Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 274/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้การเลิกจ้างของจำเลยจะมิใช่เป็นการเลิกจ้างอันไม่เป็นธรรมก็ตาม ก็หาเป็นเหตุให้จำเลยไม่ ต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกเลิกจ้างล่วงหน้าและเงินอื่น ๆ ตามข้อบังคับของจำเลยไม่ โจทก์ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ขอให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานหรือมิฉะนั้นให้จ่ายค่าชดเชยสินจ้างแทนการบอกเลิกจ้างล่วงหน้าและค่าเสียหายให้โจทก์คณะกรรมการยกคำร้องของโจทก์เพราะเห็นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจยื่นคำร้อง โดยมิได้วินิจฉัยปัญหาว่าจำเลยต้องจ่ายเงินต่าง ๆ นั้นให้โจทก์หรือไม่ จึงถือไม่ได้ว่าคณะกรรมการมีคำสั่งว่าจำเลยไม่ต้องจ่ายเงินดังกล่าวให้โจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 จ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกเลิกจ้างล่วงหน้าและโบนัสให้โจทก์ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยที่ 1อุทธรณ์ว่า การที่จำเลยที่ 1 เลิกจ้างโจทก์ มิใช่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมจำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกเลิกจ้างล่วงหน้าและโบนัสให้โจทก์ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 นั้น ได้พิเคราะห์บทบัญญัติ มาตรา 49 แล้วเห็นว่ามีความหมายว่า หากศาลแรงงานเห็นว่าการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมต่อลูกจ้าง ศาลแรงงานมีอำนาจสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างผู้นั้นกลับเข้าทำงานต่อไป หากเห็นว่าไม่อาจทำงานร่วมกันต่อไปได้ ศาลแรงงานมีอำนาจกำหนดจำนวนค่าเสียหายให้นายจ้างชดใช้ให้ลูกจ้างแทนการกลับเข้าทำงานได้ดังนั้นไม่ว่าการเลิกจ้างนั้นจะเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ก็ตามกฎหมายมาตราดังกล่าวมิได้ให้อำนาจศาลแรงงานที่จะสั่งให้นายจ้างจ่ายหรือไม่จ่ายค่าชดเชย

สินจ้างแทนการบอกเลิกจ้างล่วงหน้าและโบนัส การจ่ายหรือไม่จ่ายเงินประเภทต่าง ๆ ที่กล่าวนั้น ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46, 47 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582, 583 และระเบียบข้อบังคับของบริษัทที่กำหนดเกี่ยวกับโบนัส ไม่เกี่ยวกับมาตรา 49 ดังนั้นแม้ข้อเท็จจริงในคดีนี้จะฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางว่า การเลิกจ้างของจำเลยที่ 1มิใช่เป็นการเลิกจ้างอันไม่เป็นธรรม ก็ไม่เป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 ไม่ต้องจ่ายเงินประเภทต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้นที่จำเลยอุทธรณ์ว่า เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ โจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ให้มีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 รับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิม หรือมิฉะนั้นให้จ่ายค่าชดเชย

สินจ้างแทนการบอกเลิกจ้างล่วงหน้าและค่าเสียหายให้โจทก์ คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีคำสั่งให้ยกคำร้อง คำสั่งนี้จึงมีผลให้จำเลยที่ 1 ไม่ต้องจ่ายเงินตามคำร้องให้โจทก์และศาลแรงงานกลางมิได้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว คำสั่งนั้นจึงยังมีผลบังคับ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกเลิกการจ้างล่วงหน้า และโบนัสให้โจทก์ เป็นการขัดกับคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ยังมีผลบังคับเป็นการไม่ชอบนั้น ปรากฏว่าโจทก์ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ กล่าวหาว่าจำเลยที่ 1ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 121 โดยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ยื่นข้อเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ทบทวนคำสั่งเลิกจ้างนายสันทัด

แซ่โล้ว คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีคำสั่งที่ 117/2523ให้ยกคำร้องของโจทก์ โดยคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์เห็นว่าจำเลยที่ 1มิได้กระทำการฝ่าฝืนมาตรา 121 โจทก์ไม่มีอำนาจยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ตามมาตรา 124 คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มิได้วินิจฉัยปัญหาที่ว่าจำเลยที่ 1 จะต้องจ่ายค่าชดเชยสินจ้างแทนการบอกเลิกการจ้างล่วงหน้าและโบนัสให้โจทก์หรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำสั่งดังกล่าวถือไม่ได้ว่าคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีคำสั่งว่าจำเลยที่ 1 ไม่ต้องจ่ายเงินดังกล่าวให้โจทก์ การที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 จ่ายเงินเหล่านั้นให้โจทก์หาขัดกับคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่กล่าวนั้นไม่"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธาดา วัชรานันท์ · ขจร หะวานนท์ · สุรัช รัตนอุดม
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้