Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2735/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บริษัทจำเลยทำหนังสือมอบอำนาจให้ ส. นำหลักฐานการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ซึ่งผู้ที่เช่าซื้อไปจากจำเลย นำไปให้อู่รถของโจทก์ทำการซ่อมเพื่อรับรถกลับคืนไปยังบริษัทจำเลย ดังนี้ ย่อมแสดงว่าจำเลยได้รู้เห็นและยอมรับเอาผลการซ่อมรถของโจทก์แล้วโจทก์จำเลยจึงมีนิติสัมพันธ์ต่อกัน และในการรับรถคืนไปนี้ ส. ได้บันทึกจำนวนเงินค่าแรงซ่อมและเครื่องอะไหล่ให้โจทก์ไว้เป็นหลักฐานเพื่อให้โจทก์ไปรับเงินจากบริษัทจำเลย ถือว่าการกระทำของ ส. เป็นไปภายในขอบเขตวัตถุประสงค์ของการมอบอำนาจทั้งเมื่อบริษัทจำเลยทราบเรื่องที่ ส. ได้บันทึกหนี้สินไว้กับโจทก์แล้วก็ไม่ทักท้วง กลับนิ่งเฉยและรับเอาผลการซ่อมรถ จึงเป็นการให้สัตยาบันโดยปริยายด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์รับซ่อมรถยนต์คันหนึ่งต่อจากอู่นายจั๊วโดยตกลงกันให้โจทก์ออกเงินซื้อเครื่องอะไหล่ให้ก่อน และตกลงค่าแรงซ่อม 3,000 บาท ต่อมาจำเลยมอบอำนาจให้นายสมาน พรหมมานนท์ นำหลักฐานการเป็นเจ้าของรถไปรับรถคืน โดยนายสมานได้ทำบันทึกรับรถยนต์ในสภาพที่ยังซ่อมไม่เสร็จ คิดเป็นค่าแรง 2,200 บาท ค่าเครื่องอะไหล่ที่โจทก์ออกทดรองไป 3,500 บาท รวมเป็นเงิน 5,700 บาทและรับรองว่าจะจัดการชำระเงินดังกล่าวให้โจทก์ นับแต่นายสมานรับรถไปแล้ว จำเลยเพิกเฉยไม่ชำระเงินให้โจทก์ จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยใช้เงินจำนวน 5,700 บาทแก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยตกลงให้นายจิ๊ว (ตามฟ้องเป็นนายจั๊ว) หรือโจทก์เป็นผู้ออกเงินทดรองซื้ออะไหล่ และตกลงค่าแรงซ่อมรถ

จำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์กับนายจิ๊ว หรือโจทก์ จำเลยไม่มีหน้าที่ต้องซ่อมรถคันนี้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง รถดังกล่าวจำเลยให้เรืออากาศโทสุพจน์ กาญจนกุล เช่าซื้อไป เรืออากาศโทสุพจน์ไปเกิดอุบัติเหตุรถเสียหายแล้วเอาไปซ่อมไว้ จำเลยจึงติดตามเอาคืนในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ โดยมอบอำนาจให้นายสมานรับรถจากโจทก์ ไม่ได้มอบอำนาจให้นายสมานไปยอมรับจัดการเรื่องหนี้ที่ค้างนายสมานกระทำนอกเหนือมอบอำนาจ และจำเลยไม่เคยให้สัตยาบัน จึงไม่ผูกพันจำเลย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นฟังว่า นายสมานกระทำไปภายในขอบอำนาจของตัวแทน ทั้งจำเลยให้สัตยาบันแล้ว จึงผูกพันจำเลย พิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามฟ้องแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

จำเลยได้ทราบมาก่อนแล้วว่ารถยนต์ของจำเลยได้ถูกนำมาซ่อมไว้ที่อู่รถของโจทก์ การที่จำเลยมีหนังสือมอบอำนาจให้นายสมานนำหลักฐานการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ซึ่งนำมาซ่อมไว้ที่อู่รถของโจทก์กลับคืนไปยังบริษัทจำเลย ย่อมแสดงโดยแจ้งชัดว่าจำเลยได้รู้เห็นและยอมรับเอาผลการซ่อมรถของโจทก์แล้ว โจทก์จำเลยจึงมีนิติสัมพันธ์ต่อกัน และในการรับรถคืนไปนี้นายสมานได้พูดตกลงให้โจทก์ไปรับค่าซ่อมและค่าอะไหล่จากบริษัทจำเลย นายสมานจึงได้บันทึกจำนวนเงินค่าแรงซ่อมและค่าเครื่องอะไหล่ให้โจทก์ไว้เป็นหลักฐาน ทั้งขณะนั้นจำเลยถือว่าได้เลิกสัญญากับผู้เช่าซื้อแล้ว เพราะผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซึ่งนายสมานก็น่าจะทราบดีการกระทำของนายสมานที่บันทึกข้อความลงในหนังสือมอบอำนาจจึงเป็นไปภายในขอบเขตวัตถุประสงค์ของการมอบอำนาจ

ทั้งน่าเชื่อว่านายสมานได้รายงานเรื่องการบันทึกหนี้สินค่าซ่อมและค่าอะไหล่รถให้จำเลยทราบแล้ว เมื่อบริษัทจำเลยทราบเรื่องแล้วไม่เคยได้ทักท้วงหนี้รายนี้ กลับนิ่งเฉยเสียและรับเอาผลการซ่อมรถ จึงเป็นการให้สัตยาบันโดยปริยายที่นายสมานได้กระทำไปอีกชั้นหนึ่ง จำเลยจึงต้องชำระหนี้แก่โจทก์ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ตามสัญญาเช่าซื้อรถรายนี้ผู้เช่าซื้อมีหน้าที่ต้องซ่อมรถเองนั้น เป็นข้อผูกพันระหว่างจำเลยกับผู้เช่าซื้อ ไม่เกี่ยวกับความรับผิดของจำเลยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุมิตร ฟักทองพรรณ · ดวง ดีวาจิน · กฤษณ์ โสภิตกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้