Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2685/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์ทำหนังสือลงวันที่ 27 ตุลาคม 2526 ชี้แจงข้อเท็จจริงปฏิเสธข้อกล่าวหาของจำเลยไปยังกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในว่าโจทก์มิได้ประพฤติปฏิบัติตามที่จำเลยร้องเรียน แสดงว่าโจทก์รู้ตั้งแต่ก่อนหรืออย่างน้อยตั้งแต่วันที่27 ตุลาคม 2526 แล้วว่าจำเลยเป็นผู้ทำหนังสือร้องเรียนโจทก์โดยนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคแรกโจทก์จะต้องฟ้องคดีภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน โจทก์ฟ้องคดีวันที่1 พฤษภาคม 2529 จึงขาดอายุความ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีหนังสือร้องเรียนไปยังกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน อ้างพฤติการณ์ที่ส่อไปในทางประพฤติมิชอบของโจทก์ที่จำเลยเคยร้องเรียนก่อนหน้านั้นหลายประการ และอ้างพฤติการณ์เพิ่มเติมอีก 4 เรื่องเป็นการกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายและโฆษณาข้อความด้วยเอกสารซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความเป็นจริงทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงเกียรติคุณและความเจริญก้าวหน้าในการทำงานถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชังเป็นการละเมิด ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหาย1,500,000 บาท และลงประกาศโฆษณาขอขมาโจทก์ในหนังสือพิมพ์รายวันที่ออกจำหน่ายในกรุงเทพมหานครทุกฉบับ ฉบับละ 7 วัน โดยจำเลยออกค่าใช้จ่ายจำเลยให้การว่า จำเลยมิได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์เสียหาย

เอกสารที่จำเลยร้องเรียนไปเป็นเอกสารปกปิดเฉพาะตัวผู้รับและคดีโจทก์ขาดอายุความศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์300,000 บาทจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ในเบื้องแรกว่า คดีโจทก์ขาดอายุความแล้วหรือไม่ ก่อนที่จะวินิจฉัยประเด็นนี้จำเป็นจะต้องฟังข้อเท็จจริงให้ยุติเสียก่อนว่าโจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์เมื่อใด โจทก์นำสืบว่า โจทก์เพิ่งรู้ว่าจำเลยได้มีหนังสือร้องเรียนโจทก์ด้วยข้อความอันเป็นเท็จต่อหัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในตามเอกสารหมาย

จ.1 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2528 โดยมีผู้ไม่เปิดเผยชื่อส่งสำเนาเอกสารหมาย จ.1 ไปให้โจทก์ตามเอกสารหมาย จ.14 และ จ.15ซึ่งถ้าฟังข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบก็แสดงว่าก่อนหน้านั้นโจทก์มิได้รู้มาก่อนเลยว่าจำเลยได้ร้องเรียนโจทก์ต่อหัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน แต่ความกลับปรากฏว่าเกี่ยวกับเรื่องนี้โจทก์ได้ทำหนังสือเอกสารหมาย ล.44 ลงวันที่27 ตุลาคม 2526 ชี้แจงข้อเท็จจริงปฏิเสธข้อกล่าวหาของจำเลยไปยังกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในว่าโจทก์มิได้ประพฤติปฏิบัติตามที่จำเลยร้องเรียน แม้เอกสารดังกล่าวไม่มีข้อความระบุโดยชัดแจ้งว่าเป็นการชี้แจงข้อร้องเรียนของจำเลยครั้งใดในจำนวนสามครั้งที่จำเลยร้องเรียนดังที่โจทก์ฎีกา แต่ในเอกสารดังกล่าวโจทก์ได้กล่าวด้วยว่าก่อนหน้านั้นจำเลยเคยร้องเรียนโจทก์มาแล้ว 2 ครั้งแต่ได้มีการระงับเรื่องไปถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ

ทั้งการชี้แจงของโจทก์ตามเอกสารดังกล่าวมีขึ้นภายหลังมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียนของจำเลยครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่6 กันยายน 2526 ตามคำสั่งเอกสารหมาย ล.45 เพียงเดือนเศษจึงเชื่อได้ว่าการชี้แจงของโจทก์ตามเอกสารหมาย ล.44 เป็นการชี้แจงข้อร้องเรียนครั้งที่สามของจำเลยที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นคดีนี้นั่นเองจากข้อเท็จจริงดังกล่าวแสดงว่าโจทก์รู้ตั้งแต่ก่อนหรืออย่างน้อยตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2526 อันเป็นวันที่โจทก์ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงต่อกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในตามเอกสารหมาย ล.44ว่าจำเลยเป็นผู้ทำหนังสือเอกสารหมาย จ.1 ร้องเรียนโจทก์ซึ่งหมายถึงว่าโจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์แล้วอย่างน้อยตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2526เมื่อข้อเท็จจริงฟังยุติว่าโจทก์รู้ถึงการละเมิดของจำเลยและรู้ว่าจำเลยจะต้องเป็นผู้รับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์อย่างน้อยตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2526 แล้ว โดยนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคแรก โจทก์จะต้องฟ้องคดีนี้ภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน

โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2529เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน คดีโจทก์จึงขาดอายุความพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรินทร์ นาควิเชียร · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุวรรณ ตระการพันธุ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1856/2568

โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะหน่วยงานของรัฐให้รับผิดในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 จึงไม่อาจนำบทบัญญัติอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 399/2568

การเรียกค่าเสียหายอันเป็นค่าขาดประโยชน์ ค่าเสื่อมสภาพจากการไม่ได้ใช้ทรัพย์ และค่าใช้จ่ายพนักงานในการติดตามดำเนินคดีและทวงถามทรัพย์คืนจากจำเลยในระหว่างที่จำเลยบังคับคดีนำทรัพย์ตามฟ้องของโจทก์ไปเก็บรักษ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2566

แม้โจทก์จะไม่ได้กล่าวมาในคำฟ้องให้ชัดเจนว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 และที่ 9 ถึงที่ 21 ให้รับผิดในความเสียหายจากการกระทำละเมิด หรือให้รับผิดในฐานะผู้แทนนิติบุคคลหรือตัวแทนกระทำโดยประมาทเลินเล่อหร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2075/2563

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ให้ความเห็นชอบโครงการโอนกิจการของธนาคาร ม. ให้แก่ธนาคาร ก. กำหนดการโอนกิจการ ให้โอนสินทรัพย์และหนี้สินทั้งหมดของโจทก์โดยให้ดูแลลูกหนี้เจ้าหนี้นั้น ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2730/2562

การที่จำเลยทั้งสองไม่ยอมไปรับรถยนต์พิพาทคืนทั้งที่อยู่ในวิสัยที่คาดหมายได้ว่า โจทก์ไม่ดำเนินการซ่อมระบบเบรกรถยนต์พิพาทให้แก่จำเลยทั้งสองอย่างแน่นอน โดยยังคงจอดรถยนต์พิพาททิ้งไว้บริเวณศูนย์บริการของโจท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้