Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 272/2509

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่มีทุนทรัพย์ไม่เกิน 5,000 บาท ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมากนั้น แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งรับฎีกาของคู่ความมาลอยๆ โดยมิได้อ้างเหตุก็ตาม คู่ความก็ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องว่า ตามประกาศยึดทรัพย์และประกาศขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยในคดีนี้ลงวันที่ 16 ธันวาคม 2506 ของเจ้าพนักงานบังคับคดีซึ่งจะทำการขายที่นา เรือน และกระบือ 3 ตัวตามประกาศยึดทรัพย์ อันดับที่ 1, 3, 4 (ราคาประมาณ 2,500 บาท)นั้น ทรัพย์ดังกล่าวเป็นของผู้ร้อง หาใช่เป็นของจำเลยไม่ ขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ดังกล่าวโจทก์ให้การว่า ทรัพย์ที่โจทก์ยึดเป็นของจำเลยเพราะผู้ร้องไม่ได้รับมรดกทางทะเบียน ทรัพย์ที่ยึดเป็นสังหาริมทรัพย์และเป็นที่ดินมือเปล่า จำเลยครอบครองมาเกิน 1 ปีแล้วทรัพย์จึงตกมาเป็นของจำเลยโดยผลแห่งกฎหมาย ผู้ร้องที่ 1 อาศัยอยู่กับจำเลยซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวหรือครอบครองร่วมกับจำเลยในลักษณะเจ้าของร่วมผู้ร้องไม่มีสิทธิขัดทรัพย์

มีสิทธิแต่ร้องขอส่วนแบ่งเท่านั้น ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นทำการพิจารณาเห็นว่า ผู้ร้องที่ 1 กับนายจำปาจำเลยได้อยู่ด้วยกันมาฉันสามีภริยาตั้ง 20 ปี และครอบครองทรัพย์ร่วมกันมา แม้มิได้จดทะเบียนสมรสกันก็ตาม ก็ย่อมมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในทรัพย์รายพิพาท ผู้ร้องไม่มีสิทธิจะขอให้ปล่อยทรัพย์รายพิพาท จึงมีคำสั่งยกคำร้อง ของผู้ร้องเสียผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์ว่า ทรัพย์รายพิพาทเป็นของผู้ร้อง จำเลยเป็นเพียงผู้อาศัยเท่านั้นศาลอุทธรณ์ทำการพิจารณาแล้วเชื่อว่า ที่นาและกระบือ 3 ตัวตามบัญชีทรัพย์ที่ประกาศขายทอดตลาดรายการหมายเลข 1 และ 4 ตาม ส.ค.1และบัญชีสัตว์ ปรากฏว่าเดิมเป็นของนางคำ แล้วตกมาเป็นของผู้ร้องที่ 1 ไม่ใช่ทรัพย์ของจำเลย

ส่วนเรือนหมายเลข 3 นั้น ปรากฏว่าปลูกอยู่ในที่ดินของจำเลย พยานผู้ร้องให้การแตกต่างขัดกันศาลอุทธรณ์จึงเชื่อว่าเรือนพิพาทเป็นทรัพย์ของจำเลย โจทก์จึงมีสิทธิยึดได้ พิพากษาแก้คำสั่งศาลชั้นต้นให้ปล่อยทรัพย์รายการหมายเลข 1 และ 4 เสีย ให้โจทก์เสียค่าฤชาธรรมเนียม ค่าทนายสองศาลสองร้อยบาทแทนผู้ร้อง นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาว่า ทรัพย์รายพิพาทรายการที่ 1, 4 ที่โจทก์ยึดมาควรฟังว่าเป็นของจำเลย และจำเลยได้ครอบครองร่วมมากับผู้ร้องที่ 1 ผู้ร้องไม่มีสิทธิจะมาร้องขัดทรัพย์ได้ ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้องเสีย ส่วนเรือนพิพาทรายการที่ 3 ผู้ร้องไม่ได้ฎีกา จึงฟังเป็นอันยุติศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นรับฎีกาของโจทก์มาลอย ๆ โดยไม่ได้อ้างเหตุเพราะทุนทรัพย์ไม่เกิน 5,000 บาท แต่ศาลฎีกาเห็นว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้มาก โจทก์จึงฎีกาได้ตามที่โจทก์อ้างว่าทรัพย์รายพิพาทรายการที่ 1 และ 4 เป็นทรัพย์ของจำเลยนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ไม่มีหลักฐานมาหักล้างและคำพยานของผู้ร้องได้เพียงแต่อ้างว่าเห็นจำเลยทำนาพิพาท และใช้กระบือมา และจำเลยยังเคยระบุเอานาพิพาทลงในสัญญากู้นั้น ก็ยังไม่เป็นหลักฐานพอจะรับฟังว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยได้ เพราะการที่จำเลยใช้กระบือและทำนาพิพาทอยู่ก็เป็นเพียงอาศัยทำกินระหว่างอยู่ร่วมกับผู้ร้องที่ 1 เท่านั้นนางคำมารดาผู้ร้องก็ไม่ได้ยกนาและกระบือรายพิพาทให้จำเลย แต่ยกให้ผู้ร้องทั้งสอง จำเลยกับผู้ร้องก็ไม่ได้เป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงไม่มีส่วนเป็นเจ้าของร่วม เพราะไม่ใช่ทรัพย์ที่ทำมาหาได้มาด้วยกัน ศาลฎีกาจึงเชื่อว่านาและกระบือรายพิพาทตามบัญชีทรัพย์รายการที่ 1 และ 4 เป็นของผู้ร้องทั้ง 2 โจทก์จึงไม่มีสิทธิจะยึดเอามาขายทอดตลาดได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เกษม ทิพยจันทร์ · พจน์ ปุษปาคม · บุศย์ ขันธวิทย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้