Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2735/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1(3) คำร้องกล่าวว่า บ. ใช้จ่ายเงินเกี่ยวกับการเลือกตั้งเกินกว่า 350,000 บาท ไม่ได้กล่าวว่าใช้จ่ายเงินในกิจการอย่างใดพอที่จะทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นค่าใช้จ่ายในกิจการใดและเกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือไม่ จึงเป็นคำร้องเคลือบคลุมไม่ชอบด้วย มาตรา 172 คดีร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีผลกระทบกระเทือนถึงความมั่นคงของรัฐและเศรษฐกิจของประเทศ ปัญหาคำร้องเคลือบคลุมจึงเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม มาตรา142(5)เมื่อคำร้องเคลือบคลุม ศาลย่อมไม่รับไว้พิจารณาพระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฯ มาตรา 78 บัญญัติถึงเหตุอันจะร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไว้โดยเฉพาะว่าจะต้องมีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 26, 32,34, 51 หรือ 52 การให้อามิสสินจ้างแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อจูงใจให้ลงคะแนนเลือกตั้งแก่ผู้ใดนั้น เป็นการกระทำอันฝ่าฝืนมาตรา 35ซึ่งผู้ฝ่าฝืนมีความผิดและต้องระวางโทษตาม มาตรา 84 มิใช่เหตุที่จะร้องคัดค้านการเลือกตั้ง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2526 ที่จังหวัดนครนายก ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันนั้นด้วย โดยมีผู้สมัครรับเลือกตั้งรวม 8 คน รวมทั้งผู้ร้องและพันตำรวจโทบุญเลิศ เลิศปรีชา ผลของการเลือกตั้งที่จังหวัดนครนายกดังกล่าวปรากฏว่า พันตำรวจโทบุญเลิศ เลิศปรีชา ได้รับคะแนนเสียงสูงกว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งคนอื่น จึงได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายก แต่การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปโดยไม่ชอบ ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย กล่าวคือ พันตำรวจโทบุญเลิศ เลิศปรีชา ผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข 4 ได้ใช้จ่ายเงินในการเลือกตั้งเกินกว่า 350,000 บาท และโดยตนเองหรือผู้อื่นซึ่งเป็นหัวคะแนนได้ให้อามิสสินจ้างแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตตำบลท่าทราย

อำเภอเมืองนครนายก และเขตตำบลบ้านนา ตำบลป่าขะ ตำบลบ้านพร้าว อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ในวันเลือกตั้งคนละ 100 บาทบ้าง 50 บาทบ้าง 40 บาทบ้างเพื่อเป็นการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเลือกตั้งพันตำรวจโทบุญเลิศเลิศปรีชา ผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข 4 การกระทำของพันตำรวจโทบุญเลิศเลิศปรีชา หรือผู้อื่นซึ่งเป็นหัวคะแนนของพันตำรวจโทบุญเลิศ เลิศปรีชา ดังกล่าวแล้วเป็นการผิดพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 32, 35 จึงขอให้ศาลมีคำสั่งว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายก เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2526 เป็นไปโดยมิชอบ และมีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ต่อไปศาลชั้นต้นสั่งให้ส่งสำเนาคำร้องแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกและพันตำรวจโทบุญเลิศ

เลิศปรีชา ผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายกพันตำรวจโทบุญเลิศ เลิศปรีชา ยื่นคำคัดค้านว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายกเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2426 นั้นเป็นการเลือกตั้งโดยชอบและถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ผู้คัดค้านไม่ได้ใช้จ่ายเงินในการเลือกตั้งครั้งนี้เกินกว่า 350,000 บาท ผู้คัดค้านก็ดีหรือผู้อื่นซึ่งเป็นหัวคะแนนของผู้คัดค้านก็ดี ไม่เคยให้อามิสสินจ้างแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าในเขตตำบลใด ๆ หรือหน่วยใดในเขตจังหวัดนครนายกไม่ว่าจะเป็นวันเลือกตั้งทั้งไม่เคยกระทำการใด ๆ เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ผู้คัดค้านเลย ผู้คัดค้านไม่เคยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

พ.ศ. 2522 มาตรา 32, 35 ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว ทำความเห็นส่งสำนวนมายังศาลฎีกาว่าคดีไม่น่าเชื่อว่าผู้คัดค้านได้ใช้จ่ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ และฟังไม่ได้ว่าผู้คัดค้านมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องหรือใช้ให้ผู้อื่นแจกจ่ายเงินแก่ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง เห็นสมควรให้ยกคำร้องศาลฎีกาตรวจสำนวนและประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่า ตามคำร้องของผู้ร้องซึ่งคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายกเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2526 ว่าเป็นไปโดยมิชอบนั้น อ้างเหตุคัดค้าน 2 ประการคือ1. พันตำรวจโทบุญเลิศ เลิศปรีชา ผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข 4ได้ใช้จ่ายเงินเกี่ยวกับการเลือกตั้งเกินกว่า 350,000 บาท

อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 25222. พันตำรวจโทบุญเลิศ เลิศปรีชา ผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข 4โดยตนเองหรือผู้อื่นซึ่งเป็นหัวคะแนนได้ให้อามิสสินจ้างแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อจูงใจให้ลงคะแนนเลือกตั้งแก่พันตำรวจโทบุญเลิศ เลิศปรีชาอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522ศาลฎีกาเห็นว่า พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ. 2522 มาตรา 79 บัญญัติให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม ดังนั้น คำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงเป็นคำฟ้องตามบทวิเคราะห์ศัพท์ในมาตรา 1 (3)

แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและจะต้องแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นตามมาตรา 172 แต่เหตุคัดค้านข้อแรกนั้น ผู้ร้องกล่าวแต่เพียงว่าพันตำรวจโทบุญเลิศ เลิศปรีชาใช้จ่ายเงินเกี่ยวกับการเลือกตั้งเกินกว่า 340,000 บาท มิได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงโดยแจ้งชัดว่า พันตำรวจโทบุญเลิศ เลิศปรีชา ใช้จ่ายเงินในกิจการอย่างใด พอที่จะให้เข้าใจได้ว่าค่าใช้จ่ายนั้นเป็นค่าใช้จ่ายในกิจการใดและเกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือไม่ คำร้องของผู้ร้องจึงเป็นคำฟ้องที่เคลือบคลุมไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 แม้คดีนี้ผู้คัดค้านจะมิได้ต่อสู้ว่าคำร้องของผู้ร้องเคลือบคลุม และผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกมิได้ยื่นคำคัดค้านเข้ามาในคดี แต่คดีร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นมีผลกระทบกระเทือนถึงความมั่นคงของรัฐและเศรษฐกิจของประเทศ

ปัญหาคำร้องเคลือบคลุมจึงเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) เมื่อคำร้องของผู้ร้องเคลือบคลุมศาลย่อมจะรับไว้พิจารณาหาได้ไม่ เหตุข้อคัดค้านแรกจึงตกไปคงมีปัญหาต่อไปเกี่ยวกับเหตุคัดค้านข้อ 2

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 78 บัญญัติถึงเหตุอันจะร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไว้โดยเฉพาะว่าจะต้องมีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 26 มาตรา 32 มาตรา 34 มาตรา 51 หรือมาตรา 52 ส่วนเหตุคัดค้านข้อ 2 ที่ว่าพันตำรวจโทบุญเลิศ เลิศปรีชา ผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข 4 โดยตนเองหรือผู้อื่นซึ่งเป็นหัวคะแนนได้ให้อามิสสินจ้างแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อจูงใจให้ลงคะแนนเลือกตั้งแก่พันตำรวจโทบุญเลิศ เลิศปรีชานั้น เป็นเพียงข้ออ้างว่ามีการกระทำอันฝ่าฝืนมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 ซึ่งผู้ฝ่าฝืนมีความผิดและต้องระวางโทษตามมาตรา 84 มิใช่เหตุที่จะร้องคัดค้านการเลือกตั้งเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ กรณีไม่จำเป็นที่ศาลฎีกาจะต้องวินิจฉัยว่าได้มีการกระทำตามคำร้องของผู้ร้องหรือไม่จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศักดิ์ สนองชาติ · นิยม ติวุตานนท์ · ม.ร.ว.ชัยวัฒน์ ชมพูนุท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11043/2553

จำเลยทั้งสองฟ้องแย้งขอให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความค่าเสียหายที่เกิดแก่รถบรรทุกของจำเลยที่ 2 จากการกระทำละเมิดของโจทก์เท่านั้น จำเลยที่ 1 มิได้ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายในส่วนของจำเลยที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5818/2549

ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 290 พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบลฯ มาตรา 23 และ พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัดฯ มาตรา 45 แสดงให้เห็นว่า ทั้งโจทก์ที่ 1 และที่ 2 มีหน้าที่ในการคุ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1423/2545

โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดมี ก. เป็นกรรมการเพียงคนเดียวก. จึงมีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ รวมทั้งมีอำนาจแต่งตั้งทนายความให้ฟ้องคดีและแม้ว่าวัตถุประสงค์ของโจทก์จะไม่ได้ระบุว่าโจทก์มีวัตถุประสงค์ในก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3769/2545

โจทก์บรรยายฟ้องว่าที่ดินพิพาทปัจจุบันเป็นซอยทองหล่อ 18 โจทก์ใช้เป็นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะถนนสุขุมวิท 55 โดยโจทก์แนบแผนที่สังเขปมาท้ายคำฟ้องซึ่งแสดงโดยชัดแจ้งแล้วว่าที่ดินของโจทก์อยู่สุดซอยทองหล่อ 18…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7265/2544

ฟ้องโจทก์ได้บรรยายโดยแจ้งชัดว่าจำเลยตกลงเช่าตึกแถวพิพาทจากโจทก์มีการทำสัญญาเช่าและต่อสัญญาเช่าหลายครั้งต่อมาเมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลง โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยเช่าต่อไป จึงให้ทนายความมีหนังสือบอกเลิกสัญ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้