Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2667/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลตัดพยานโจทก์ปากผู้เสียหายเพราะไม่สามารถนำพยานมาศาล แต่เมื่อการพิจารณายังไม่เสร็จ โจทก์เอาตัวผู้เสียหายมาศาลได้ก่อนสืบพยานจำเลย กรณีไม่ใช่โจทก์ไม่ติดใจสืบพยานปากนี้แล้ว โจทก์ไม่หมดสิทธิที่จะสืบพยานปากนี้ โจทก์พยายามนำพยานปากนี้มาสืบ เมื่อผู้เสียหายไม่มาก็แถลงว่าผู้เสียหายหลีกเลี่ยง ศาลออกหมายจับผู้เสียหาย และโจทก์แถลงว่าผู้เสียหายเป็นพยานคู่กับ ร.ต.ท. ภ. แสดงว่าโจทก์มิได้เอาเปรียบจำเลยในการดำเนินคดีแต่อย่างใด

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335 จำคุก 3 ปี

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยเฉพาะข้อกฎหมายที่ว่า ศาลสั่งตัดพยานโจทก์แล้วภายหลังนำมาสืบอีกขัดต่อวิธีพิจารณาความ ทำให้จำเลยเสียเปรียบหรือไม่ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาที่จำเลยฎีกาขึ้นมานี้ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นว่า เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2524 โจทก์แถลงว่าผู้เสียหายได้รับหมายเรียกโดยชอบแล้ว ไม่มาศาลมีเจตนาหลีกเลี่ยง ส่วนร้อยตำรวจโทภาณุเดช ซึ่งเป็นพยานคู่กับผู้เสียหายมาศาลทนายจำเลยค้านว่าหากสืบพยานจะเสียเปรียบแก่จำเลย ศาลจึงให้เลื่อนคดีไปและให้ออกหมายจับผู้เสียหาย ในวันสืบพยานโจทก์นัดต่อมาเมื่อ 14 กรกฎาคม 2524 โจทก์แถลงว่า ทั้งผู้เสียหายและร้อยตำรวจโทณุเดชไม่มาศาล

ขอเลื่อนคดี ทนายจำเลยขอให้ศาลตัดพยานปากผู้เสียหายและในนัดหน้าถ้าพยานปากไหนไม่มาก็ให้ตัดด้วย ศาลอนุญาตให้เลื่อนคดีไป โดยให้โจทก์ติดตามผู้เสียหายมาเบิกความอีกครั้ง ในวันนัดสืบพยานโจทก์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2524 โจทก์ยังไม่ได้ตัวผู้เสียหายมาเบิกความศาลจึงสั่งตัดพยานปากนี้และสืบพยานโจทก์ไปจนหมด แล้วเลื่อนไปสืบพยานจำเลย ต่อมาพนักงานสอบสวนอำเภอบางน้ำเปรี้ยวจับผู้เสียหายมาส่งศาลเมื่อ 19 ตุลาคม 2524 ศาลสั่งให้รับตัวไว้หมายขังและเบิกตัวมาในวันสืบพยานโจทก์ วันนัดสืบพยานจำเลยเมื่อ 6 พฤศจิกายน 2524 โจทก์แถลงขอสืบผู้เสียหาย แต่เนื่องจากจำเลยขอเลื่อนการพิจารณาศาลจึงให้นัดสืบพยานโจทก์จำเลยในวันที่ 16 ธันวาคม 2524 ในวันนั้นจำเลยค้านว่าการสืบผู้เสียหายจะทำให้จำเลยเสียเปรียบ

เพราะเป็นพยานคู่กับร้อยตำรวจโทภาณุเดช และสิบตำรวจตรีศุภลักษณ์ ซึ่งได้เบิกความไปแล้ว แต่ศาลชั้นต้นเห็นว่า ผู้เสียหายเป็นพยานสำคัญในคดีและศาลได้อนุญาตให้โจทก์สืบพยานปากนี้แล้ว จึงให้โจทก์นำผู้เสียหายเข้าสืบ จำเลยได้ยื่นคำคัดค้านอีกครั้งหนึ่ง

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นตัดพยานโจทก์ปากผู้เสียหายในตอนแรกนั้น ก็เพราะโจทก์ไม่สามารถนำพยานมาศาล และจำเลยก็แถลงขอให้ตัดพยานปากนี้ด้วย ศาลตัดพยานเพื่อเร่งรัดให้การพิจารณาคดีเป็นไปโดยรวดเร็ว แต่เมื่อการพิจารณายังไม่เสร็จ โจทก์สามารถเอาตัวผู้เสียหายมาศาลได้ก่อนสืบพยานจำเลย และพยานปากนี้เป็นพยานสำคัญของโจทก์ก็ไม่มีเหตุที่ศาลจะปฏิเสธไม่อนุญาตให้โจทก์นำสืบ กรณีไม่ใช่โจทก์ไม่ติดใจสืบพยานปากนี้แล้ว โจทก์จึงหาหมดสิทธิที่จะขอสืบดังที่จำเลยฎีกาไม่ โจทก์ได้พยายามเอาพยานปากนี้มาสืบตั้งแต่แรก เมื่อผู้เสียหายไม่มาศาลก็แถลงให้ศาลทราบว่าผู้เสียหายหลีกเลี่ยงมีผลให้ศาลออกหมายจับผู้เสียหายและโจทก์แถลงให้ทราบว่าผู้เสียหายเป็นพยานคู่กับร้อยตำรวจโทภาณุเดชแสดงว่าโจทก์มิได้มีเจตนาจะเอารัดเอาเปรียบจำเลยในการดำเนินคดีแต่อย่างใด

ที่จำเลยฎีกาว่า การสืบพยานทำให้จำเลยเสียเปรียบในเชิงถามค้านพยานปากอื่นหลงผิดในส่วนซึ่งเป็นสาระสำคัญในการถามพยานปากอื่นที่เป็นพยานคู่นั้น เห็นว่าคดีนี้จำเลยรับอยู่แล้วว่าได้เอาวิทยุของผู้เสียหายไปจริง คงโต้แย้งแต่เพียงว่าจำเลยไม่มีเจตนาลักทรัพย์ ตั้งใจจะเอาวิทยุไปเก็บไว้ให้เท่านั้น ข้อเท็จจริงที่ผู้เสียหายรู้เห็นร่วมกับร้อยตำรวจโทภาณุเดชก็มีเฉพาะตอนที่ตำรวจไปเปิดตู้ของจำเลยเอาวิทยุของกลางออกมาและตำรวจได้จับกุมจำเลยเท่านั้น ทั้งข้อเท็จจริงตอนนี้โจทก์ก็มีสิบตำรวจตรีศุภลักษณ์มาเบิกความอีกคนหนึ่งด้วยจำเลยมีโอกาสจะถามค้านร้อยตำรวจโทภาณุเดชและสิบตำรวจตรีศุภลักษณ์ในฐานะพยานคู่ได้อยู่แล้ว หากจำเลยเห็นว่ามีความจำเป็นต้องถามค้านพยานสองปากนี้ในข้ออื่นอันเกี่ยวเนื่องกับคำเบิกความของผู้เสียหายอีกจำเลยก็อาจขอให้ศาลเรียกพยานทั้งสองนี้มาเบิกความใหม่ได้จำเลยไม่เสียเปรียบแต่อย่างใด

ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นอย่างไรก็ดีศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองฟังมานั้นจำเลยและผู้เสียหายทำงานที่เดียวกัน ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายนอนฟังวิทยุอยู่ในที่พักคนงานแล้วหลับไป จำเลยเอาวิทยุไปตอน 5 นาฬิกา คงเพราะเห็นว่าหยิบฉวยไปได้ง่าย ๆ ไม่มีคนรู้เห็น ทั้งทรัพย์ของกลางผู้เสียหายก็ได้คืนแล้ว รูปคดียังไม่ควรลงโทษจำคุกจำเลยถึง 3 ปี ศาลฎีกาเห็นสมควรลงโทษจำเลยเพียง 2 ปีเท่านั้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โสภณ รัตนากร · สหัส สิงหวิริยะ · เสนอ ศรนิยม
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้