ประกันภัย ข้อ 6 ระบุเหตุที่โจทก์สละสิทธิไล่เบี้ยจากผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยว่า ในกรณีที่มีความเสียหายต่อรถยนต์ เมื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4382/2566

ตามคำพิพากษาในคดีก่อนศาลฎีกามีคำวินิจฉัยในส่วนความรับผิดของโจทก์เพียงข้อหาเดียวว่า โจทก์เป็นนายจ้างของ ป. และ ป. ได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้าง โจทก์จึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ความเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสามใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 361/2563

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยเฉพาะคดีส่วนอาญาเท่านั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกาในคดีส่วนแพ่งได้ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อคดีส่วนอาญาฟังได้ว่าจำเลยใช้อาวุธมีดแทงทำร้ายผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย ดังนั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 355/2563

จำเลยที่ 2 ประกอบกิจการให้เช่ารถแท็กซี่ มีรถแท็กซี่ให้เช่ามากถึง 60 คัน จำเลยที่ 2 จึงเป็นผู้ประกอบกิจการให้เช่ารถแท็กซี่รายใหญ่ จำเลยที่ 2 เช่าซื้อรถแท็กซี่คันเกิดเหตุจากโจทก์ซึ่งจดทะเบียนประเภทรถยนต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5724/2562

โจทก์บรรยายฟ้องข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำของ จ. ซึ่งเป็นลูกจ้างและตัวแทนของจำเลยที่เป็นเหตุโต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้ว แม้โจทก์จะมิได้กล่าวในฟ้องเกี่ยวกับลักษณะการเป็นตัวแทน โจทก์ก็นำสืบได้เพราะเป็นข้อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้