Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 269/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ในระหว่างระยะเวลาห้ามโอน 10 ปี โจทก์ซึ่งเข้าครอบครองที่ดินพิพาทที่ซื้อมา จะไม่ได้สิทธิครอบครองเนื่องจากต้องห้ามโดยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 58 ทวิ ก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ครอบครองที่ดินตลอดมาหลังจากเกินระยะเวลา 10 ปีดังกล่าว โดยโจทก์ปลูกบ้านพร้อมขอเลขที่บ้านจากทางราชการ ย่อมแสดงให้เห็นว่าโจทก์อยู่ในที่ดินพิพาทโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตนตลอดมา จำเลยไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวแย่งการครอบครองแต่อย่างใด ทั้งการที่จำเลยเสนอราคาเพื่อขอซื้อที่ดินพิพาทคืน ก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่าจำเลยยอมรับถึงสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทของโจทก์ โจทก์ย่อมได้ซึ่งสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทเพราะโจทก์เจตนาจะยึดถือเพื่อตนแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 136

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 โดยได้รับความยินยอมจากจำเลยที่ 2ซึ่งเป็นสามีได้แบ่งขายที่ดินเนื้อที่ 1 งาน ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 127 ตำบลปทุม อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานีให้แก่โจทก์ โจทก์ได้ชำระราคาจนครบ ขอให้ศาลพิพากษาว่า ที่ดินตามรูปเส้นตารางสีเหลือง (ที่ถูกเป็นสีส้ม) เอกสารท้ายคำฟ้องของหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 127 ตำบลปทุม อำเภอเมืองอุบลราชธานีจังหวัดอุบลราชธานี เนื้อที่ 1 งาน เป็นของโจทก์โดยการครอบครองตามกฎหมาย ห้ามจำเลยทั้งสองเกี่ยวข้องหรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองที่ดินดังกล่าวจำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยที่ 1 ไม่เคยทำสัญญาแบ่งขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์

เลขที่ 127ตำบลปทุม อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี แก่โจทก์ขอให้บังคับโจทก์และบริวารขนย้ายและรื้อถอนบ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 5ตำบลปทุม อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ออกจากที่ดินพิพาทโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์กับนายสายจิต วรรณพราหมณ์เป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย และได้ร่วมกันซื้อที่ดินพิพาทระหว่างสมรส ที่ดินพิพาทจึงเป็นสินสมรส ขอให้ยกฟ้องแย้งโจทก์และจำเลยทั้งสองแถลงรับกันว่า ที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 127 ตำบลปทุม อำเภอเมืองอุบลราชธานีจังหวัดอุบลราชธานี อยู่ในบังคับห้ามโอน 10 ปี ตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม 2527ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์รื้อถอนบ้านและให้โจทก์พร้อมบริวารออกจากที่ดินตรงเครื่องหมายสีส้มตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 127 ตำบลปทุม

อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานีของจำเลยที่ 1 ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมของโจทก์และจำเลยทั้งสองให้เป็นพับโจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองไม่แก้อุทธรณ์โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าโจทก์ได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทหรือไม่ โจทก์นำสืบว่า หลังจากที่โจทก์และจำเลยที่ 1 ทำสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาท 2 เดือน โจทก์และนายสายจิตได้เข้าไปอยู่ในที่ดินพิพาทโดยปลูกบ้านทำรั้วกั้นอาณาเขตพร้อมขอเลขที่บ้าน ต่อมาปี 2535 จำเลยทั้งสองขอซื้อที่ดินพิพาทคืนในราคา 60,000 บาท แต่โจทก์ไม่ขาย ปี 2538 จำเลยทั้งสองขอซื้อที่ดินพิพาทคืนในราคา 100,000 บาท แต่โจทก์ไม่ตกลงจำเลยทั้งสองนำสืบว่า เมื่อปี 2535 จำเลยที่ 1 บอกเลิกสัญญาซื้อขายให้โจทก์ออกจากที่ดินพิพาท แต่โจทก์เพิกเฉย เดิมโจทก์เคยจะขายที่ดินพิพาทคืนให้จำเลยทั้งสองในราคา 60,000 บาท แต่แล้วโจทก์ก็ไม่ขาย จำเลยที่ 2เคยเสนอขอซื้อคืนในราคา 200,000 บาท แต่โจทก์ไม่ยอมขาย ปี 2538จำเลยที่ 1 จึงบอกกล่าวโจทก์และนายสายจิตให้ออกจากที่ดินพิพาทแต่โจทก์เพิกเฉยพิเคราะห์แล้ว

โจทก์ซื้อและเข้าครอบครองที่ดินพิพาทตั้งแต่ปี 2530ตลอดมา แม้ในระหว่างระยะเวลาห้ามโอน 10 ปี คือตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม2527 จนถึงวันที่ 6 มีนาคม 2537 โจทก์ซึ่งเข้าครอบครองที่ดินพิพาทเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2530 จะไม่ได้สิทธิครอบครองเนื่องจากต้องห้ามโดยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายที่ดินข้างต้นก็ตาม แต่ในเมื่อถัดจากวันที่ 6 มีนาคม 2537 จนถึงวันที่ 4 เมษายน 2539 อันเป็นวันฟ้องคดีนี้โจทก์ยังครอบครองที่ดินพิพาทตลอดมา โดยโจทก์ปลูกสร้างบ้านพร้อมทั้งขอเลขที่บ้านในที่ดินพิพาทจากทางราชการพร้อมทั้งสร้างรั้วกั้นอาณาเขตตามแนวเขตที่ตกลงซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลยทั้งสองย่อมแสดงให้เห็นว่าโจทก์อยู่ในที่ดินพิพาทโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตนตลอดมา

จำเลยทั้งสองไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวแย่งการครอบครองที่ดินพิพาทในช่วงเวลาที่โจทก์เข้าครอบครองดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งการที่จำเลยทั้งสองเสนอราคาเพื่อขอซื้อที่ดินพิพาทคืนในราคา 60,000 บาท และ 100,000 บาทตามลำดับ ก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่าจำเลยทั้งสองยอมรับถึงสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทของโจทก์แล้ว โจทก์ย่อมได้ซึ่งสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทเพราะโจทก์เจตนาจะยึดถือเพื่อตนแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367 จำเลยทั้งสองไม่มีสิทธิเข้าไปเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาท ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 127 ตำบลปทุม อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี เฉพาะส่วนเนื้อที่ประมาณ 100 ตารางวา ตามรูปแผนที่กรอบสีส้ม คำขออื่นให้ยก ยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสอง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช · ชูชาติ ศรีแสง · สบโชค สุขารมณ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1476/2561

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทโดยซื้อมาจากพระภิกษุ ป. และเข้าครอบครองทำประโยชน์ตลอดมา แต่ที่ดินพิพาทกลับมีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของ และมีชื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับซื้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 113/2561

ร. ได้รับการคัดเลือกให้เข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ตามที่กฎหมายกำหนด หาก ร. ทำผิดเงื่อนไข รัฐจะเอาคืนเสียเมื่อใด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2864/2559

ว. ได้รับคัดเลือกให้เข้าไปอยู่ในที่ดินพิพาทโดยเป็นการเข้าไปอยู่อาศัยในที่ดินของรัฐตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขดังที่กฎหมายบัญญัติ หากกระทำผิดเง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6157/2558

ที่ดินพิพาทมีข้อกำหนดห้ามโอนภายใน 10 ปี ตาม ป. ที่ดิน มาตรา 58 ทวิ นับแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2519 โจทก์ที่ 1 ซื้อที่ดินพิพาทจาก ค. และเข้าครอบครองที่ดินพิพาทเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2525 ยังอยู่ภายในกำหนด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5602/2558

โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทมาจาก อ. และ อ. ส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์แล้ว ถึงแม้การซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์และ อ. จะไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ อันมีผลให้การซื้อขา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้