Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2671/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำพิพากษาของศาลชั้นต้นในคดีก่อนที่กำหนดให้โจทก์ปฏิบัติการชำระหนี้ตามลำดับ กล่าวคือ โจทก์ต้องส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนจำเลยก่อน หากคืนไม่ได้จึงจะใช้ราคาแทน ไม่ใช่การอันมีกำหนดพึงกระทำเพื่อชำระหนี้นั้นมีหลายอย่างอันโจทก์จะพึงเลือกได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 198 แต่การที่โจทก์ชำระเงินตามจำนวนหนี้ที่โจทก์ต้องใช้ราคาแทนในกรณีที่ไม่สามารถส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนได้ร่วมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมให้แก่จำเลยจนครบถ้วน แล้วจำเลยรับไว้โดยไม่โต้แย้งคัดค้านแสดงว่าจำเลยได้สละสิทธิที่จะบังคับคดีในหนี้ลำดับแรกแล้ว จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องไปดำเนินการจดทะเบียนโอนสิทธิในรถยนต์ที่เช่าซื้อและส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ให้แก่โจทก์ การที่จำเลยไม่ไปดำเนินการดังกล่าวถือว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยโจทก์ฟ้องว่า เดิมจำเลยฟ้องโจทก์กับผู้ค้ำประกันโจทก์ให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกัน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์กับผู้ค้ำประกันโจทก์ร่วมกันส่งมอบรถยนต์หมายเลขทะเบียน 8 อ - 7890 กรุงเทพมหานคร ที่เช่าซื้อคืนจำเลย หากคืนไม่ได้ให้ร่วมกันใช้ราคาแทนเป็นเงิน 200,000 บาท ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 7955/2543 ของศาลชั้นต้น

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ร่วมกันใช้ค่าขาดประโยชน์เป็นเงิน 17,760 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้ร่วมกันใช้ค่าขาดประโยชน์เดือนละ 1,200 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนหรือชดใช้ราคาแทนเสร็จสิ้นแต่ทั้งนี้ไม่เกิน 12 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ต่อมาเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2546 จำเลยนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์ของผู้ค้ำประกัน ครั้นวันที่ 9 กรกฎาคม 2546 โจทก์นำเงินไปวางเพื่อชำระหนี้ให้แก่จำเลยตามคำพิพากษาและขอถอนการยึด เมื่อโจทก์ชำระหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าวแล้วจำเลยจึงมีหน้าที่ต้องชำระหนี้ตอบแทนแก่โจทก์ โดยต้องจดทะเบียนโอนสิทธิในรถยนต์หมายเลขทะเบียน 8 อ

- 7890 กรุงเทพมหานคร พร้อมส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์แก่โจทก์ โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยดำเนินการดังกล่าวแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเนื่องจากไม่สามารถใช้รถยนต์ได้เป็นเงินวันละ 200 บาท คิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน 48,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยดำเนินการจดทะเบียนโอนสิทธิในรถยนต์หมายเลขทะเบียน 8 อ - 7890 กรุงเทพมหานคร และส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์แก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย 48,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะดำเนินการจดทะเบียนโอนสิทธิและส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า การที่ศาลพิพากษาให้โจทก์กับพวกส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนจำเลย

หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนนั้น เป็นการกำหนดให้โจทก์กระทำการชำระหนี้ทีละอย่างก่อนหลังตามลำดับ มิใช่การอันมีกำหนดพึงกระทำเพื่อชำระหนี้นั้นมีหลายอย่างที่โจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้พึงเลือกได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 198 โจทก์จะต้องนำรถยนต์ที่เช่าซื้อมาคืนจำเลยก่อน หากไม่สามารถคืนได้ก็ต้องใช้ราคาแทน การที่โจทก์ใช้ราคาแทนโดยไม่คืนรถยนต์ถือว่าเป็นการชำระหนี้ไม่ถูกต้องครบถ้วน และถือว่ารถยนต์คันดังกล่าวยังเป็นของจำเลย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยไปดำเนินการโอนสิทธิในรถยนต์ที่เช่าซื้อและส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์เพียงประการเดียวว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่

โจทก์ฎีกาโดยสรุปว่า จำเลยเป็นฝ่ายกำหนดให้โจทก์ชำระราคาแทนการส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืน เมื่อโจทก์ชำระราคาให้จำเลยครบถ้วนแล้ว การชำระหนี้โดยการส่งมอบรถยนต์คืนจึงระงับสิ้นไป จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องโอนสิทธิในรถยนต์ที่เช่าซื้อและส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ให้แก่โจทก์ เห็นว่า แม้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 7955/2543 ของศาลชั้นต้นกำหนด ให้โจทก์ปฏิบัติการชำระหนี้ตามลำดับ กล่าวคือ โจทก์ต้องส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนจำเลยก่อน หากคืนไม่ได้จึงจะใช้ราคาแทน ไม่ใช่การอันมีกำหนดพึงกระทำเพื่อชำระหนี้นั้นมีหลายอย่างอันโจทก์จะพึงเลือกได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 198 ก็ตาม แต่การที่โจทก์ชำระเงินตามจำนวนหนี้ที่โจทก์ต้องใช้ราคาแทนในกรณีที่ไม่สามารถส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนได้รวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมให้แก่จำเลยจนครบถ้วน แล้วจำเลยรับไว้โดยไม่โต้แย้งคัดค้านตามเอกสารหมาย

จ.1 แสดงว่าจำเลยได้สละสิทธิที่จะบังคับคดีในหนี้ลำดับแรกแล้ว จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องไปดำเนินการจดทะเบียนโอนสิทธิในรถยนต์ที่เช่าซื้อและส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ให้แก่โจทก์ การที่จำเลยไม่ไปดำเนินการดังกล่าวถือว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น และเมื่อศาลชั้นต้นยังไม่ได้สืบพยานและวินิจฉัยในประเด็นเรื่องค่าเสียหายจึงเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสืบพยานและวินิจฉัยในประเด็นเรื่องค่าเสียหาย แล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 247"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นทำการสืบพยานและวินิจฉัยในประเด็นเรื่องค่าเสียหาย แล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนตรี ยอดปัญญา · เรวัตร อิศราภรณ์ · วีระชาติ เอี่ยมประไพ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้