Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2719/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อมารดาโจทก์จดทะเบียนรับโอนมรดกที่ดินและบ้านพิพาทจากเจ้ามรดกโดยใส่ชื่อมารดาโจทก์คนเดียวนั้นเป็นการถือกรรมสิทธิ์แทนทายาทโดยธรรมทุกคนรวมทั้งจำเลยที่ 2 ด้วย ที่ดินและบ้านพิพาทจึงยังมิได้มีการแบ่งปันกันระหว่างทายาทโดยธรรม มารดาโจทก์ไม่มีสิทธิจดทะเบียนยกที่ดินและบ้านพิพาทในส่วนมรดกที่ตกได้แก่ทายาทอื่นให้แก่โจทก์ โจทก์คงมีกรรมสิทธิ์เฉพาะส่วนของมารดาโจทก์ที่รับมรดกมาในฐานะทายาทโดยธรรม จำเลยที่ 2 ย่อมมีสิทธิยึดถือครอบครองโดยอยู่อาศัยในที่ดินและบ้านพิพาทได้ ส่วนจำเลยที่ 1สามีจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ที่ 4 เป็นบริวารของจำเลยที่ 2ย่อมมีสิทธิอยู่อาศัยในที่ดินและบ้านพิพาท เมื่อที่ดินและบ้านพิพาทยังเป็นมรดกอยู่โจทก์และจำเลยที่ 2 รวมทั้งทายาทอื่นจึงเป็นเจ้าของรวม ดังนี้ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสี่ได้.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับขับไล่จำเลยที่ 1 ที่ 2และบริวารให้รื้อถอนบ้านของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ออกจากที่ดินของโจทก์และขับไล่จำเลยที่ 3 ที่ 4 ออกจากบ้านและที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 ใช้ค่าเสียหายเดือนละ 500 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกจากบ้านและที่ดินแก่โจทก์จำเลยทั้งสี่ให้การว่า ที่ดินและบ้านตามฟ้องเป็นทรัพย์มรดกของนายกล่อมและนางเอม แพอ่อน ที่ยังมิได้แบ่งปัน จำเลยที่ 2นางแป้นมารดาโจทก์ นายป๊อก และนายห่อบุตรทั้งสี่คนเป็นทายาทโดยธรรมมีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน และตกลงว่าให้ใส่ชื่อนางแป้นในโฉนดแต่ห้ามโอนต่อไปและบุตรทุกคนมีสิทธิอยู่อาศัยในที่ดินและบ้านดังกล่าว นางแป้นกลับโอนที่ดินและบ้านให้โจทก์แล้วยืมมือโจทก์ฟ้องคดีนี้

จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 อยู่ในที่ดินและบ้านพิพาทโดยอาศัยสิทธิของจำเลยที่ 2 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสี่บ้านพิพาทให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 50 บาทศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นตามที่โจทก์จำเลยนำสืบรับกันฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 นายป๊อก แพอ่อน นายห่อแพอ่อน และนางแป้น ทรัพย์สงเคราะห์ ซึ่งเป็นมารดาของโจทก์ เป็นบุตรของนายกล่อมกับนางเอม แพอ่อน เดิมนางเอมถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดตามฟ้องร่วมกับนางทิม นางคำ และนางผวน คนละส่วนเท่ากันที่ดินส่วนของนางเอม นายกล่อมและนางเอมได้ปลูกบ้านเลขที่ 36อยู่อาศัยร่วมกับบุตรทั้งสี่คน ต่อมาจำเลยที่ 2 ได้แต่งงานกับจำเลยที่ 1 จึงร่วมกันปลูกบ้านอยู่โดยปลูกติดกับบ้านของนางเอม

ใช้ระเบียงและบ้านเลขที่ 36 ร่วมกันตลอดมา นายกล่อมได้ถึงแก่ความตายไปก่อนนางเอม ก่อนนางเอมจะถึงแก่ความตายมิได้ทำพินัยกรรมเกี่ยวกับที่ดินและบ้านพิพาทไว้ แต่หลังจากนางเอมถึงแก่ความตายไปแล้วประมาณ 2 ปี นางแป้นมารดาโจทก์ได้จดทะเบียนรับมรดกที่ดินและบ้านพิพาทเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2491 ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.5 และ จ.6 ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2524 นางแป้นได้จดทะเบียนยกที่ดินและบ้านพิพาทให้แก่โจทก์ปรากฏตามเอกสารหมายจ.7 จำเลยที่ 3 ที่ 4 เป็นผู้อาศัยอยู่ในบ้านพิพาท คงนำสืบแตกต่างกันโดยจำเลยซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อน นำสืบว่าที่ดินและบ้านพิพาทนางเอมไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ เมื่อนางเอมได้ถึงแก่ความตายไปแล้วประมาณ 1 เดือน

ได้มีการปรึกษาระหว่างพี่น้องซึ่งเป็นบุตรของนางเอมตกลงให้ใส่ชื่อนางแป้นน้องคนสุดท้องซึ่งเป็นมารดาของโจทก์ในโฉนดเพียงคนเดียวตามคำแนะนำของนางคำซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่ แต่ห้ามโอนขายเพราะทุกคนมีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ส่วนโจทก์นำสืบว่าระหว่างนางเอมยังมีชีวิตอยู่นางแป้นเป็นผู้ดูแลนางเอม นางเอมเคยพูดยกที่ดินและบ้านพิพาทให้นางแป้นคนเดียวพี่น้องของนางแป้นรวมทั้งจำเลยที่ 2 ก็ทราบเรื่องนี้ดี เมื่อนางเอมถึงแก่ความตาย นางแป้นจึงขอโอนรับมรดกใส่ชื่อในโฉนดที่ดินพิพาทคนเดียว โดยพี่น้องทุกคนไม่ได้โต้แย้ง ต่อมานางแป้นได้ยกที่ดินและบ้านพิพาทให้โจทก์พิเคราะห์แล้ว ...ข้อเท็จจริงฟังได้ว่านางแป้นไปจดทะเบียนโอนรับมรดกที่ดินและบ้านพิพาทของนางเอมโดยใส่ชื่อนางแป้นคนเดียวนั้นเป็นการถือกรรมสิทธิ์แทนทายาทโดยธรรมทุกคนรวมทั้งจำเลยที่ 2ด้วย ที่ดินและบ้านพิพาทหลังที่เป็นมรดกของนางเอมจึงยังมิได้มีการแบ่งปันกันในระหว่างทายาทโดยธรรมของนางเอม

นางแป้นไม่มีสิทธิจดทะเบียนยกที่ดินและบ้านพิพาทในส่วนมรดกที่ตกได้แก่ทายาทอื่นให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นบุตรนางแป้น โจทก์คงมีกรรมสิทธิ์เฉพาะส่วนของนางแป้นที่รับมรดกจากนางเอมในฐานะทายาทโดยธรรมเท่านั้นมิใช่ได้กรรมสิทธิ์ทั้งหมด จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นทายาทมีสิทธิรับมรดกของนางเอม ย่อมมีสิทธิยึดถือครอบครองโดยอยู่อาศัยในที่ดินและบ้านพิพาทได้ จำเลยที่ 1 สามีจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ที่ 4บริวารของจำเลยที่ 2 ย่อมมีสิทธิอยู่อาศัยในที่ดินและบ้านพิพาทด้วย เมื่อที่ดินและบ้านพิพาทยังเป็นทรัพย์มรดกอยู่ยังมิได้แบ่งปันกันโจทก์และจำเลยที่ 2 รวมทั้งทายาทอื่นจึงเป็นเจ้าของรวมโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสี่ได้..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระชัย สูตรสุวรรณ · เริงธรรม ลัดพลี · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้