Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2664/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

อ.ทำงานเกี่ยวกับด้านบัญชี แม้ภายหลังนายจ้างจะมอบหมายงานให้ทำมากขึ้นโดยทำงานเฝ้าเหมือง ดูแลคนงาน เบิกจ่ายเงิน ดูแลพัสดุ ติดต่อกับหน่วยงานอื่น และคุมแร่ไปขาย ที่จังหวัดภูเก็ตด้วย งานที่ อ. ทำก็มิใช่งานที่ต้องใช้กำลังมากไม่อาจทำให้เกิดโรคหรือการเจ็บป่วยจนถึงแก่ความตายได้ และอ.มิได้ทำงานตรากตรำวันเกิดเหตุอ. ไปทำงานตอนเช้าตามปกติ ตอนสายได้กลับมาบ้านและให้โจทก์ ซึ่งเป็นภริยาพาไปส่งโรงพยาบาลเนื่องจากปวดศีรษะแต่ อ. เป็นลมล้มฟุบลงที่โต๊ะอาหาร และถึงแก่ความตายเพราะหัวใจหยุดทำงานเฉียบพลัน การตายของ อ. ยังถือไม่ได้ว่าถึงแก่ความตายด้วยโรคหรือการป่วยเจ็บเนื่องจากการทำงาน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 22

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายโอภาส เทวภักดิ์ มีบุตรธิดาด้วยกัน 6 คน จำเลยที่ 1เป็นนิติบุคคลที่มีจำเลยที่ 2 เป็นเลขาธิการ มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 มีอำนาจหน้าที่วินิจฉัยคำสั่งเงินทดแทนตามกฎหมายนายโอภาสเป็นลูกจ้างของบริษัทเรือขุดแร่สหพิบูลย์จำกัด ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2515 ตำแหน่งผู้ช่วยเสมียนใหญ่เมื่อประมาณปลายปี 2533 บริษัทเรือขุดแร่สหะพิบูลย์ จำกัด อ้างว่าดำเนินการขาดทุน จึงได้เลิกจ้างคนงานและพนักงานประจำจนกระทั่งครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2535 เหลือพนักงานประจำเพียง 3 คน คือ นายสุทิน เชี่ยววัฒนา ตำแหน่งผู้จัดการนายธิราศ จันทศรีและนายโอภาส ตามปกตินายโอภาสจะทำงานเกี่ยวกับบัญชีเท่านั้นแต่เมื่อบริษัทมีพนักงานประจำอยู่เพียง 3 คน

บริษัทจึงได้มอบหมายงานให้นายโอภาสทำมากขึ้นนอกเหนือจากที่งานปกติ เช่น งานเฝ้าเหมือง ควบคุมการเบิกจ่ายเงินควบคุมดูแลพัสดุและการเบิกจ่ายอุปกรณ์ในเหมือง ติดต่อกับหน่วยงานราชการและบุคคลภายนอกควบคุมดูแลการซ่อมเครื่องจักรกลคุมแร่ไปขายยังจังหวัดภูเก็ต ดูแลทางด้านการเสียภาษี จนกระทั่งในบางครั้งนายโอภาสต้องทำงานติดต่อกัน ไม่มีเวลาหยุดพักผ่อนต้องทำงานทั้งกลางวันและกลางคืนจนล่วงเวลาทำงานปกติบ่อยครั้งและนายโอภาสเคยปรารภกับโจทก์ว่าจะลาออกเพราะทนสภาพการตรากตรำงานไม่ไหว และมีอาการเครียดทางประสาทเสมอมา เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2535 นายโอภาสไปทำงานตามปกติตั้งแต่เวลา 6 นาฬิกา และได้ออกไปตรวจดูงานขุดแร่ในเหมืองขณะที่มีอากาศร้อนจัด

จนกระทั่งเกิดมีอาการปวดศีรษะจึงขอลาหยุดงานเพื่อขอพักผ่อนก่อนเวลา 11 นาฬิกา โดยกลับมานอนพักผ่อนที่บ้าน แต่เมื่อมาถึงบ้านได้ 10 นาที ก็เกิดอาการแน่นหน้าอก หน้ามืดและเป็นลมแน่นิ่งหมดสติไป โจทก์จึงได้พานายโอภาสไปส่งที่โรงพยาบาล เมื่อไปถึงแพทย์ตรวจแล้วแจ้งกับโจทก์ว่านายโอภาสถึงแก่ความตายระหว่างทางโดยลงความเห็นว่าสาเหตุการตายเนื่องจากหัวใจหยุดทำงานเฉียบพลันขณะที่ถึงแก่ความตายนั้นนายโอภาสมีอายุได้ 51 ปี หลังจากที่นายโอภาสถึงแก่ความตายแล้วโจทก์ได้ไปติดต่อที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครศรีธรรมราชเพื่อขอรับเงินทดแทนตามที่โจทก์มีสิทธิได้รับ แต่ทางสำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครศรีธรรมราชแจ้งให้โจทก์ทราบว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินทดแทนจากกองทุนเงินทดแทน

เพราะสภาพการงานและลักษณะงานไม่เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพและร่างกาย การเจ็บป่วยของนายโอภาสไม่ได้เกิดจากการทำงานให้แก่นายจ้าง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน โจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครศรีธรรมราช จึงได้อุทธรณ์คำวินิจฉัยดังกล่าวนั้นต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนได้พิจารณาแล้วมีความเห็นว่านายโอภาสไม่ได้เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่งานในหน้าที่ความรับผิดชอบของนายโอภาสไม่ใช่งานเครียด และมีมติว่านายโอภาสมิได้เจ็บป่วยจนถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้าง โจทก์ไม่เห็นพ้องด้วยกับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนเพราะการที่นายโอภาสถึงแก่ความตาย

มีสาเหตุมาจากการทำงานให้แก่บริษัทเรือขุดแร่สหะพิบูลย์จำกัด ผู้เป็นนายจ้าง กล่าวคือจากสภาพการงานที่นายโอภาสต้องรับผิดชอบเพิ่มขึ้นนั้น มิใช่งานทำอยู่เป็นประจำลักษณะงานทำให้ต้องตรากตรำเกินกำลังและเหน็ดเหนื่อยติดต่อกันเรื่อยมาจนเป็นเหตุถึงกับเป็นลมและถึงแก่ความตายในขณะที่อยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งไม่เคยปรากฏว่านายโอภาสมีโรคประจำตัวหรือเหตุใดที่จะทำให้ตายโดยปัจจุบัน นอกจากเหตุที่กำลังทำงานอยู่การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายไม่ได้รับเงินทดแทน ขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครศรีธรรมราช และคำวินิจฉัยของจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2จำเลยทั้งสองให้การว่า

งานในหน้าที่เกี่ยวกับบัญชีที่นายโอภาสผู้ตายทำงานอยู่นั้น มิใช่งานที่อาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือร่างกายของลูกจ้าง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องกำหนดงานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือร่างกายของลูกจ้างส่วนเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2535 ที่นายโอภาสไปทำงานตามปกติและได้ไปตรวจดูคนงานขุดแร่ในเหมืองก็มิใช่งานที่จะต้องใช้ความคิดอันที่จะก่อให้เกิดความเครียดหรือใช้กำลังกายทำงานหนักเกินกว่าปกติที่บุคคลทั่วไปจะทำได้ ที่นายโอภาสเกิดอาการปวดศีรษะขึ้นมาโดยกระทันหัน จึงขอลางานกลับบ้าน เมื่อกลับถึงบ้านก็เป็นลมหมดสติถึงแก่ความตายทันทีเนื่องจากหัวใจหยุดทำงานโดยเฉียบพลัน แสดงว่าการตายของนายโอภาสเกิดจากโรคที่เกิดจากความเครียด แต่เป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจ และไม่ใช่โรคซึ่งเกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องกับการทำงานขอให้ยกฟ้องระหว่างการพิจารณาของศาลแรงงานกลาง

โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลแรงงานกลางอนุญาตและให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งสำนักงานประกันสังคมที่ นศ.35/189 และคำวินิจฉัยที่ มท.1311/62411 เรื่องอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน และให้จำเลยที่ 1 จ่ายเงินทดแทนให้แก่โจทก์และทายาทตามกฎหมายจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ยุติตามที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า นายโอภาส เทวภักดิ์ เป็นลูกจ้างบริษัทเรือขุดแร่สหะพิบูลย์ จำกัด ตั้งแต่ปี 2515 ทำหน้าที่ผู้ช่วยเสมียนใหญ่ ทำงานเกี่ยวกับบัญชี ต่อมาปี 2533 บริษัทนายจ้างประสบการขาดทุนได้เลิกจ้างพนักงาน เหลือพนักงานประจำสำนักงาน 3 คน

บริษัทนายจ้างมอบหมายให้นายโอภาสเฝ้าเหมืองดูแลคนงาน เบิกจ่ายเงินเดือน ดูแลพัสดุ ติดต่อกับหน่วยงานอื่นและคุมแร่ไปขายที่จังหวัดภูเก็ต เดิมนายโอภาสเป็นคนแข็งแรงไม่เคยป่วยเจ็บก่อนถึงแก่ความตาย 5-6 เดือน นายโอภาส บ่นกับเพื่อนร่วมงานว่ามีอาการปวดหัวและไม่สบายเนื่องจากต้องทำงานหนักวันที่ 6 กรกฎาคม 2535 ตอนเช้านายโอภาสไปทำงานปกติตอนสายนายโอภาสได้กลับไปที่บ้านและบอกให้โจทก์พาไปส่งโรงพยาบาลเนื่องจากปวดศีรษะ แล้วนายโอภาสเป็นลมล้มฟุบลงที่โต๊ะอาหาร โจทก์พานายโอภาสไปส่งโรงพยาบาลร่อนพิบูลย์แพทย์ตรวจแล้วแจ้งโจทก์ว่านายโอภาสถึงแก่ความตายเนื่องจากหัวใจหยุดทำงานโดยเฉียบพลันก่อนที่จะไปถึงโรงพยาบาล คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ว่านายโอภาสถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้างหรือไม่ซึ่งจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่าการที่นายโอภาสเป็นลมหมดสติและถึงแก่ความตายทันทีเนื่องจากการทำงานของหัวใจล้มเหลวเป็นผลเนื่องมาจากทำงานให้แก่นายจ้าง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โรคหรือการเจ็บป่วยอย่างอื่นที่ทำให้ลูกจ้างถึงแก่ความตายอันเป็นผลให้นายจ้างต้องจ่ายค่าทดแทนตามความในข้อ 22 แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง โรคซึ่งเกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องกับการทำงาน ลงวันที่16 เมษายน 2515 นั้น จะต้องเป็นโรคหรือการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นสืบเนื่องจากการทำงานของลูกจ้างโดยตรง หรืออีกนัยหนึ่งก็คืองานที่ลูกจ้างทำนั้นเป็นมูลให้เกิดโรคหรือการเจ็บป่วยขึ้นและเป็นเหตุให้ลูกจ้างถึงแก่ความตายด้วยโรคหรือการเจ็บป่วยดังกล่าว ตามปกติแล้วการทำงานของนายโอภาสทำงานเกี่ยวกับด้านบัญชี แม้ภายหลังนายจ้างจะมอบหมายงานให้ทำมากขึ้นโดยให้นายโอภาสทำงานเฝ้าเหมือง ดูแลคนงาน เบิกจ่ายเงินเดือนดูแลพัสดุ

ติดต่อกับหน่วยงานอื่น และคุมแร่ไปขายที่จังหวัดภูเก็ตด้วย งานที่นายโอภาสทำก็มิใช่งานที่ต้องใช้กำลังมากไม่อาจทำให้เกิดโรคหรือการเจ็บป่วยจนถึงแก่ความตายได้ ตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังมานั้นนายโอภาสมิได้ทำงานตรากตรำวันเกิดเหตุนายโอภาสไปทำงานตอนเช้าตามปกติตอนสายได้กลับบ้านและให้โจทก์ซึ่งเป็นภริยาพาไปส่งโรงพยาบาลเนื่องจากปวดศีรษะ แต่นายโอภาสเป็นลมล้มฟุบลงที่โต๊ะอาหารและถึงแก่ความตายเพราะหัวใจหยุดทำงานเฉียบพลัน การตายของนายโอภาสยังถือไม่ได้ว่าถึงแก่ความตายด้วยโรคหรือการเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินทดแทน ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลอ บุณยเนตร · ชลิต ประไพศาล · พรชัย สมรรถเวช
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้