Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2683/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาต่างตอบแทน จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อและรับมอบรถที่เช่าซื้อไปจากโจทก์ โดยมีข้อตกลงว่า จำเลยที่ 1 จะชำระค่าเช่าซื้อให้แก่โจทก์เป็นรายเดือน 24 งวด จำเลยที่ 1 ก็มีหน้าที่ต้องชำระค่าเช่าซื้อเป็นการตอบแทน แต่เช็คที่จำเลยที่ 1 สั่งจ่ายชำระค่าเช่าซื้อก่อนเลิกสัญญาในงวดที่ 1 ถึงที่ 3 และงวดที่ 5 ถึงที่ 7 ถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์ในฐานะผู้ให้เช่าซื้อย่อมได้รับความเสียหายที่ไม่ได้รับชำระค่าเช่าซื้อตามสัญญา ส่วนที่โจทก์ได้รับชำระค่าเช่าซื้อไปแล้วเพียงใด และโจทก์นำรถที่เช่าซื้อไปให้บุคคลภายนอกเช่าซื้อในราคาเท่าใด เป็นข้อพิจารณาในชั้นกำหนดค่าเสียหายให้เป็นจำนวนที่พอสมควร โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากค่าเช่าซื้อที่จำเลยที่ 1 ค้างชำระและนำสืบว่าค่าเช่าซื้อที่จำเลยที่ 1 ค้างชำระ 6 งวดเป็นเงิน 900,000 บาท ที่โจทก์นำสืบด้วยว่าหากโจทก์นำรถที่เช่าซื้อออกให้เช่าจะได้ค่าเช่าเดือนละไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท เป็นการนำสืบให้เห็นถึงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สินของโจทก์อีกทางหนึ่ง จึงหาเป็นการนำสืบนอกคำฟ้องไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด นายสมชาย เลิศอริยานันท์ กรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์ลงลายมือชื่อประทับตราสำคัญของบริษัทมอบอำนาจให้นางอภิสร เพียศักดิ์ ฟ้องคดีแทน เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๓๗ จำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ หุ้นส่วนผู้จัดการ ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถเกลี่ยดินจากโจทก์ในราคา ๓,๔๐๐,๐๐๐ บาท ชำระค่าเช่าซื้อในวันทำสัญญา ๒๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนที่เหลือผ่อนชำระเป็นงวดรายเดือน รวม ๒๔ งวด งวดที่ ๑ ถึงที่ ๔ งวดละ ๑๗๕,๐๐๐ บาท งวดที่ ๕ ถึงที่ ๒๔ งวดละ ๑๒๕,๐๐๐ บาท เริ่มชำระงวดแรกวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๓๘ มีจำเลยที่ ๓ ทำสัญญาค้ำประกันโดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม จำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาชำระค่าเช่าซื้องวดที่ ๔ เพียงงวดเดียวยังเป็นหนี้ค่าเช่าซื้อ ๖ งวด เป็นเงิน ๙๐๐,๐๐๐ บาท

โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาและติดตามยึดรถที่เช่าซื้อกลับคืนมาเมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๓๘ จำเลยที่ ๑ นำรถที่เช่าซื้อไปหาประโยชน์เป็นเวลา ๘ เดือน หากโจทก์นำไปรับจ้างจะได้ค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดือนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ทำให้โจทก์ขาดประโยชน์ที่จะได้รับเป็นเงิน ๘๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ มีหน้าที่ต้องชำระค่าเช่าซื้อ ที่ค้างชำระเป็นเงิน ๙๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมค่าเสียหายค่าซ่อมรถที่เช่าซื้อให้กลับคืนในสภาพเดิม จำเลยที่ ๑ ได้ชำระเงิน ค่าเช่าซื้อมาบ้างแล้วและโจทก์ได้รับรถที่เช่าซื้อกลับคืนมา โจทก์จึงขอคิดค่าเสียหายจากค่าเช่าซื้อที่จำเลยที่ ๑ ค้างชำระเพียงอย่างเดียวเป็นเงิน ๘๐๐,๐๐๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันใช้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน ๔๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปีนับจากวันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๓๗ จำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของจำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าซื้อรถเกลี่ยดินไปจากโจทก์ในราคา ๓,๔๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ชำระเงินวันทำสัญญา ๒๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนที่เหลือผ่อนชำระเป็นรายเดือนรวม ๒๔ งวด งวดที่ ๑ ถึงที่ ๔ งวดละ ๑๗๕,๐๐๐ บาท งวดที่ ๕ ถึงที่ ๒๔ งวดละ ๑๒๕,๐๐๐ บาท เริ่มชำระงวดแรกวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๓๘ โดยมีจำเลยที่ ๓ ทำสัญญาค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ ตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ. ๔ และ จ. ๕ จำเลยที่ ๑ ออกเช็คชำระค่าเช่าซื้อทั้ง ๒๔ งวด ให้โจทก์ยึดถือไว้

เมื่อถึงกำหนดชำระค่าเช่าซื้อแต่ละงวดโจทก์ได้เรียกเก็บเงินตามเช็ค ปรากฏว่าเรียกเก็บเงินตามเช็คได้เฉพาะค่าเช่าซื้องวดที่ ๔ ส่วนเช็คชำระค่าเช่าซื้องวดที่ ๑ ถึง ๓ และงวดที่ ๕ ถึงที่ ๗ ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๓๘ โจทก์ได้รับรถที่เช่าซื้อคืน และโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อแก่จำเลยทั้งสามแล้วโจทก์นำรถที่เช่าซื้อไปให้บุคคลภายนอกเช่าซื้อได้ราคาต่ำกว่าที่ให้จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาท คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสามที่ว่า โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายเพราะโจทก์นำรถที่เช่าซื้อไปให้บุคคลภายนอกเช่าซื้อในราคาต่ำกว่าที่ให้จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อเพียง ๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่จำเลยที่ ๑ ชำระค่าเช่าซื้อให้แก่โจทก์ไปแล้ว ๓๗๕,๐๐๐ บาท และตามคำฟ้องโจทก์ขอคิดค่าเสียหายเฉพาะค่าเช่าซื้อที่จำเลยที่ ๑ ค้างชำระ แต่โจทก์กลับนำสืบว่าโจทก์ขาดประโยชน์จากการที่จำเลยที่ ๑ นำรถที่เช่าซื้อไปใช้เป็นเวลา ๘ เดือน เป็นเงิน ๘๐๐,๐๐๐ บาท และจำเลยทั้งสามอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่พิพากษาให้จำเลยทั้งสามรับผิดชำระค่าเช่าซื้อที่จำเลยที่ ๑ ค้างชำระ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ กลับวินิจฉัยให้จำเลยทั้งสามรับผิดในค่าขาดประโยชน์ที่โจทก์พึงจะได้รับจากการนำรถที่เช่าซื้อออกให้เช่า จึงเป็นการไม่ชอบนั้น

เห็นว่า สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาต่างตอบแทน จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าซื้อและรับมอบรถที่เช่าซื้อไปจากโจทก์โดยมีข้อตกลงว่า จำเลยที่ ๑ จะชำระค่าเช่าซื้อให้แก่โจทก์เป็นรายเดือน ๒๔ งวด จำเลยที่ ๑ ก็มีหน้าที่ต้องชำระค่าเช่าซื้อเป็นการตอบแทน แต่เช็คที่จำเลยที่ ๑ สั่งจ่ายชำระค่าเช่าซื้อก่อนเลิกสัญญาในงวดที่ ๑ ถึงที่ ๓ และงวดที่ ๕ ถึงที่ ๗ ถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน เป็นเหตุให้โจทก์ไม่ได้รับชำระค่าเช่าซื้อ ๖ งวดดังกล่าว โจทก์ในฐานะผู้ให้เช่าซื้อย่อมได้รับความเสียหายที่ไม่ได้รับชำระค่าเช่าซื้อตามสัญญา ส่วนที่โจทก์ได้รับชำระค่าเช่าซื้อไปแล้วเพียงใด และโจทก์นำรถที่เช่าซื้อไปให้บุคคลภายนอกเช่าซื้อในราคาเท่าใดเป็นข้อพิจารณาในชั้นกำหนดค่าเสียหายให้เป็นจำนวนที่พอสมควรเท่านั้น

โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากค่าเช่าซื้อที่จำเลยที่ ๑ ค้างชำระ และโจทก์ก็นำสืบแล้วว่าค่าเช่าซื้อที่จำเลยที่ ๑ ค้างชำระ ๖ งวด เป็นเงิน ๙๐๐,๐๐๐ บาท ที่โจทก์นำสืบด้วยว่าหากโจทก์นำรถที่เช่าซื้อออกให้เช่าจะได้ค่าเช่าเดือนละไม่ต่ำกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท นั้น เป็นการนำสืบให้เห็นถึงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สินของโจทก์อีกทางหนึ่ง จึงหาเป็นการนำสืบนอกคำฟ้องไม่ แต่การกำหนดค่าเสียหายของศาลอุทธรณ์ภาค ๔ โดยถือเกณฑ์ที่โจทก์นำสืบว่า การที่จำเลยที่ ๑ ไม่ส่งมอบรถที่เช่าซื้อคืนเป็นเวลา ๘ เดือน โจทก์ย่อมขาดประโยชน์ที่พึงจะได้รับจากการนำรถที่เช่าซื้อออกให้เช่าเป็นรายเดือนไม่ต่ำกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท เป็นเงิน ๘๐๐,๐๐๐ บาท นั้นไม่ถูกต้อง

เพราะโจทก์เรียกค่าเสียหายที่จำเลยที่ ๑ ไม่ชำระค่าเช่าซื้อ ๖ งวด ปัญหาว่าค่าเสียหายของโจทก์ควรจะเป็นเท่าใด ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิจารณาพิพากษาใหม่ เห็นว่า จำเลยที่ ๑ ครอบครองรถที่เช่าซื้อโดยไม่ชำระค่าเช่าซื้องวดที่ ๑ ถึงที่ ๓ และงวดที่ ๕ ถึงที่ ๗ เป็นเงิน ๙๐๐,๐๐๐ บาท แม้จำเลยที่ ๑ จะชำระค่าเช่าซื้อไปแล้ว ๓๗๕,๐๐๐ บาท และโจทก์นำรถที่เช่าซื้อไปให้บุคคลภายนอกเช่าซื้อในราคาต่ำกว่าที่จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อ ๒๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์ย่อมได้รับความเสียหายที่เพิ่งได้รับค่าเช่าซื้อจากผู้เช่าซื้อรายใหม่หลังจากได้รับรถที่เช่าซื้อคืนจากจำเลยที่ ๑ ประกอบกับนายอภิสรผู้รับมอบอำนาจของโจทก์ยืนยันว่าโจทก์ต้องเสียค่าซ่อมรถที่เช่าซื้อประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาท

เมื่อพิเคราะห์ทางได้เสียในเชิงทรัพย์สินของโจทก์แล้ว เห็นสมควรกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท โดยจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๓ ผู้ค้ำประกันจำเลยที่ ๑ อย่างลูกหนี้ร่วมต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๔.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ เนตรมัย · วิเทพ ศิริพากย์ · ชวลิต ตุลยสิงห์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดขอนแก่น - นางรัชนี สุขใจ
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นางวีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้