Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2732/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1(ผู้ให้เช่าซื้อ) และจำเลยที่ 2(ธนาคารผู้รับจำนองที่ดินที่ให้เช่าซื้อ) ได้ทำสัญญาตกลงกันเพื่อรักษาประโยชน์ของผู้เช่าซื้อที่ดินจากจำเลยที่ 1 แต่เดิม ให้มีโอกาสได้ที่ดินโดยแน่นอน ซึ่งอาจจะเป็นที่ดินที่เช่าซื้อเดิมและจำเลยที่ 1 โอนชำระหนี้จำนองแก่จำเลยที่ 2 ไปแล้ว หรือที่ดินที่จำเลยที่ 1 จะจัดหาให้ใหม่แห่งใดแห่งหนึ่งเมื่อจำเลยที่ 2 มีหนังสือแจ้งให้โจทก์ไปติดต่อ โจทก์แสดงความประสงค์ว่าจะได้ที่ดินที่เช่าซื้อเดิม จำเลยที่ 2 ก็รับว่าเมื่อชำระราคาครบถ้วนแล้วจะโอนกรรมสิทธิ์ให้ โจทก์จึงผ่อนชำระค่าเช่าซื้อแก่จำเลยที่ 2 เรื่อยมาจนครบ เห็นได้ว่าสัญญาระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 2 ดังกล่าว เป็นสัญญาตกลงว่าจะชำระหนี้แก่บุคคลภายนอก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 374 โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้แสดงเจตนาต่อจำเลยที่ 2 ว่าจะถือเอาประโยชน์จากสัญญานั้นแล้ว จำเลยที่ 2 จึงมีความผูกพันต้องโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทให้แก่โจทก์ กรณีหาใช่เป็นการจัดสรรที่ดินขายอันจะถือว่าเป็นกิจการนอกวัตถุประสงค์ของธนาคารจำเลยที่ 2 ไม่ แต่จำเลยที่ 2มิได้เป็นคู่สัญญาเช่าซื้อกับโจทก์ จึงไม่ต้องรับผิดใช้เบี้ยปรับ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและเพิ่มเติมฟ้องว่า โจทก์ได้ทำสัญญาเช่าซื้อที่ดินของจำเลยที่ 1เป็นเงิน 120,000 บาท ได้ชำระเงินวันทำสัญญา 46,000 บาท ส่วนที่เหลือต้องชำระให้เสร็จภายใน 37 เดือน โดยให้นำไปเข้าบัญชีที่ธนาคารจำเลยที่ 2 หากจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาไม่โอนที่ดินให้ ยอมคืนเงินที่ชำระแล้วและยอมให้ปรับอีก1 เท่า ต่อมาโจทก์ได้นำเงินไปชำระ โดยนำเข้าบัญชีของจำเลยที่ 1 ที่เปิดไว้กับธนาคารจำเลยที่ 2 ตามสัญญาในระหว่างที่ชำระเงินยังไม่ครบ จำเลยที่ 1 ได้โอนที่ดินตามสัญญาเช่าซื้อให้แก่จำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 2 ได้บันทึกต่อเติมยอมรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาเช่าซื้อ ครั้นเมื่อโจทก์นำเงินไปชำระครบถ้วนตามสัญญาแล้ว ได้ติดต่อให้จำเลยทั้งสองโอนที่ดินให้

จำเลยทั้งสองเพิกเฉยจึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่โจทก์หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงิน 120,000 บาทและเบี้ยปรับแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การและเพิ่มเติมคำให้การว่า โจทก์เป็นหญิงมีสามีและไม่ได้รับความยินยอมจากสามีให้ดำเนินคดีนี้ จึงไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ชำระค่าเช่าซื้อไม่ครบถ้วนตามสัญญา จึงไม่มีสิทธิฟ้องจำเลย โจทก์ไม่เคยทวงเตือนให้จำเลยที่ 1 ปฏิบัติตามสัญญา โจทก์มิได้บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ โจทก์ไม่มีอำนาจขอให้บังคับจำเลยคืนเงินตามคำขอท้ายฟ้อง จำเลยที่ 1 ได้ทำความตกลงกับจำเลยที่ 2 ว่า หากโจทก์ต้องการที่ดินหรือขอเงินคืน จำเลยที่ 2 จะต้องโอนที่ดินหรือคืนเงินให้

จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ ไม่มีวัตถุประสงค์จัดสรรที่ดินให้ประชาชนเช่าซื้อ จำเลยที่ 2 ไม่ได้เป็นคู่สัญญา และมีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องบังคับจำเลยที่ 2 ให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อ ที่โจทก์นำเงินค่าเช่าซื้อที่ดินฝากเข้าบัญชีธนาคารจำเลยที่ 2 ในนามบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 1 นั้น จำเลยที่ 2 เป็นเพียงผู้รับเงินไว้แทนจำเลยที่ 1 เท่านั้นเอกสารท้ายฟ้องไม่ได้เป็นบันทึกต่อเติมสัญญารับผิดชอบตามสัญญาเช่าซื้อโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยที่ 2ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ 2 ได้เข้าผูกพันเป็นคู่สัญญาเช่าซื้อรายพิพาทกับโจทก์ร่วมกับจำเลยที่ 1 ซึ่งยังมีหน้าที่ต้องรับผิดตามสัญญาอยู่และจำเลยทั้งสองผิดสัญญา

พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทให้โจทก์ ถ้าจำเลยไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ได้ ให้จำเลยร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ถอนฟ้องอุทธรณ์ได้ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยที่ 2 มิได้เป็นคู่สัญญาเช่าซื้อกับโจทก์ แต่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ตกลงทำสัญญาเกี่ยวกับสิทธิของบุคคลภายนอกที่เช่าซื้อที่ดินว่า ถ้าโจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อต้องการที่ดินแปลงที่เช่าซื้อ จำเลยที่ 2 ก็ยินยอมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินนั้นให้ โจทก์ได้แสดงเจตนาว่าจะถือเอาประโยชน์ตามสัญญานั้นแล้ว จำเลยที่ 2 มีหน้าที่ต้องโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่เช่าซื้อให้โจทก์ แต่ไม่ต้องรับผิดเรื่องเบี้ยปรับ

พิพากษาแก้ เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1คืนเฉพาะเงินค่าเช่าซื้อแก่โจทก์เป็นเงิน 120,000 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาขอให้จำเลยที่ 2 รับผิดเบี้ยปรับด้วย จำเลยที่ 2 ฎีกาขอให้ยกฟ้องศาลฎีกาพิจารณาแล้ว จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ตกลงทำหนังสือสัญญาเกี่ยวกับสิทธิของผู้เช่าซื้อที่ดินไว้ตามเอกสารหมาย จ.43 ข้อ 2 ความว่า "เกี่ยวกับกรณีมีบรรดาผู้เช่าซื้อที่ดินซึ่งได้เช่าซื้อที่ดินตามโฉนดต่าง ๆ จากคู่สัญญาฝ่ายที่สอง (จำเลยที่ 1) และเป็นที่ดินบางส่วนซึ่งคู่สัญญาฝ่ายที่สองได้ตกลงโอนกรรมสิทธิ์ชำระหนี้จำนองให้กับคู่สัญญาฝ่ายที่หนึ่ง (จำเลยที่ 2) ไว้แล้วดังปรากฏตามหนังสือสัญญารับสภาพหนี้ฉบับลงวันที่ 15 กันยายน 2513คู่สัญญาฝ่ายที่สองตกลง

ณ ที่นี้ว่า หากบรรดาผู้เช่าซื้อที่ดินตามโฉนดดังกล่าวไม่ประสงค์จะได้ที่ดินจากคู่สัญญาฝ่ายที่หนึ่งในโฉนดที่เช่าซื้อเดิมต่อไป และตกลงจะขอรับที่ดินแห่งใหม่ ซึ่งคู่สัญญาฝ่ายที่สองได้จัดให้และได้นำไปจดทะเบียนบุริมสิทธิในที่ดินแปลงใหม่ให้แล้วนั้น เมื่อผู้เช่าซื้อดังกล่าวและคู่สัญญาฝ่ายที่สองได้แสดงตนและทำหนังสือแจ้งความประสงค์ดังกล่าวต่อคู่สัญญาฝ่ายที่หนึ่งเรียบร้อยแล้ว คู่สัญญาฝ่ายที่สองขอเบิกเงินของบรรดาผู้เช่าซื้อในส่วนที่ผู้เช่าซื้อได้ชำระให้กับคู่สัญญาฝ่ายที่สองโดยผ่านธนาคารคู่สัญญาฝ่ายที่หนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2513 เป็นต้นมา เท่านั้น แต่ถ้าบรรดาผู้เช่าซื้อรายใดไม่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงที่ดินที่คู่สัญญาฝ่ายที่สองจัดให้ใหม่ และผู้เช่าซื้อนั้นมีความประสงค์จะได้ที่ดินที่เช่าซื้อเดิม

ก็คงให้ผู้เช่าซื้อตกลงขอซื้อกับคู่สัญญาฝ่ายที่หนึ่งต่อไปได้เองโยตรงดังเดิม แต่ถ้าผู้เช่าซื้อรายใดไม่ประสงค์ที่ดินและต้องการเงินคืน คู่สัญญาฝ่ายที่หนึ่งตกลงจะคืนเงินให้เฉพาะในส่วนที่คู่สัญญาฝ่ายที่หนึ่งได้รับภายหลังวันที่ 15 กันยายน 2513เป็นต้นมา จนหมดเท่านั้นบรรดาผู้เช่าซื้อดังกล่าวในวรรคต้นหมายถึงผู้เช่าซื้อซึ่งได้ทำสัญญาเช่าซื้อไว้กับคู่สัญญาฝ่ายที่สอง และยังชำระค่าเช่าซื้อกับคู่สัญญาฝ่ายที่หนึ่งตลอดมาอยู่"เห็นว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ทำสัญญาตกลงกันเพื่อรักษาประโยชน์ของผู้เช่าซื้อที่ดินจากจำเลยที่ 1 แต่เดิม ให้มีโอกาสได้ที่ดินโดยแน่นอน ซึ่งอาจจะเป็นที่ดินที่เช่าซื้อเดิมและจำเลยที่ 1 โอนชำระหนี้จำนองแก่จำเลยที่ 2 ไปแล้ว หรือที่ดินที่จำเลยที่ 1 จะจัดหาให้ใหม่แห่งใดแห่งหนึ่ง

เมื่อจำเลยที่ 2 มีหนังสือแจ้งให้โจทก์ไปติดต่อ โจทก์แสดงความประสงค์ว่าจะได้ที่ดินที่เช่าซื้อเดิม จำเลยที่ 2ก็รับว่า เมื่อชำระราคาครบถ้วนแล้วจะโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์จึงผ่อนชำระค่าเช่าซื้อแก่จำเลยที่ 2 เรื่อยมาจนครบ สัญญาระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงเป็นสัญญาตกลงว่าจะชำระหนี้แก่บุคคลภายนอกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 374 โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ได้แสดงเจตนาต่อจำเลยที่ 2 ว่าจะถือเอาประโยชน์จากสัญญานั้นแล้ว จำเลยที่ 2 จึงมีความผูกพันต้องโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทให้แก่โจทก์ กรณีเช่นนี้หาใช่เป็นการจัดสรรที่ดินขาย อันจะถือว่าเป็นกิจการนอกวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 2 ดังข้อฎีกาของจำเลยที่ 2 ไม่ แต่จำเลยที่ 2มิได้เป็นคู่สัญญาเช่าซื้อกับโจทก์ จึงไม่ต้องรับผิดใช้เบี้ยปรับพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพโรจน์ ไวกาสี · ชุ่ม สุนทรธัย · กุศล บุญยืน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้