Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2675/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

นายจ้างขออนุญาตศาลแรงงานให้เลิกจ้างกรรมการลูกจ้างศาลแรงงานมีคำสั่งอนุญาต คดีถึงที่สุด แล้วต่อมาลูกจ้างร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ว่าการเลิกจ้างดังกล่าวเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ดังนี้ แม้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์จะมีคำสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานก็ไม่มีผลบังคับเพราะไม่มีอำนาจวินิจฉัยได้ทั้งนี้เนื่องจากมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ ได้ให้อำนาจศาลแรงงานที่จะอนุญาตให้นายจ้างเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างไม่ว่าจะเป็นกรณีใดๆ ฉะนั้น เมื่อนายจ้างเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างตามที่ศาลแรงงานอนุญาตแล้ว จึงหาเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมแต่อย่างใดไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า

โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลแรงงานกลางขออนุญาตเลิกจ้างลูกจ้างของโจทก์ซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้าง โดยอ้างว่า คนงานของโจทก์มีจำนวนมากกว่าปริมาณของงานโจทก์มีความจำเป็นต้องลดจำนวนลูกจ้างเพื่อลดต้นทุนการผลิต ศาลได้ทำการไต่สวนพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายแล้ว ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้เลิกจ้างโดยให้จ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายคดีถึงที่สุดโดยไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์ โจทก์ได้บอกเลิกจ้างและลูกจ้างมิได้โต้แย้งและได้รับเงินค่าชดเชยจากโจทก์ไปแล้ว ต่อมาลูกจ้างได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์กล่าวหาว่าโจทก์กระทำการอันไม่เป็นธรรมโดยเลิกจ้างเพราะเหตุที่ (1) ลูกจ้างเป็นสมาชิกและเป็นกรรมการสหภาพฯ (2) เป็นการเลิกจ้างในขณะที่ข้อตกลงและคำชี้ขาดของคณะกรรมการยังมีผลใช้บังคับอยู่(3)

ฝ่าฝืนข้อตกลงร่วมกัน ขอให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์วินิจฉัยชี้ขาดสั่งให้โจทก์รับกลับเข้าทำงานและจ่ายค่าเสียหาย จำเลยทั้งหมดในฐานะที่เป็นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีคำสั่งให้โจทก์รับลูกจ้างกลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างที่ไม่ต่ำกว่าเดิมหรือมิฉะนั้นให้โจทก์จ่ายเงินค่าเสียหาย ให้โจทก์ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ภายใน 10 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง โจทก์เห็นว่าการพิจารณาวินิจฉัยและคำสั่งของจำเลยนั้นกระทำไปโดยไม่มีอำนาจที่จะกระทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้มีคำสั่งว่าคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้เพิกถอนคำสั่งนั้นเสียจำเลยให้การว่าคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ชอบแล้วเพราะโจทก์เลิกจ้างลูกจ้างในระหว่างที่คำชี้ขาดของคณะผู้ชี้ขาดมีผลใช้บังคับอยู่ทั้งลูกจ้างมีตำแหน่งเป็นกรรมการบริหารของสหภาพ เป็นกรรมการลูกจ้าง

ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 123 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ การที่โจทก์อ้างเหตุในการเลิกจ้างว่าเป็นการปรับปรุงระบบงานเพื่อลดต้นทุนการผลิต มิได้เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของลูกจ้างประการใด ส่วนการที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้โจทก์เลิกจ้างลูกจ้างนั้น เป็นแต่เพียงขั้นตอนที่พระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติไว้เพื่อมุ่งประสงค์ในการคุ้มครองการทำงานของคณะกรรมการลูกจ้างมิให้ถูกนายจ้างกลั่นแกล้งเพราะเหตุที่ปฏิบัติงานในฐานะลูกจ้างเท่านั้น ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ลูกจ้างของโจทก์ได้รับความคุ้มครองของกฎหมายในฐานะกรรมการสหภาพแรงงาน จึงไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯมาตรา 52 บัญญัติอยู่ในหมวด 5 ว่าด้วยคณะกรรมการลูกจ้าง เป็นบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิของกรรมการลูกจ้าง เพื่อมิให้นายจ้างกระทำการใด ๆ ที่บัญญัติไว้เป็นผลเสียหายแก่กรรมการลูกจ้าง แต่ก็มิใช่จะห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้างหรือกระทำการใด ๆ ตามที่บัญญัตินั้นเสียทีเดียว หากนายจ้างจะกระทำแก่ลูกจ้างตามมาตรา 52จะต้องได้รับอนุญาตจากศาลแรงงาน การที่นายจ้างจะขอให้ศาลแรงงานอนุญาตให้นายจ้างเลิกจ้างหรือกระทำการใดตามมาตรา 52 นั้น นายจ้างจะอ้างเหตุใด ๆจะอยู่ในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง หรือคำชี้ขาดมีผลใช้บังคับหรือไม่ก็ตาม ศาลแรงงานก็มีอำนาจที่จะอนุญาตให้นายจ้างเลิกจ้างหรือกระทำการใด

ๆ ได้ตามมาตรา 52 โดยคำนึงถึงเหตุผลโดยทั่วไปว่ามีเหตุสมควรที่จะให้นายจ้างเลิกจ้างหรือกระทำการใดตามมาตรา 52 นั้น หรือไม่ ส่วนมาตรา 123 บัญญัติไว้ในหมวด 9ว่าด้วยการกระทำอันไม่เป็นธรรม เป็นบทบัญญัติไว้เฉพาะ ในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือคำชี้ขาดมีผลใช้บังคับห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้าง ลูกจ้างผู้แทนลูกจ้าง กรรมการ อนุกรรมการ หรือสมาชิกสหภาพแรงงาน หรือกรรมการหรืออนุกรรมการสหพันธ์แรงงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง เว้นแต่บุคคลดังกล่าวจะกระทำการตามข้อยกเว้น ถ้านายจ้างเห็นว่าบุคคลนั้นกระทำการตามข้อยกเว้นนายจ้างก็มีสิทธิเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องขออนุญาตต่อศาลแรงงาน หากบุคคลดังกล่าวเห็นว่าการที่นายจ้างเลิกจ้างเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมก็มีสิทธิร้องให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ชี้ขาดได้ แต่กรณีที่ศาลแรงงานอนุญาตให้นายจ้างเลิกจ้างหรือกระทำการใด

ๆ ตามมาตรา 52 เป็นบทบัญญัติให้อำนาจศาลแรงงานที่จะอนุญาตให้นายจ้างเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างไม่ว่ากรณีใด ๆ เมื่อนายจ้างเลิกจ้างหรือกระทำการใด ๆ แก่กรรมการลูกจ้างตามที่ศาลแรงงานอนุญาตในมาตรา 52 แล้วจึงไม่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามที่บัญญัติไว้ในหมวด 9 และมิใช่เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 121, 122 หรือ 123 ลูกจ้างที่ถูกนายจ้างเลิกจ้างตามที่ศาลแรงงานอนุญาตในมาตรา 52 ไม่อาจยื่นคำร้องกล่าวหานายจ้างต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 124 ได้ คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์จึงไม่มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดการที่โจทก์เลิกจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้างโดยได้รับอนุญาตจากศาลแรงงานตามมาตรา 52พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย · ขจร หะวานนท์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้