Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 273574)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ทางราชการอำเภอจันทึกได้ประกาศสงวนหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าไว้เพื่อใช้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตามประกาศลงวันที่ 30 ตุลาคม 2478 นั้นแม้ในภายหลังได้มีพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. 2478 ซึ่ง มาตรา 4 และ มาตรา 5 บัญญัติว่าการหวงห้ามที่ดินดังกล่าวต้องออกเป็นพระราชกฤษฎีกา ก็หามีผลลบล้างถึงที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตามประกาศดังกล่าวอยู่ก่อนแล้วไม่ ประกาศของอำเภอจันทึกลงวันที่ 30 ตุลาคม 2478 มีข้อความตอนท้ายของประกาศยกเว้นมิให้ที่ดินที่เป็นสิทธิของราษฎรอยู่ก่อนแล้วกลายสภาพเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตามประกาศ ดังกล่าว ผู้โอนขายที่พิพาทแก่โจทก์ ที่ 1 ได้ที่พิพาทมาโดยการจับจอง เมื่อ พ.ศ. 2493 ส่วน โจทก์ ที่ 2 ได้ที่พิพาทมาโดยการจับจองเมื่อ พ.ศ. 2497 ที่พิพาททั้งสองแปลงมิได้เป็นสิทธิของราษฎรซึ่ง มีมาตั้งแต่ก่อนทางราชการได้ประกาศสงวนที่ดินใน พ.ศ. 2478 จึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินซึ่งจะโอนแก่กันมิได้ เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทกฎหมายเฉพาะหรือพระราชกฤษฎีกา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1305 โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีสิทธิในที่พิพาท

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกโจทก์สำนวนหลังว่า โจทก์ที่ 1 และโจทก์สำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 2 โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดิน ซึ่งอยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา มีเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ และ 35 ไร่ ตามลำดับต่อมาโจทก์ทั้งสองไปยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมาเพื่อขอให้รังวัดออกโฉนดสำหรับที่ดินดังกล่าว เมื่อวันที่ 24มีนาคม 2528 และวันที่ 3 ตุลาคม 2528 ตามลำดับ ในระหว่างที่เจ้าพนักงานที่ดินกำลังดำเนินการเพื่อออกโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ 2 ซึ่งกระทำตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4ซึ่งกระทำตามคำสั่งของจำเลยที่ 3 ได้ยื่นคำร้องคัดค้านการขอออกโฉนดที่ดินของโจทก์ทั้งสอง โดยอ้างว่าที่ดินดังกล่าวทางอำเภอจันทึกได้ประกาศหวงห้ามไว้เมื่อปี 2478 เพื่อใช้ประโยชน์ในทางราชการของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ซึ่งไม่เป็นความจริง เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานที่ดินไม่ออกโฉนดที่ดินให้โจทก์ทั้งสอง

ขอให้พิพากษาว่าที่ดินตามฟ้องเป็นของโจทก์ทั้งสองห้ามจำเลยทั้งสี่กระทำการหรืองดเว้นกระทำการใด ๆ อันเป็นการขัดขวางการขอออกโฉนดที่ดินของโจทก์ทั้งสอง และเข้ามาเกี่ยวข้องในที่ดินตามฟ้อง ก่อนที่จำเลยยื่นคำให้การ โจทก์ทั้งสองสำนวนยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2

ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ทั้งสองสำนวนให้การว่าที่ดินตามฟ้องเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลข น.ม.1959 ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของกระทรวงการคลัง ตามพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะเดิมที่ดินดังกล่าวเป็นของจำเลยที่ 1 โดยทางราชการได้ประกาศหวงห้ามไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในราชการของจำเลยที่ 1 ตามประกาศของนายอำเภอจันทึกที่ 2349/2478 ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2478ซึ่งมีผลบังคับโดยชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการหวงห้ามที่ดินที่มีอยู่ก่อนพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. 2478 ใช้บังคับทั้งพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้การรับรองการหวงห้ามดังกล่าวด้วยแล้วโจทก์ทั้งสองบุกรุกเข้าไปครอบครองที่ดินตามฟ้องหลังจากที่มีประกาศหวงห้ามดังกล่าวจึงไม่ได้สิทธิครอบครอง

การที่จำเลยที่ 2และที่ 4 ยื่นคำร้องคัดค้านการขอออกโฉนดที่ดินของโจทก์ทั้งสองเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยชอบขอให้ยกฟ้อง ก่อนที่สืบพยานศาลชั้นต้นสั่งเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอทำแผนที่พิพาท โดยให้โจทก์ทั้งสองและจำเลยนำชี้แนวเขตที่ดินของตนโจทก์ที่ 1 ที่ 2 นำชี้แนวเขตที่ดินตามเส้นสีแดงเนื้อที่ 62 ไร่เศษและ 33 ไร่เศษ ตามลำดับส่วนจำเลยนำชี้ที่ดินตามเส้นสีเขียวเนื้อที่ 10,302 ไร่เศษตามแผนที่พิพาทคดีนี้

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน

โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยทั้งสองสำนวนนำสืบรับกันฟังได้ว่า เมื่อ พ.ศ. 2478 ทางราชการอำเภอจันทึก จังหวัดนครราชสีมา ได้ประกาศสงวนที่ดินสำหรับเตรียมดำเนินการเป็นทัณฑนิคมคลองไผ่ ของจำเลยที่ 1 เนื้อที่ประมาณ 10,000 ไร่ ตามคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย เอกสารหมาย ล.5โดยห้ามราษฎรมิให้เข้าไปบุกรุกถากถาง จับจองตามประกาศอำเภอจันทึกที่ 2349/2478 ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2478 เอกสารหมาย ล.2 ที่พิพาททั้งสองแปลงที่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 นำชี้อยู่ในเขตที่ดินที่ประกาศสงวนไว้ดังกล่าว เห็นว่า การที่ทางราชการอำเภอจันทึกได้ประกาศสงวนหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าไว้เพื่อใช้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประกาศลงวันที่ 30 ตุลาคม 2478 นั้น

แม้ภายหลังได้มีพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. 2478 ซึ่งมาตรา 4 และ 5 บัญญัติว่าการหวงห้ามที่ดินดังกล่าวต้องออกเป็นพระราชกฤษฎีกาก็ดี ก็หามีผลลบล้างถึงที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประกาศดังกล่าวอยู่ก่อนแล้วไม่ ปัญหาว่าโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ได้สิทธิในที่พิพาททั้งสองแปลงหรือไม่ ประกาศของอำเภอจันทึก ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2478เอกสารหมาย ล.2 มีข้อความตอนท้ายของประกาศว่า "ฉะนั้น ตามเหตุที่กล่าวนี้ห้ามไม่ให้ราษฎรคนใดเข้าไปบุกรุกถากถาง จับจองเป็นอันขาด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานส่วนที่ดินเฉพาะที่เป็นสิทธิของราษฎรมีมาแต่ก่อนแล้วก็ให้เป็นสิทธิคงเดิม

ห้ามไม่ให้ถากถาง จับจองบุกรุกออกไปอีก" อันเป็นข้อยกเว้นมิให้ที่ดินที่เป็นสิทธิของราษฎร อยู่ ก่อนกลายสภาพเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประกาศดังกล่าว ที่โจทก์ทั้งสองนำสืบว่า เดิมที่พิพาททั้งสองแปลงหลวงแพ่ง นายอำเภอจันทึกในสมัยก่อนได้จับจองไว้ก่อนที่ทางราชการอำเภอจันทึกได้ประกาศสงวนที่ดินใน พ.ศ. 2478 ต่อมาหลวงแพ่งได้ยกที่พิพาทให้นายอ๊อด และนางกองบุตรคนละแปลง นายอ๊อดยกที่พิพาทแปลงของตนให้นายจันทร์นายจันทร์ขายที่พิพาทให้โจทก์ที่ 1 ส่วนที่พิพาทแปลงของนางกองได้ยกให้โจทก์ที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรนางกอง โดยมีนายไพโรจน์เพชรมะโนสัจจะ สามีโจทก์ที่ 1 และนางถนอม เพชรมโนสัจจะนายสุควร แพ่งจันทึก นายมา ดวงตาทิพย์ ญาติพี่น้องของโจทก์ที่ 1ที่ 2 มาเบิกความสนับสนุน

นั้น นายจันทร์ผู้โอนขายที่พิพาทแก่โจทก์ที่ 1 ได้ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานที่ดินว่าได้ที่พิพาทมาโดยการจับจองและก่อสร้างเองเมื่อ พ.ศ. 2493 ตามเอกสารหมาย จ.ล.1ส่วนโจทก์ที่ 2 ปรากฏว่าได้แจ้งการครอบครองที่พิพาทเมื่อวันที่ 5เมษายน 2498 ตามเอกสารหมาย จ.8 และยื่นคำขอรังวัดออกโฉนดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2528 ตามเอกสารหมาย จ.9 โดยระบุว่าได้ที่พิพาทมาโดยการจับจองเมื่อ พ.ศ. 2497

ศาลฎีกาเห็นว่าเอกสารดังกล่าว เจ้าพนักงานที่ดินเป็นผู้สอบสวนทำขึ้นโดยนายจันทร์และโจทก์ที่ 2 ได้ลงชื่อรับรองไว้ในเอกสารดังกล่าวจึงน่าเชื่อว่านายจันทร์และโจทก์ที่ 2 ได้ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานที่ดินตามที่ปรากฏในเอกสารพยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบจึงขัดแย้งกันไม่อาจรับฟังได้ว่าที่พิพาททั้งสองแปลงเดิมเป็นสิทธิของราษฎรซึ่งมีมาตั้งแต่ก่อนทางราชการได้ประกาศสงวนที่ดินใน พ.ศ. 2478ที่พิพาททั้งสองแปลงจึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งจะโอนแก่กันมิได้เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทกฎหมายเฉพาะหรือพระราชกฤษฎีกา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1305 โจทก์ที่ 1 และที่ 2จึงไม่มีสิทธิในที่พิพาท

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · เริงธรรม ลัดพลี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้