Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2716/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

นิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศอื่น แม้จะไม่เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทยก็ฟ้องคดีในศาลไทยได้ แม้ตามภาพถ่ายใบมอบอำนาจของโจทก์ท้ายฟ้อง ซึ่งมอบอำนาจให้ ป. ฟ้องคดีมิได้ปิดอากรแสตมป์ แต่จำเลยให้การในเรื่องใบมอบอำนาจแต่เพียงว่า ผู้มอบอำนาจไม่มีอำนาจลงนามแทนโจทก์ ทั้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 60 วรรคสอง มิได้บัญญัติว่าโจทก์จะต้องแสดงหนังสือมอบอำนาจติดมากับฟ้อง เมื่อศาลไม่ได้สั่งให้โจทก์ส่งใบมอบอำนาจเพราะมีเหตุอันควรสงสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 47 โจทก์จึงไม่ต้องส่งต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจต่อศาล กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่าหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรหรือไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบริษัทประกอบการค้าอยู่ ณ สหรัฐอเมริกาเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมีนายเจมส์ เอส เบเคอร์ เป็นประธานกรรมการและมีอำนาจทำการแทนโจทก์ ได้มอบอำนาจให้นายปริญญา จันทร์เรือง ฟ้องคดีนี้ จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการเป็นนายหน้าตัวแทนและสั่งสินค้าจากต่างประเทศ มีจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๔ โจทก์ตกลงให้จำเลยที่ ๑ เป็นตัวแทนโดยได้รับบำเหน็จเสนอขายหม้อแปลงไฟฟ้า ๑ ชุด รวมทั้งการทำภาพและผังต่อบริษัทไฟฟ้าฟิลลิปส์แห่งประเทศไทย จำกัด ในราคา ๑๖,๗๘๐ ดอลล่าร์สหรัฐ (เท่ากับ ๓๔๙,๐๒๔ บาท) บริษัทไฟฟ้าฟิลลิปส์ฯ ตกลงรับซื้อ โจทก์ได้ส่งสิ่งของให้ผู้ซื้อเรียบร้อยแล้ว บริษัทไฟฟ้าฟิลลิปส์ฯ ได้ชำระค่าสิ่งของจำนวนดังกล่าวให้จำเลยที่ ๑ ในฐานะเป็นตัวแทนโจทก์ โจทก์ทวงถามเงินจำนวนนี้จากจำเลยแล้ว จำเลยเพิกเฉยจึงขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๓๔๙,๐๒๔ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระเงินหมด

จำเลยทั้งสองให้การร่วมกันว่า โจทก์ไม่ใช่นิติบุคคลเพราะไม่มีหลักฐานแสดงว่าเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย และไม่มีหลักฐานว่านายเจมส์ เอส เบเคอร์ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนโจทก์ จำเลยที่ ๑ ไม่เคยเป็นตัวแทนของโจทก์ขายสินค้าตามฟ้องให้บริษัทไฟฟ้าฟิลลิปส์ฯ การซื้อขายหม้อแปลงไฟฟ้าระหว่างโจทก์กับบริษัทไฟฟ้าฟิลลิปส์ฯ รายนี้ผู้ซื้อมีหน้าที่ชำระสินค้าให้โจทก์ด้วย จำเลยไม่เคยรับเงินค่าสินค้าแทนโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์เป็นบริษัทจำกัด มีนายเจมส์ เอส เบเคอร์ เป็นประธานกรรมการมีอำนาจทำการแทนโจทก์ จำเลยที่ ๑ เป็นตัวแทนของโจทก์ขายหม้อแปลงไฟฟ้าให้บริษัทไฟฟ้าฟิลลิปส์ฯ และได้รับเงินไปจากบริษัทไฟฟ้าฟิลลิปส์แล้ว ๓๕๒,๓๘๐ บาท จึงพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๓๔๙,๐๒๔ บาทเท่าที่โจทก์ขอ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีแต่วันฟ้องไปจนกว่าจำเลยจะชำระเงินเสร็จ

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยมิได้ให้การคัดค้านว่าโจทก์ไม่ใช่นิติบุคคลตามกฎหมายสหรัฐอเมริกา โจทก์มีนายปริญญา จันทร์เรือง มาเบิกความยืนยันว่าโจทก์เป็นบริษัทจำกัดจดทะเบียนที่สหรัฐอเมริกาและปรากฏตามภาพถ่ายหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องว่า บริษัทเจมส์ เอส เบเคอร์ เป็นบริษัทอเมริกัน สำนักงานอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นการเพียงพอที่จะฟังว่าบริษัทโจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกาแล้ว แม้จะไม่เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทยก็ฟ้องคดีในศาลไทยได้ ส่วนที่จำเลยคัดค้านว่าใบมอบอำนาจมิได้ปิดอากรแสตมป์รับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้นั้น เห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๖๐ วรรคสอง มิได้บัญญัติว่าโจทก์จะต้องแสดงหนังสือมอบอำนาจติดมากับฟ้อง

ทั้งศาลก็ไม่ได้สั่งให้โจทก์ส่งใบมอบอำนาจเพราะมีเหตุอันควรสงสัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔๗ โจทก์จึงไม่ต้องส่งต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจต่อศาล เมื่อไม่มีความจำเป็นที่โจทก์จะต้องส่งต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจดังกล่าว ข้อฎีกาของจำเลยที่ว่าเอกสารฉบับนี้มิได้ปิดอากรแสตมป์จึงตกไป.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม ทันด่วน · ชลอ จามรมาน · สมคิด มงคลชาติ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายวิเชียร พูนคำ
ศาลอุทธรณ์ - นายจิรายุ ภัทร มหาวินิจฉัยมนตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้