คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินทั้งโฉนด ให้จำเลยเช่าส่วนหนึ่งทางทิศเหนือ ต่อมาโจทก์ไม่ประสงค์ให้เช่า บอกเลิกการเช่าแล้ว จำเลยไม่ยอมออกจากที่เช่า ขอให้ขับไล่
จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยโดยซื้อมาตั้งแต่ พ.ศ. 2475 และครอบครองตลอดมาศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยเช่าที่พิพาทจากโจทก์จริง โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่ได้
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์อ้างต้นขั้วใบเสร็จค่าเช่าเป็นพยาน แต่มิได้ส่งสำเนาให้จำเลยก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วัน จึงรับฟังมิได้นั้น
ศาลฎีกาเห็นว่า ถ้าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลก็มีอำนาจรับฟังต้นขั้วใบเสร็จเช่นว่านั้นได้ เพราะเป็นเอกสารสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87(2)
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน