Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 26759)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยผู้รับใบอนุญาตซื้อแร่นำแร่ออกจากสถานที่ซื้อแร่ไปแต่งและฝากไว้ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ขนแร่ การขนแร่ออกนอกสถานที่ซื้อแร่จึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติแร่ มาตรา 108 จำเลยจะอ้างเหตุดังกล่าวมาเป็นข้อพิสูจน์ตามมาตรา 152 ตรีว่าการที่แร่ขาดบัญชีมิใช่ความผิดของจำเลยหาได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 มาตรา 108 พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 มาตรา 152

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดมีจำเลยที่ 3 เป็นผู้จัดการจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ซื้อแร่ ต้องเก็บแร่ไว้ในสถานซื้อแร่ของจำเลยจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 3 ได้ทำให้แร่ดีบุกและแร่วุลแฟรมขาดหายไปจากบัญชีแสดงแร่คงเหลือของจำเลย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510ที่แก้ไขแล้ว มาตรา 10, 17, 152 ตรีจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษปรับจำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 มาตรา 152 ตรีแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแร่ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522 มาตรา 25 มีใจความว่าในกรณีที่ปรากฏว่าแร่ขาดหายไปจากบัญชีแสดงแร่คงเหลือของผู้รับใบอนุญาตซื้อแร่โดยไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า

การขาดหายของแร่นั้นมิได้เกิดจากความผิดของตน ผู้รับใบอนุญาตซื้อแร่ต้องระวางโทษ ฯลฯ และตามกฎกระทรวงฉบับที่ 29 (พ.ศ. 2517)ออกตามความในพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 กำหนดให้ผู้รับใบอนุญตซื้อแร่ต้องเก็บแร่ไว้ในสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาตซื้อแร่ หรือในสถานที่เก็บแร่ที่ตนได้รับอนุญาตแสดงว่าผู้รับใบอนุญาตซื้อแร่จะต้องเก็บแร่ที่ซื้อไว้ ณ สถานที่ซึ่งระบุไว้เท่านั้น จะนำแร่ไปเก็บนอกสถานที่ดังกล่าวไม่ได้ การขนย้ายจะกระทำได้ก็ต้องขออนุญาตตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 108 และการขนแร่จากที่แห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่งที่กำหนดในใบอนุญาตแต่ละคราวต้องขนได้ตามปริมาณที่กำหนดในใบอนุญาตเท่านั้น จะเห็นได้ว่าตามพระราชบัญญัตินี้มุ่งหมายที่จะควบคุมทั้งจำนวนแร่ และสถานที่เก็บแร่

กล่าวคือ ให้เก็บได้เฉพาะสถานที่ตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาตเท่านั้น ถ้าจะขนย้ายก็ต้องได้รับอนุญาตทั้งการขนแต่ละครั้งต้องขนตามปริมาณที่กำหนดในใบอนุญาต ดังนั้นการที่จำเลยทั้งสามต้องการขนแร่ออกนอกสถานที่เก็บแร่ตามใบอนุญาตก็ต้องขออนุญาต แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยทั้งสามได้ขออนุญาต การขนแร่ดังกล่าวจึงเป็นการไม่ชอบ ในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ของศูนย์ปฏิบัติการปราบปรามการลักลอบทำแร่ฯ ตรวจพบว่าที่ร้านของจำเลยทั้งสามไม่มีแร่อยู่ตามบัญชีแสดงแร่คงเหลือ จำเลยทั้งสามอ้างว่านำแร่ไปแต่งและฝากที่นอกร้านรับซื้อแร่เป็นเหตุให้แร่ขาดบัญชีไป เมื่อการนำแร่ออกจากสถานที่ซื้อแร่โดยไม่ได้รับอนุญาตขนแร่ เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย จำเลยทั้งสามจะอ้างเหตุดังกล่าวเป็นการพิสูจน์ว่าการที่แร่ขาดบัญชีมิใช่ความผิดของจำเลยหาได้ไม่ การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นความผิดตามโจทก์ฟ้องพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ · ไพรัช วงศ์วัฒนะ · ไพจิตร วิเศษโกสิน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 104973)

จำเลยผู้รับใบอนุญาตซื้อแร่นำแร่ออกจากสถานที่ซื้อแร่ไปแต่งและฝากไว้ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ขนแร่ การขนแร่ออกนอกสถานที่ซื้อแร่จึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติแร่ มาตรา 108 จำเลยจะอ้างเหตุดัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1989/2533

ปัญหาว่า ของกลางเป็นแร่หรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยให้การ รับสารภาพว่าของกลางดังกล่าวเป็นแร่ ฎีกาของจำเลยที่ว่าของกลางมิใช่แร่จึงเป็นฎีกาโต้เถียง ข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3159/2532

จำเลยขนแร่ดีบุกซึ่งแต่งและย่างแห้งแล้วบรรจุไว้ในกระสอบที่มีน้ำหนักเท่ากันจำนวน 853 กระสอบ จากบนบก ลงเรือหางยาวนำไปเก็บไว้บนแพซึ่งจอดอยู่กลางทะเลลึกห่างจากฝั่งถึง 2 กิโลเมตร เพื่อรอเรือใหญ่มาขนต่อไปอีก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 508/2530

เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 มิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดของจำเลยที่ 1 ถือไม่ได้ว่าเป็นตัวการตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 มาตรา 10 และพิพากษายกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 โจทก์มิได้อุทธรณ์หรือแก้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1130/2529

บริษัท พ. นายจ้างให้จำเลยนำรถยนต์และอุปกรณ์ไปขนแร่ตามใบอนุญาตขนแร่จำนวน 5,090 กิโลกรัม แต่ในระหว่างทางซึ่งเป็นคนละท้องที่กับที่บริษัท พ.ให้จำเลยไปขนแร่ จำเลยได้รับขนแร่ของ ย. อีก 944.8 กิโลกรัม อันเป็…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้