Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2736/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ไปรษณียนิเทศ พ.ศ. 2524 ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ. 2477 และมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2519 ที่ใช้บังคับในขณะนั้น ข้อ 351 กำหนดว่า ในกรณีนำจ่าย ณ ที่อยู่ของผู้รับการสื่อสารแห่งประเทศไทยถือว่า บุคคลต่อไปนี้เป็นผู้แทนของผู้รับคือ บุคคลซึ่งอยู่หรือทำงานในบ้านเรือนหรือสำนักทำการงานของผู้รับเมื่อปรากฏว่าการส่งแบบแจ้งการประเมินโดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับได้ส่งไปยังสถานที่อันเป็นสำนักทำการงานของผู้รับซึ่งได้รื้อถอนไปก่อนแล้ว ทั้งไม่ปรากฏว่าผู้เซ็นรับเอกสารแทนผู้รับเป็นใครเกี่ยวพันกับผู้รับอย่างไร และการเซ็นรับกระทำที่อาคารหลังใดเช่นนี้ แม้ผู้รับจะยังมิได้จดทะเบียนเลิกห้างหรือแจ้งย้ายภูมิลำเนาไปจากเดิมก็ตาม ก็ยังถือไม่ได้ว่าการแจ้งการประเมินดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 8 พ.ร.บ.ไปรษณีย์ พ.ศ.2477 มาตรา 22 พ.ร.บ.การสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2519 มาตรา 4

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการค้าน้ำมันได้ทำสัญญาเช่าปั๊มน้ำมันเลขที่ ๑๕๑ ถนนเจริญเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานครจากบริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ได้ดำเนินกิจการจนถึงวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๔ จึงเลิกสัญญาและบริษัทเชลล์แห่งประเทศไทยได้รื้อสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกไป เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๒๔ โจทก์ไปที่เขตปทุมวัน ได้พบเจ้าหน้าที่สรรพากรประจำสำนักงานสรรพากรเขตปทุมวัน แจ้งว่าจำเลยที่ ๑ ได้มีหนังสือแจ้งการประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคล ลงวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๒๔ ไปยังโจทก์โดยส่งไปยังบ้านเลขที่ดังกล่าวข้างต้น โจทก์เห็นว่าวิธีการแจ้การประเมินไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงได้อุทธรณ์การประเมินคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์อ้างว่ายื่นอุทธรณ์เกินกำหนด

โจทก์เห็นว่าการแจ้งการประเมินและการไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ไม่ชอบเพราะการแจ้งการประเมินตามหนังสือลงวันที่๒๖ สิงหาคม ๒๕๒๔ ส่งไปยังโจทก์ยังบ้านเลขที่ดังกล่าวข้างต้นนั้นบ้านเลขที่ดังกล่าวได้รื้อถอนออกไปหมด ไม่มีอาคารใดหลงเหลืออยู่จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีผู้รับหนังสือดังกล่าวเพราะโจทก์คนงานหรือลูกจ้างของโจทก์ไม่ได้อยู่ในที่ดินดังกล่าวไม่มีสำนักงานหรืออาคารตั้งอยู่ให้ปิดเอกสารดังกล่าวได้ การแจ้งการประเมินจึงไม่ชอบและถือว่าโจทก์ยังไม่ทราบการประเมินดังกล่าว

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์การประเมินในวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๒๔ ยังไม่เกิน ๓๐ วัน คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต้องรับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณา ขอให้พิพากษาว่าการแจ้งการประเมินตามหนังสือลงวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๒๔ ไม่ชอบด้วยกฎหมายและให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณา จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยได้แจ้งการประเมินโดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังสำนักงานแห่งใหญ่ของโจทก์ตามบ้านเลขที่ดังกล่าวข้างต้น โจทก์ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินดังกล่าวเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๒๔ แต่มิได้นำเงินภาษีไปชำระต่อมาวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๒๔ โจทก์ยื่นอุทธรณ์การประเมินซึ่งเกินกำหนดเวลาตามมาตรา ๓๐ แห่งประมวลรัษฎากรคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ ในขณะแจ้งการประเมินนั้นสำนักงานแห่งใหญ่ของโจทก์ยังมิได้รื้อถอนไป การแจ้งการประเมินจึงชอบด้วยกฎหมาย และโจทก์ยื่นอุทธรณ์การประเมินเกินกำหนด ๓๐ วัน การที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์จึงชอบแล้ว

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาว่า การแจ้งการประเมินไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณา

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ปั๊มน้ำมันของโจทก์ได้ถูกรื้อถอนออกไปตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๒๔ การส่งแบบแจ้งการประเมินตามหนังสือลงวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๒๔ มีหญิงชื่อสุภาพรเป็นผู้ลงชื่อในใบตอบรับ และในใบตอบรับก็มิได้ระบุว่าหญิงดังกล่าวมีความเกี่ยวพันกับโจทก์อย่างไร แล้ววินิจฉัยว่า การส่งแบบแจ้งการประเมินดังกล่าวเป็นการส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ จึงต้องบังคับตามไปรษณียนิเทศ พ.ศ. ๒๕๒๔ ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒แห่งพระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ. ๒๔๗๗ และมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๙ ซึ่งใช้บังคับขณะพิพาทกันในคดีนี้ ไปรษณียนิเทศดังกล่าวข้อ ๓๕๑ กำหนดว่า ในกรณีนำจ่าย

ณที่อยู่ของผู้รับ การสื่อสารแห่งประเทศไทยถือว่าบุคคลต่อไปนี้เป็นผู้แทนของผู้รับคือ บุคคลซึ่งอยู่หรือทำงานในบ้านเรือน หรือที่สำนักทำการงานของผู้รับ เจ้าหน้าที่รับรองหรือผู้ดูแลของโรงแรมหรืออาคาร ผู้ทำหน้าที่เวรรับหรือส่งหรือเวรรักษาการณ์ของสำนักงานโรงเรียนและหน่วยทหาร แต่การส่งแบบแจ้งการประเมินในกรณีนี้ไม่อาจทราบได้ว่าผู้เซ็นรับเอกสารนี้มีความเกี่ยวพันกับโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับอย่างไรทั้ง ๆ ที่บุรุษไปรษณีย์ผู้ส่งมีหน้าที่ต้องให้ผู้เซ็นรับกรอกข้อความในช่องที่ว่าเกี่ยวพันกับผู้รับอย่างไร แต่ก็หาได้กระทำไม่ ตามใบตอบรับก็ระบุไว้ชัดว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดกิจวิวัฒน์บริการเป็นผู้รับและข้อเท็จจริงฟังได้ชัดว่าขณะนายประเสริฐส่งเอกสารดังกล่าวให้โจทก์นั้น

ได้มีการรื้อถอนปั๊มน้ำมันอันเป็นสำนักงานของโจทก์ไปแล้ว เมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงให้ฟังได้ว่าผู้เซ็นรับเอกสารนั้นเป็นใครเกี่ยวพันกับโจทก์อย่างไรทั้งไม่ปรากฏว่าการเซ็นรับกระทำที่อาคารหลังใดจึงฟังไม่ได้ว่าการแจ้งการประเมินตามหนังสือฉบับลงวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๒๔ ของเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๑ ชอบด้วยกฎหมาย การที่โจทก์ยังมิได้จดทะเบียนเลิกห้าง ทั้งมิได้แจ้งย้ายภูมิลำเนาโดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ตั้งปั๊มน้ำมันใหม่หาทำให้การส่งเอกสารดังกล่าวที่ไม่ชอบกลายเป็นการส่งที่ชอบได้ไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นายสมศักดิ์ วงศ์ยืนศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8129/2543

ตามไปรษณีย์นิเทศฯ การสื่อสารแห่งประเทศไทยอาจจัดส่งไปรษณีย์ให้แก่ผู้แทนของผู้รับก็ได้ และเมื่อจ่ายให้แก่ผู้แทนของผู้รับแล้ว ให้ถือว่าได้นำจ่ายให้แก่ผู้รับแล้วนับแต่เวลาที่นำจ่าย ดังนั้น การที่เจ้าพนักง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5103/2541

การส่งหนังสือแจ้งให้เสียภาษีอากร มาตรา 8 วรรคหนึ่ง แห่งป.รัษฎากร บัญญัติให้ส่งได้ 2 วิธี คือ วิธีส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับและวิธีให้เจ้าพนักงานสรรพากรนำไปส่งเฉพาะวิธีให้เจ้าพนักงานสรรพากรนำไปส่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4099/2535

การส่งหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ กระทำโดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนกระทำได้ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 8 วรรคแรก ซึ่งไปรษณีย์ภัณฑ์ และพัสดุไปรษณีย์อาจนำจ่ายให้แก่ผู้รับหรือผู้แทนของผู้รับก็ได้ ในการนำจ่าย ณ ที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2728/2534

ประมวลรัษฎากร มาตรา 8 วรรคแรก บัญญัติว่า"หมายเรียก หนังสือแจ้งให้เสียภาษีอากรหรือหนังสืออื่นซึ่งมีถึงบุคคลใดตามลักษณะนี้ ให้ส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ" ส่วนการส่งทางไปรษณีย์ จะมีผลอย่างไรและเมื่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2510/2532

โจทก์จ่ายเงินได้ให้แก่พนักงานของโจทก์ โดยไม่ได้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายและนำส่งให้ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายจำเลยจึงได้ประเมินให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายพร้อมเงินเพิ่มและส่งหนังสือแจ้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้