Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2664/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เช่าซื้อรถยนต์จากจำเลยที่ 1 โดยมีข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อว่า โจทก์เป็นผู้เสียค่าประกันภัยรถยนต์ในนามจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของรถ แล้วจำเลยที่ 1 ได้ไปทำสัญญาประกันภัยรถคันนี้กับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัย และโจทก์เป็นผู้ออกเงินในการประกัน ดังนี้ ถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 เอาประกันภัยรถคันที่เช่าซื้อ โจทก์จึงไม่มีนิติสัมพันธ์กับจำเลยที่ 2 และไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ให้รับผิดใช้เงินค่ารถยนต์คันที่เช่าซื้อซึ่งได้หายไป

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่าซื้อรถยนต์นั่งยี่ห้อเฟี๊ยต 1100 อาร์จากจำเลยที่ 1 ราคา 67,760 บาท มีข้อสัญญาว่า โจทก์ต้องออกเงินค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในการประกันภัยแทนจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1นำรถยนต์คันนี้ไปทำสัญญาประกันภัยไว้กับจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 50,000 บาทโจทก์ใช้เงินค่าเช่าซื้อให้จำเลยที่ 1 แล้ว 41,890 บาท เมื่อหักส่วนลดออกแล้ว โจทก์จะต้องใช้เงินค่าเช่าซื้อให้จำเลยที่ 1 อีก 23,028 บาท ผู้ร้ายได้ลักรถยนต์คันดังกล่าวไป ยังไม่ได้คืนโจทก์แจ้งให้จำเลยทั้งสองทราบ และทวงถามให้ใช้ราคารถที่หาย จำเลยที่ 1 อ้างว่าจำเลยที่ 2 จ่ายเงินให้เพียง 40,000 บาท ไม่เต็มตามสัญญาประกันภัย จะใช้เงินให้โจทก์เพียง 40,000 บาทและหักเงินที่โจทก์จะต้องใช้ให้จำเลย 24,200 บาทออก

เหลือเงินที่จำเลยที่ 1 จะใช้ให้โจทก์เพียง 15,800 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดใช้เงินอีก 26,972 บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์ยังไม่ได้ใช้เงินค่าเช่าซื้ออีก 25,870 บาท มิใช่ 23,028 บาท จำเลยที่ 2 ได้จ่ายค่าเสียหายให้จำเลยที่ 1 รับมาแล้ว 40,000 บาท จำเลยที่ 1 จะต้องคืนเงินให้โจทก์ 15,800 บาท โจทก์ไม่ยอมรับ จำเลยที่ 2 ให้การว่า ยอมรับผิดตามความเสียหายแท้จริงเป็นเงิน40,000 บาทซึ่งได้จ่ายให้จำเลยที่ 1 รับไปแล้ว โจทก์ไม่มีนิติสัมพันธ์กับจำเลยที่ 2 จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้เงิน 15,800 บาทแก่โจทก์และให้จำเลยที่ 2 ใช้เงินที่ยังขาดอยู่อีก 10,000 บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย ฯลฯ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นแต่เฉพาะเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมเป็นว่าให้จำเลยที่ 2 เสียค่าขึ้นศาลแทนโจทก์ตามจำนวนทุนทรัพย์ 10,000 บาท จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาเช่าซื้อเอกสาร จ.1 ข้อ 4 มีข้อความว่าโจทก์เป็นผู้เสียค่าประกันภัยรถยนต์คันที่เช่าซื้อในนามจำเลยที่ 1ซึ่งเป็นเจ้าของรถ และโจทก์เบิกความว่า เงินที่เอาประกันภัยเป็นของโจทก์ แต่ตามสัญญา จำเลยที่ 1 เป็นผู้เอาประกันภัย จึงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของ เป็นคู่สัญญาประกันภัยรถยนต์คันที่เช่าซื้อกับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้รับประกัน เช่นนี้ ฟังได้แต่เพียงว่า โจทก์เป็นแต่เพียงผู้ออกเงินในการประกันเท่านั้น ยังฟังไม่ได้ว่าโจทก์ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 เอาประกันภัยรถยนต์คันที่เช่าซื้อ โจทก์ซึ่งมีนิติสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 ตามสัญญาเช่าซื้อจึงไม่มีนิติสัมพันธ์กับจำเลยที่ 2 ตามกรมธรรม์ประกันภัยเอกสาร จ.2 หรือ ล.2 จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ให้รับผิดใช้เงินค่ารถยนต์คันที่เช่าซื้อซึ่งได้หายไป แก่โจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพจน์ ถิระวัฒน์ · สมคิด มงคลชาติ · ไพโรจน์ ไวกาสี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้