Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2528 (เลขอ้างอิง 27046)

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลฎีกาได้พิพากษาให้โจทก์แบ่งที่ดินในโฉนดให้แก่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ในสำนวนแรกและแบ่งให้แก่นาง พ. มารดาจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในสำนวนหลัง ต่อมาโจทก์และจำเลย ได้พิพาทกันในชั้นบังคับคดี เกี่ยวกับการรังวัดแบ่งแยกที่ดินในโฉนดดังกล่าว ว่ารังวัด แบ่งแยกถูกต้องตรงตามคำพิพากษาฎีกาหรือไม่ศาลชั้นต้นได้นัด พร้อมทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่าตรงที่พิพาทด้านเหนือให้ เจ้าพนักงานรังวัด แบ่งให้เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยทั้งสองสำนวน นี้เพียงแค่ติดสวนของโจทก์ เมื่อช่างแผนที่ไปรังวัด แบ่งแยกเสร็จแล้วโจทก์ไม่รับรองศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่ารูปแผนที่แบ่งแยกซึ่งช่างแผนที่ทำมานั้นถูกต้องตรงกับข้อตกลงของโจทก์ จำเลยแล้ว มีคำสั่งให้แบ่งแยกที่พิพาทให้จำเลยทั้งสองสำนวน ตามรูปแผนที่แบ่งแยกดังกล่าวคดีถึงที่สุดฉะนั้นที่โจทก์ฟ้องคดี ทั้งสองสำนวนนี้ว่า จำเลยทั้งสองสำนวนได้สมคบกันออกรูปแผนที่ หลังโฉนดซึ่ง เป็นที่พิพาทกันในคดีก่อนขัดกับคำพิพากษาฎีกา เป็นเหตุให้ ที่ดินของโจทก์ขาดไป. จึงเป็นการโต้เถียงว่า การรังวัดแบ่งแยกที่ดินพิพาทไม่ถูกต้องตรงตามคำพิพากษาฎีกาอัน เป็นประเด็นเดียวกัน กับประเด็นที่โจทก์จำเลยพิพาทกันใน ชั้นบังคับคดี ซึ่งได้มีคำพิพากษา หรือคำสั่งถึงที่สุดดังกล่าว แล้ว ฟ้องของโจทก์ทั้งสองสำนวนนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องคดีทั้งสองสำนวนมีใจความทำนองเดียวกันว่า เดิมโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 1488 เมื่อ พ.ศ. 2500 จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ในสำนวนแรกและนางพุดมารดาจำเลยที่ 1 ที่ 2 ในสำนวนหลังได้ฟ้องขอให้ศาลสั่งว่า จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดดังกล่าว เนื้อที่ 52 ไร่เศษ โดยการครอบครอง ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้โจทก์แบ่งที่ดินให้ ในชั้นบังคับคดีได้พิพาทกันเรื่องการรังวัดออกโฉนดตามคำพิพากษาศาลฎีกามีการจัดทำแผนที่พิพาทในชั้นบังคับคดี และศาลฎีกาพิพากษาว่าแผนที่พิพาทที่ทำขึ้นถูกต้อง ต่อมาจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ในสำนวนแรกและจำเลยที่ 1 ที่ 2 ในสำนวนหลังได้ยื่นคำขอรังวัดและขึ้นรูปแผนที่หลังโฉนดไว้โดยไม่ทำการรังวัดตรงตามแผนที่พิพาทจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ในสำนวนแรกได้รังวัดด้านทิศเหนือรุกล้ำที่ดินของโจทก์ 5 ไร่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ในสำนวนหลังได้รังวัดด้านทิศเหนือรุกล้ำที่ดินโจทก์ 1 ไร่ 1 งานจำเลยที่ 6 ในสำนวนแรกและจำเลยที่ 3 ในสำนวนหลังซึ่งเป็นเจ้าพนักงานที่ดินได้สมคบกันออกรูปแผนที่หลังโฉนด

อันเป็นการรังวัดแบ่งแยกขัดกับคำพิพากษาฎีกาและขัดต่อกฎหมายและระเบียบแบบแผน ขอให้ศาลพิพากษาว่า เฉพาะรูปแผนที่ที่ดินที่รังวัดหลังโฉนดที่ดินที่ออกให้แก่จำเลยเป็นโมฆะ ไม่มีผลใช้บังคับตามกฎหมายให้จำเลยทำการรังวัดรูปแผนที่หลังโฉนดดังกล่าวใหม่ ให้ตรงตามรูปแผนที่พิพาทหากจำเลยไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้ให้จำเลยในสำนวนแรกใช้ค่าเสียหาย1,500,000 บาท จำเลยในสำนวนหลังใช้ค่าเสียหาย 375,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองสำนวนให้การทำนองเดียวกันว่า จำเลยได้รังวัดแบ่งแยกที่ดินโดยสุจริตและตามระเบียบแบบแผน ไม่ได้รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาฎีกาถูกต้องตามข้อตกลงของโจทก์และจำเลยแล้ว จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์

ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ และคดีของโจทก์ขาดอายุความแล้วศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวนเป็นฟ้องซ้ำ และคดีของโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามฟ้องและคำให้การฟังได้ว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 1488ตำบลคลองราชาเทวะ อำเภอบางปลี จังหวัดสมุทรปราการ เนื้อที่ประมาณ 123 ไร่เดิมมีชื่อโจทก์เป้นผู้ถือกรรมสิทธิ์ เมื่อ พ.ศ. 2500 นางพุด บางเทศธรรม มารดาจำเลยที่ 1ที่ 2 ในสำนวนหลังและจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ในสำนวนแรกได้ฟ้องโจทก์ขอให้ศาลสั่งว่าที่ดินเฉพาะส่วนในที่ดินโฉนดดังกล่าวเป็นของพวกจำเลย ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 120 - 121/2501 ของศาลจังหวัดสมุทรปราการ

คดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1194 - 1195/2504 ให้โจทก์แบ่งที่ดินในโฉนดเลขที่ดังกล่าวให้แก่พวกจำเลย เนื้อที่ 52 ไร่ 3 งานเศษ หากโจทก์ไม่จัดการแบ่ง ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของโจทก์ในข้อบังคับคดี โจทก์และจำเลยสำนวนแรกและนางพุด บางเทศธรรม พิพาทกันเกี่ยวกับการรังวัดแบ่งแยกที่ดินในโฉนดดังกล่าวโดยโจทก์คัดค้านว่า จำเลยทั้งสองสำนวนนำชี้ให้ช่างแผนที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการรังวัดที่ดินแบ่งแยกไม่ตรงกับข้อตกลง ศาลชั้นต้นเผชิญสืบที่พิพาทแล้ว วินิจฉัยชี้ขาดว่า จำเลยทั้งสองสำนวนนำชี้และช่างแผนที่ทำแผนที่ถูกต้องให้เแบ่งแยกที่ดินไปตามที่ที่ช่างแผนที่รังวัดและส่งรูปแผนที่ต่อศาล คดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาฎีกาที่ 183 - 184/2510 ต่อมาโจทก์ได้ยื่นฟ้องกรมที่ดิน

เจ้าพนักงานที่ดิน จังหวัดสมุทรปราการ นางพุด บางเทศธรรม กับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4และที่ 5 ในสำนวนแรก ขอให้เพิกถอนการรังวัดแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 1488 ที่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการได้ทำขึ้น โดยอ้างว่า จำเลยในคดีดังกล่าวสมคบกันรังวัดโดยมิชอบ ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 239/2512 ของศาลจังหวัดสมุทรปราการ คดีถึงที่สุด โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของโจทก์เป็นการคัดค้านคำวินิจฉัยชี้ขาดของศาลฎีกา ซึ่งได้เคยพิพากษาเสร็จเด็ดขาดไปแล้วโจทก์จะฎีกาคัดค้านเช่นนี้อีกไม่ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ปรากฏตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1544/2517คดีมีปัญหาว่า ฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวนนี้ เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อนหรือไม่พิะเคราะห์แล้วเห็นว่า

สำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 120 - 121/2501 ของศาลจังหวัดสมุทรปราการได้มีคำพิพากษาฎีกาที่ 1194 - 1195/2504 พิพากษาให้จำเลย (โจทก์ทั้งสองสำนวนนี้)แบ่งที่ดินในโฉนดเลขที่ 1488 ตำบลคลองราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการให้แก่นางพุด บางเทศธรรม มารดาจำเลยสที่ 1 และที่ 2 ในสำนวนหลังและแบ่งแยกให้แก่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ในสำนวนแรกซึ่งเป็นโจทก์ในคดีดังกล่าวตามจำนวนเนื้อที่ที่โจทก์ในคดีดังกล่าวครอบครองอยู่ ในชั้นบังคับคดีแบ่งแยกที่ดินตามคำพิพากษาฎีกาดังกล่าว โจทก์และจำเลยได้พิพาทกันเกี่ยวกับการรังวัดแบ่งแยกที่ดินในโฉนดดังกล่าวว่ารังวัดแบ่งแยกถูกต้องตรงตามคำพิพากษาฎีกาหรือไม่ ศาลจังหวัดสมุทรปราการได้นัดพร้อมและสอบถามคู่ความทั้งสองฝ่ายแล้ว

ทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่า ตรงที่พิพาทด้านเหนือให้เจ้าพนักงานรังวัดแบ่งให้เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์(จำเลยทั้งสองสำนวนนี้) เพียงแค่ติดสวนของจำเลย (โจทก์ทั้งสองสำนวนนี้) เท่านั้นไม่รังวัดเข้าไปในสวนและถือคันนาเป็นแนวเขตที่ดินที่พิพาทกัน ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณา วันที่ 9 สิงหาคม 2505 ต่อมาเมื่อช่างแผนที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการไปรังวัดแบ่งแยกใหม่เสร็จแล้วและส่งรูปแผนที่แบ่งแยกมายังศาลจังหวัดสมุทรปราการ แต่จำเลย (โจทก์ทั้งสองสำนวนนี้) ไม่รับรองแผนที่โดยอ้างว่าฝ่ายโจทก์ (จำเลยทั้งสองสำนวนนี้) นำรังวัดรุกล้ำเข้าไปในที่สวนของจำเลย(โจทก์ทั้งสองสำนวนนี้) ศาลจังหวัดสมุทรปราการได้ออกไปตรวจดูที่พิพาทและทำบันทึกไว้ตามรายงานกระบวนพิจารณาวันที่ 10 กันยายน 2506 โจทก์จำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยานในชั้นบังคับคดีต่อไป

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลจังหวัดสมุทรปราการวินิจฉัยว่ารูปแผนที่แบ่งแยกในสำนวนสารบาญ อันดับ 214 ซึ่งช่างแผนที่สำนักงานที่ดินทำมานั้นถูกต้องตรงกับข้อตกลงของโจทก์ จำเลย ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 9 สิงหาคม 2505 แล้วจึงมีคำสั่งให้แบ่งแยกที่พิพาทให้โจทก์ (จำเลยทั้งสองสำนวนนี้) ตามรูปแผนที่แบ่งแยกดังกล่าว คดีถึงที่สุด จึงเห็นได้ว่า ประเด็นที่โจทก์จำเลยพิพาทกันว่าการรังวัดแบ่งแยกที่พิพาทตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1194 - 1195/2504 ถูกต้องหรือไม่นั้นได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดแล้ว ฉะนั้น ที่โจทก์ฟ้องคดีทั้งสองสำนวนนี้ว่าจำเลยทั้งสองสำนวนได้สมคบกันออกรูปแผนที่หลังโฉนดเลขที่ 17363 และเลขที่ 17364ซึ่งเป็นที่พิพาทในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 120 - 121/2501 ของศาลจังหวัดสมุทรปราการขัดกับคำพิพากษาฎีกาที่ 1194 - 1195/2504 โดยหักเนื้อที่ส่วนที่ถูกตัดเป็นถนนสาธารณะออกเป็นเหตุให้ที่ดินของโจทก์ขาดไป 6 ไร่ 1 งาน จึงเป็นการโต้เถียงว่า

การรังวัดแบ่งแยกที่ดินพิพาทไม่ถูกต้องตรงตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1194 - 1195/2504 อันเป็นประเด็นเดียวกันกับประเด็นที่โจทก์จำเลยพิพาทกันในชั้นบังคับคดีในสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 120 - 121/2501 ของศาลจังหวัดสมุทรปราการและได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดดังกล่าวแล้ว จึงต้องห้ามมิให้คู่ความเดียวกันรื้อร้องฟ้องกันอีกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 ฟ้องของโจทก์ทั้งสองสำนวนนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำ ฎีกาโจทก์เกี่ยวกับเรื่องอายุความจึงไม่จำต้องวินิจฉัย ที่ศาลล่างทั้งสองให้วดสืบพยานของคู่ความและพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัย วุฒิจำนงค์ · ปรีชา พานิชวงศ์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1858/2567

คดีก่อนมีประเด็นว่า โจทก์ทั้งเจ็ดมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสิบห้าออกไปจากที่ดินพิพาทและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสิบห้าได้หรือไม่ ซึ่งที่ดินพิพาทในคดีก่อนก็คือที่ดินพิพาทแปลงเดียวกันกับคดีนี้ แม้คดีน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 883/2567

คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.951/2562 ของศาลจังหวัดทุ่งสง พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถโดยประมาทหรือหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4838/2566

ต. เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้อง ต. และผู้ร้องต่างยื่นคำร้องว่าตนได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ อันเป็นการกล่าวอ้างว่า ต. และผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทมาในระหว่างสมรส ที่ดิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3956/2566

การที่โจทก์ฟ้องคดีก่อนแล้วมาฟ้องคดีนี้ แม้จำเลยที่ 2 คดีนี้และจำเลยในคดีก่อนจะเป็นนิติบุคคลแยกจากกัน แต่จำเลยในคดีก่อนและจำเลยที่ 2 คดีนี้ ต่างเป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งจะต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ พ. (จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2354/2566

แม้คดีก่อนโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2559 หลังจาก พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 ใช้บังคับแล้ว แต่ลูกหนี้ผิดนัดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2557 ก่อนวันที่ พ.ร.บ.…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้