Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2671/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์ได้ตอกบัตรลงเวลาทำงานโดยไม่ได้ทำงานตามเวลาที่มีการตอกบัตร จะเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยกรณีร้ายแรงหรือไม่ต้องพิจารณาถึงเหตุและพฤติการณ์ด้วยว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานอย่างไร การที่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ป่วย ได้รับอนุญาตจากหัวหน้างานให้ลาได้เพื่อวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ไม่อยู่ทำงานนั้นเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่ เป็นการวินิจฉัยตามประเด็นพิพาทที่กำหนดว่าโจทก์กระทำผิดข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยกรณีที่ร้ายแรงหรือไม่ จำเลยอุทธรณ์เพื่อให้ศาลฎีกาฟังตามพยานหลักฐานของจำเลยว่าการที่โจทก์ตอกบัตรลงเวลาทำงาน แล้วหยุดงานโดยไม่ได้รับอนุมัติจากผู้จัดการโรงงาน เป็นการปฏิบัติผิดข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยกรณีที่ร้ายแรง เป็นการอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจของศาลแรงงานกลางที่รับฟังว่า โจทก์ได้รับอนุญาตให้ลาหยุดจากหัวหน้างาน จึงมิได้ปฏิบัติผิดข้อบังคับของจำเลยกรณีที่ร้ายแรงอันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 94 ป.วิ.พ. มาตรา 183 พ.ร.ฎ.จัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พ.ศ.2519 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เป็นเงิน 1,860 บาท ให้แก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเมื่อวันที่ 26 และ27 กันยายน 2531 โจทก์มาทำงานในตอนเช้า แล้วได้ออกจากที่ทำงานไปทำธุระส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการขาดงานทั้งสองวัน โจทก์เข้ามาตอกบัตรในที่ทำงานตอนเย็นเพื่อเป็นหลักฐานว่าโจทก์ได้ทำงานตลอดทั้งวัน มีสิทธิได้รับค่าจ้าง โดยมีเจตนาทุจริต เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยกรณีร้ายแรง และเป็นการจงใจทำให้จำเลยเสียหาย จำเลยไม่ต้องรับผิดตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ว่าศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า โจทก์กระทำผิดข้อบังคับอย่างร้ายแรงโดยทำหลักฐานว่าโจทก์ทำงาน ซึ่งไม่เป็นความจริงตามคำให้การของจำเลยหรือไม่ ในข้อนี้ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติแล้วว่าโจทก์ได้ตอกบัตรลงเวลาทำงานโดยโจทก์ไม่ได้ทำงานตามเวลาที่มีการตอกบัตร อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยตามเอกสารหมาย ล.2 ล.3 ย่อมแสดงว่า โจทก์มีเจตนาฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรง จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเมื่อเลิกจ้าง ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ป่วยได้รับอนุญาตจากหัวหน้างานให้ลาหยุดงานแล้ว การกระทำของโจทก์ไม่เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรง เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นดังกล่าวพิเคราะห์แล้วเห็นว่า

การที่โจทก์ได้ตอกบัตรลงเวลาทำงานโดยโจทก์ไม่ได้ทำงานตามเวลาที่มีการตอกบัตร จะเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยกรณีร้ายแรงหรือไม่ ก็ต้องพิจารณาถึงเหตุและพฤติการณ์ที่โจทก์ไม่ได้อยู่ทำงานตามเวลาที่มีการตอกบัตรลงเวลาทำงานด้วยว่า เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยอย่างไร ซึ่งในเรื่องนี้โจทก์นำสืบถึงเหตุที่โจทก์ไม่ได้อยู่ทำงานตามเวลาที่มีการตอกบัตรลงเวลาทำงานว่าโจทก์ป่วยไม่อาจอยู่ทำงานได้ นายสมบูรณ์ หัวหน้างานได้อนุญาตให้โจทก์ลาป่วยได้ ที่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ป่วยได้รับอนุญาตจากหัวหน้างานให้ลาได้นั้น ก็เพื่อวินิจฉัยว่าที่โจทก์ไม่อยู่ทำงานนั้น เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่ จึงหาเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นดังที่จำเลยอุทธรณ์ไม่

เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า การที่โจทก์ไม่อยู่ทำงานตามเวลาที่มีการตอกบัตรลงเวลาทำงาน เนื่องจากโจทก์ป่วยโดยได้รับอนุญาตจากหัวหน้างานให้ลาได้ จึงไม่เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีร้ายแรง กรณีไม่เข้าข้อยกเว้นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 ที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และไม่เป็นการกระทำความผิดอย่างร้ายแรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยตามเอกสารหมาย ล.2 ข้อ 2 ข้อ 4 และข้อ 5 ระบุว่า เมื่อพนักงานปั๊มบัตรลงเวลาทำงานแล้วห้ามออกนอกบริเวณโรงงานก่อนได้รับอนุญาตจากผู้จัดการโรงงาน

หากมีความจำเป็นต้องออกนอกบริเวณโรงงานต้องเขียนใบลาเสนอให้ผู้จัดการโรงงานอนุมัติเท่านั้น บุคคลตำแหน่งต่ำกว่านี้ไม่มีอำนาจอนุมัติ ซึ่งข้อบังคับดังกล่าวเป็นข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานว่าด้วยวินัยและโทษทางวินัย จำเลยผู้เป็นนายจ้างต้องจัดให้มีตามข้อ 68(6) แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน เป็นกรณีที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารเกี่ยวกับข้อบังคับดังกล่าวมาแสดงต่อศาลเพื่อวินิจฉัยว่าโจทก์กระทำการฝ่าฝืนข้อบังคับของจำเลยหรือไม่ กรณีนี้ต้องห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานบุคคลใดเบิกความเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารดังกล่าว ที่ศาลรับฟังว่า นายสมบูรณ์ โหรี หัวหน้างานมีอำนาจให้โจทก์ลาออกนอกบริเวณโรงงานได้ เป็นการรับฟังพยานบุคคลเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยในข้อนี้ เป็นการอุทธรณ์เพื่อให้ศาลฎีกาฟังตามพยานหลักฐานของจำเลยว่า การที่โจทก์ปั๊มบัตรลงเวลาทำงาน แล้วหยุดงานโดยไม่ได้รับอนุมัติจากนายเกรียงศักดิ์ ศรีทา ผู้จัดการโรงงาน เป็นการปฏิบัติผิดข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยอย่างร้ายแรง อันเป็นการโต้แย้งดุลพินิจของศาลแรงงานกลางที่รับฟังว่า โจทก์ได้รับอนุญาตให้ลาหยุดจากนายสมบูรณ์ โหรี หัวหน้างาน โจทก์จึงมิได้ปฏิบัติผิดข้อบังคับของจำเลยอย่างร้ายแรง อันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · มาโนช เพียรสนอง · นำชัย สุนทรพินิจกิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5932/2538

โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ตามสัญญากู้เอกสารท้ายฟ้องจำนวน 20,200 บาท จำเลยให้การต่อสู้เรื่องสัญญากู้เป็นเอกสารปลอมเป็นประเด็นสำคัญ โดยอ้างเหตุว่าที่เป็นเอกสารปลอมเนื่องจากโจทก์ได้แก้ไขจำนวนเง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3846/2538

การที่จำเลยนำพยานบุคคลมาสืบว่าโจทก์ที่2ไม่ได้ไปสำนักงานที่ดินในวันทำสัญญา ซื้อขาย ที่ดิน และไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดจึงมีลายมือชื่อโจทก์ที่2ปรากฏอยู่ในหนังสือ สัญญาซื้อขายที่ดินที่ระบุว่า จ. กับโจทก์ที่2…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6637/2538

จำเลยให้การว่าโจทก์สละมรดกและอ้างสัญญาประนีประนอมยอมความคดีมีประเด็นว่าโจทก์ทำบันทึกสละมรดกให้ผู้จัดการมรดกไว้จริงหรือไม่การที่จำเลยนำสืบพยานบุคคลว่าโจทก์ตกลงโอนที่ดินพิพาทให้จำเลยเพื่อให้เอาไปจำนองแก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5554/2537

การนำสืบข้อเท็จจริงที่ว่าโจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีเอกสารมาแสดง ไม่ตกอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 753/2537

ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดประเด็นว่าโจทก์เป็นเจ้าของทรัพย์สินที่เอาประกันภัยอันจะถือว่าโจทก์เป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือไม่ไว้ในชั้นชี้สองสถาน ซึ่งจำเลยได้โต้แย้งคัดค้านและอุทธรณ์คัดค้านต่อศาลอุทธรณ์แล้ว เมื่อจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้