Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2709/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในกรณีเจ้าหนี้มีลูกหนี้หลายคน เจ้าหนี้จะฟ้องลูกหนี้คนใดและจะฟ้องอย่างไร ย่อมเป็นสิทธิของเจ้าหนี้ที่จะเลือกกระทำได้ โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้จึงมีสิทธิฟ้องลูกหนี้คนอื่น ๆ เป็นคดีล้มละลายโดยไม่จำต้องฟ้องจำเลยด้วย ทั้งการที่โจทก์ไม่ได้ฟ้องจำเลยในคดีล้มละลายดังกล่าว ย่อมเป็นคุณแก่จำเลยในอันที่จะไม่ต้องตกเป็นบุคคลล้มละลาย และแม้ต่อมาลูกหนี้คนอื่น ๆ จะตกเป็นบุคคลล้มละลายก็ตาม จำเลยก็หาได้หลุดพ้นจากความรับผิดต่อโจทก์ไม่ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ โดยไม่จำต้องคำนึงว่าจำเลยจะขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายได้หรือไม่ และจะเสียสิทธิในการไล่เบี้ยหรือไม่ เพราะการไล่เบี้ยเป็นเรื่องระหว่างลูกหนี้ด้วยกันเอง กรณีถือไม่ได้ว่าโจทก์ใช้สิทธิฟ้องจำเลยโดยไม่สุจริต โจทก์นำสำเนาภาพถ่ายของต้นฉบับเอกสารที่สูญหายไปมาสืบว่าถูกต้องกับต้นฉบับ แม้จะไม่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นได้อนุญาตให้โจทก์นำสำเนาเอกสารหรือพยานบุคคลมาสืบก็ตาม แต่การที่ศาลชั้นต้นยอมให้โจทก์นำสำเนาหนังสือสัญญาเอกสารและพยานบุคคลมาสืบ ถือได้ว่าศาลชั้นต้นได้อนุญาตให้โจทก์นำสำเนาเอกสารและพยานบุคคลมาสืบแล้ว สำเนาหนังสือสัญญาดังกล่าวจึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานแห่งเอกสารดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 93(2) ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นควรให้จำเลยใช้แทนโจทก์ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี แทนที่จะให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ฟ้องคดีนั้นเป็นดุลพินิจของศาล เมื่อไม่นอกเหนือไปจากบทบัญญัติกฎหมายก็ไม่มีเหตุที่จะต้องแก้ไข

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2527 ห้างหุ้นส่วนจำกัดพูนพิพัฒน์พืชผล ได้ขอให้โจทก์ออกหนังสือค้ำประกันให้แก่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรเพื่อค้ำประกันสัญญาซื้อขายหัวกระเทียมแห้งตามสัญญาที่ 6/2528 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2527 ในวงเงินฉบับละ 1,000,000 บาทรวม 3 ฉบับ เป็นเงิน 3,000,000 บาท ซึ่งโจทก์ได้ออกหนังสือค้ำประกันให้ตามหนังสือค้ำประกันเลขที่ 7600/2527, 7601/2527 และ 7602/2527และจำเลยได้ทำหนังสือค้ำประกันห้างหุ้นส่วนจำกัดพูนพิพัฒน์พืชผลให้แก่โจทก์เป็นเงินรวม 2,000,000 บาท โดยยอมชำระดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทนและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แก่โจทก์ ต่อมาห้างหุ้นส่วนจำกัดพูนพิพัฒน์พืชผลผิดสัญญาต่อองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร

องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ชำระหนี้แทนในฐานะผู้ค้ำประกันเป็นเงิน 2,379,452.35 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2528 เป็นต้นไปโจทก์ชำระหนี้แทนเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2529 จึงเรียกร้องให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดพูนพิพัฒน์พืชผล และจำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันใช้เงินที่โจทก์ชำระแทนไปเป็นเงิน 2,379,452.35 บาท และดอกเบี้ยจำนวน 178,861.95 บาท รวม2,558,314.30 บาท แต่ไม่ชำระต่อมาห้างหุ้นส่วนจำกัดพูนพิพัฒน์พืชผลถูกศาลพิพากษาให้ล้มละลาย ขอให้จำเลยชำระเงินต้นจำนวน 2,558,314.30บาท พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่โจทก์จ่ายเงินให้องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะหนังสือมอบอำนาจโจทก์เป็นเอกสารปลอม

โจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริต โดยการใช้สิทธิขอรับชำระหนี้จากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลายของห้างหุ้นส่วนจำกัดพูนพิพัฒน์พืชผลก่อนจะมาเรียกร้องจากจำเลยและการที่โจทก์ฟ้องคดีจำเลยล่าช้าทำให้จำเลยไม่สามารถขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพราะล่วงเลยเวลาขอรับชำระหนี้ จำเลยทำสัญญาค้ำประกันห้างหุ้นส่วนจำกัดพูนพิพัฒน์พืชผลไว้แก่โจทก์ในวงเงิน 1,000,000 บาท ไม่ใช่วงเงิน3,000,000 บาท ตามที่โจทก์ฟ้อง (ที่ถูกวงเงิน 2,000,000 บาท) หากจำเลยต้องรับผิดจำเลยก็รับผิดไม่เกิน 1,000,000 บาท และคิดดอกเบี้ยได้เพียงอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี และโจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยย้อนหลังไม่เกิน 5 ปีศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 2,000,000 บาท

พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2529 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีให้นับแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2529 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์ได้ทำหนังสือค้ำประกันห้างหุ้นส่วนจำกัดพูนพิพัฒน์พืชผลให้แก่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรเพื่อเป็นการค้ำประกันสัญญาซื้อขายหัวกระเทียมแห้งระหว่างห้างหุ้นส่วนจำกัดพูนพิพัฒน์พืชผลกับองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร หากห้างหุ้นส่วนจำกัดพูนพิพัฒน์พืชผลปฏิบัติผิดสัญญา โจทก์ยินยอมใช้เงินให้แก่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรในวงเงินฉบับละ 1,000,000 บาท

รวม 3 ฉบับ เป็นเงิน3,000,000 บาท ตามเอกสารหมาย จ.6, จ.8 และ จ.10 การที่โจทก์ทำหนังสือค้ำประกันดังกล่าวมีนางนวลอนงค์ รักพาณิชย์ และนายวิเชียร รักพาณิชย์ กับจำเลยต่างทำสัญญายอมรับผิดชอบชำระเงินรวมทั้งดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ในกรณีที่โจทก์ต้องจ่ายเงินแทนห้างหุ้นส่วนจำกัดพูนพิพัฒน์พืชผลไปตามหนังสือค้ำประกันดังกล่าว ต่อมาห้างหุ้นส่วนจำกัดพูนพิพัฒน์พืชผลผิดสัญญาต่อองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร โจทก์ได้ชำระเงินให้แก่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรแล้วฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัดพูนพิพัฒน์พืชผล นางนวลอนงค์และนายวิเชียรเป็นคดีล้มละลาย และศาลได้พิพากษาให้บุคคลทั้งสามเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว โดยโจทก์ไม่ได้ฟ้องจำเลยในคดีดังกล่าวด้วยคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในประการแรกว่าโจทก์ใช้สิทธิฟ้องจำเลยโดยสุจริตหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า

การที่โจทก์ฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัดพูนพิพัฒน์พืชผล นางนวลอนงค์และนายวิเชียรเป็นคดีล้มละลายโดยไม่ได้ฟ้องจำเลยด้วย จนบุคคลทั้งสามตกเป็นบุคคลล้มละลายจึงมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ ทำให้จำเลยไม่อาจขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายและเสียสิทธิในการไล่เบี้ยเอาจากบุคคลทั้งสามดังกล่าวได้ เห็นว่า ในกรณีเจ้าหนี้มีลูกหนี้หลายคนนั้นเจ้าหนี้จะฟ้องลูกหนี้คนใด และหากฟ้อง จะฟ้องอย่างไรย่อมเป็นสิทธิของเจ้าหนี้ที่จะเลือกกระทำได้ โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้จึงมีสิทธิฟ้องลูกหนี้คนอื่น ๆ คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัดพูนพิพัฒน์พืชผล นางนวลอนงค์และนายวิเชียรเป็นคดีล้มละลายโดยไม่จำต้องฟ้องจำเลยด้วยทั้งการที่โจทก์ไม่ได้ฟ้องจำเลยในคดีล้มละลายดังกล่าว

ย่อมเป็นคุณแก่จำเลยในอันที่จะไม่ต้องตกเป็นบุคคลล้มละลาย และแม้ต่อมาลูกหนี้คนอื่น ๆจะตกเป็นบุคคลล้มละลายก็ตาม จำเลยก็หาได้หลุดพ้นจากความรับผิดต่อโจทก์ไม่ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ โดยไม่จำต้องคำนึงว่าจำเลยจะขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายได้หรือไม่ และจะเสียสิทธิในการไล่เบี้ยเอาจากบุคคลทั้งสามดังกล่าวหรือไม่เพราะการไล่เบี้ยเป็นเรื่องระหว่างลูกหนี้ด้วยกันเอง กรณีถือไม่ได้ว่าโจทก์ใช้สิทธิฟ้องจำเลยโดยไม่สุจริตมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในประการต่อไปว่า จำเลยทำสัญญายินยอมรับผิดชำระเงินที่โจทก์จ่ายแทนห้างหุ้นส่วนจำกัดพูนพิพัฒน์พืชผลไปตามหนังสือค้ำประกันให้แก่โจทก์จำนวนเพียงใด ข้อนี้โจทก์นำสืบว่า

จำเลยได้ทำสัญญาไว้แก่โจทก์ 2 ฉบับ ลงวันที่วันเดียวกัน คือวันที่ 29 ตุลาคม 2527 โดยจำเลยยินยอมรับผิดชำระเงินให้แก่โจทก์ฉบับละ1,000,000 บาท ตามสำเนาหนังสือสัญญาเอกสารหมาย จ.11 และ จ.12ส่วนจำเลยนำสืบว่า จำเลยทำสัญญาดังกล่าวไว้แก่โจทก์เพียงฉบับเดียวจำนวนเงิน 1,000,000 บาท สำเนาหนังสือสัญญาเอกสารหมาย จ.11 และจ.12 เป็นสัญญาฉบับเดียวกันโดยเป็นคู่ฉบับกัน เห็นว่า หากสำเนาหนังสือสัญญาเอกสารหมาย จ.11 และ จ.12 ถ่ายสำเนามาจากต้นฉบับและสำเนาคู่ฉบับของสัญญาฉบับเดียวกันดังที่จำเลยอ้าง ข้อความที่พิมพ์เพิ่มเติมลงในแบบฟอร์มหนังสือสัญญารวมทั้งลายมือชื่อของจำเลยในช่องผู้ค้ำประกันของสำเนาหนังสือสัญญาเอกสารหมาย จ.11 และ

จ.12 จะต้องมีตำแหน่งตรงกันโดยตลอด แต่ศาลฎีกาได้ตรวจสำเนาหนังสือสัญญาเอกสารหมาย จ.11และ จ.12 โดยวิธีนำมาวางซ้อนทับกัน ปรากฏว่าข้อความที่พิมพ์เพิ่มเติมลงในแบบฟอร์มหนังสือสัญญารวมทั้งลายมือชื่อของจำเลยในช่องผู้ค้ำประกันของสำเนาเอกสารทั้งสองฉบับดังกล่าวมีตำแหน่งไม่ตรงกันโดยตลอด แสดงว่าไม่ใช่คู่ฉบับกัน จึงไม่ใช่สัญญาฉบับเดียวกันดังที่จำเลยอ้างแต่เป็นสัญญาคนละฉบับกันข้อเท็จจริงน่าเชื่อตามที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยได้ทำสัญญาไว้แก่โจทก์ 2 ฉบับ โดยยินยอมรับผิดชำระเงินให้แก่โจทก์ฉบับละ 1,000,000 บาทตามสำเนาหนังสือสัญญาเอกสารหมาย จ.11 และ จ.12 ที่จำเลยอ้างว่าสำเนาเอกสารทั้งสองฉบับดังกล่าวรับฟังไม่ได้ตามกฎหมายนั้น

ปรากฏว่าโจทก์ได้นำสำเนาเอกสารทั้งสองฉบับดังกล่าวมาสืบโดยมีนายต่อศักดิ์สุทธิชาติ และนายนาคิน ชูสิทธิ์ พนักงานของโจทก์เป็นพยานเบิกความยืนยันว่า ต้นฉบับเอกสารทั้งสองฉบับดังกล่าวสูญหายซึ่งโจทก์ได้แจ้งความไว้เป็นหลักฐานตามสำเนารายงานประจำวันธุรการเอกสารหมาย จ.13 และรับรองว่าสำเนาหนังสือสัญญาเอกสารหมาย จ.11 กับ จ.12 เป็นสำเนาภาพถ่ายของต้นฉบับเอกสารที่สูญหายไป ส่วนจำเลยคงมีตัวจำเลยเป็นพยานเบิกความเพียงว่า จำเลยไม่รับรองความถูกต้องตามเอกสารหมายจ.11 และ จ.12 แต่ก็เบิกความตอบทนายโจทก์ถามค้านรับว่าตามเอกสารหมายจ.11 และ จ.12 ลายมือชื่อในช่องผู้ค้ำประกันเป็นลายมือชื่อของจำเลยจริงเจือสมกับพยานโจทก์ จึงน่าเชื่อว่าต้นฉบับเอกสารดังกล่าวหาไม่ได้เพราะสูญหายไป และสำเนาหนังสือสัญญาเอกสารหมาย

จ.11 และ จ.12 ถูกต้องกับต้นฉบับ แม้จะไม่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นได้อนุญาตให้โจทก์นำสำเนาเอกสารหรือพยานบุคคลมาสืบก็ตาม แต่การที่ศาลชั้นต้นยอมให้โจทก์นำสำเนาหนังสือสัญญาเอกสารหมาย จ.11 กับ จ.12 และพยานบุคคลมาสืบถือได้ว่าศาลชั้นต้นได้อนุญาตให้โจทก์นำสำเนาเอกสารและพยานบุคคลมาสืบแล้ว สำเนาหนังสือสัญญาเอกสารหมาย จ.11 และ จ.12 จึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานแห่งเอกสารดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93(2)ที่จำเลยฎีกาในประการสุดท้ายว่า ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นควรให้จำเลยใช้แทนโจทก์ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีแทนที่จะให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ฟ้องคดีนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า เป็นดุลพินิจของศาล เมื่อไม่นอกเหนือไปจากบทบัญญัติกฎหมายก็ไม่มีเหตุที่จะต้องแก้ไขศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 5,000 บาท แทนโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประชา ประสงค์จรรยา · วินัย วิมลเศรษฐ · สุรพล เจียมจูไร
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้