Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 266/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษารวม 3 สำนวน เป็นเงิน1,400,000 บาทเศษ หนี้สำนวนที่ 1 ศาลได้พิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้วให้จำเลยผ่อนชำระแก่โจทก์เดือนละ5,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยผิดนัด สำนวนที่ 2 มีทรัพย์สินจำนองเป็นประกัน ราคาสูงกว่าที่จำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์อยู่ประมาณ200,000 บาท จำเลยที่ 1 ยังมีร้านขายเครื่องไฟฟ้า 3 คูหา และมีที่ดินอีก 3 แปลง แม้จำเลยที่ 1 จะนำที่ดินไปจำนองประกันหนี้ไว้แก่ธนาคารอื่นก็ตาม แต่ก็มีราคาสูงเกินกว่าจำนวนหนี้ของธนาคารนั้นอยู่มากนอกจากนี้หากจำเลยที่ 1 ต้องการหลีกเลี่ยงการชำระหนี้โจทก์แล้ว จำเลยที่ 1 ก็สามารถกระทำได้โดยโอนที่ดินพิพาทให้แก่บุคคลอื่นซึ่งแยบยล สมเหตุผลดีกว่าโอนให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรเสียอีก การที่จำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาททั้ง 5 แปลงให้จำเลยที่ 2 จึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำที่จะเป็นการให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์จำนวน1,440,053.81 บาท จำเลยทั้งสองสมคบกันจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดิน จังหวัดนครราชสีมา โดยจำเลยที่ 1 โอนที่ดิน 5 แปลงของจำเลยที่ 1 ให้แก่จำเลยที่ 2 โดยเสน่หาเพื่อหลีกเลี่ยงหรือขัดขวางการบังคับชำระหนี้ โดยรู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบ เพราะจำเลยที่ 1 ไม่มีทรัพย์สินอื่นที่โจทก์จะบังคับชำระหนี้ได้อีก ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินพิพาททั้ง 5 แปลงดังกล่าวจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 2 เป็นบุตรจำเลยที่ 1 ช่วยจำเลยที่ 1 ประกอบการค้า จำเลยที่ 1 จึงโอนที่ดินพิพาททั้ง5 แปลงให้ หาใช่เพื่อหลีกเลี่ยงเจ้าหนี้หรือโจทก์ไม่ ทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 แม้ติดจำนองแต่มีราคาเกินจำนวนหนี้ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาททั้ง 5 แปลงจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังยุติได้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์รวม 3 รายการ เป็นเงิน1,400,000 บาทเศษ ปรากฏตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1238/2530,1639/2530 และ 1183/2531 ของศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 3 กันยายน2530 จำเลยที่ 1 ได้โอนที่ดินพิพาททั้ง 5 แปลงให้แก่จำเลยที่ 2ผู้เป็นบุตรโดยเสน่หา ปัญหาในชั้นฎีกามีว่า จำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 2 โดยไม่รู้ว่าจะเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบหรือไม่ เห็นว่าในเรื่องหนี้และทรัพย์สินของจำเลยที่ 1ที่เกี่ยวกับโจทก์นั้น โจทก์มีนายเสริมสุขมาเบิกความเป็นพยานเพียงปากเดียวว่า จำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์ 3 รายการตามลำดับดังนี้คือ หนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินประมาณ 160,000 บาท

พร้อมดอกเบี้ยหนี้จำนองจำนวนเงิน 800,000 บาทเศษ และหนี้เงินกู้วงเงินประมาณ300,000 บาท โดยมีรายละเอียดว่า หนี้รายการที่ 1 ศาลได้พิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้วให้จำเลยผ่อนชำระแก่โจทก์เดือนละ 5,000 บาท ซึ่งทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าจำเลยผิดนัดหนี้รายการที่ 2 มีทรัพย์สินจำนองเป็นประกันสำหรับรายการนี้แม้โจทก์จะนำสืบว่า โจทก์ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์สินที่จำนองเพื่อบังคับคดีแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคาขณะยึดไว้ 200,000 บาทแต่นายเสริมสุขเบิกความว่า ราคาประเมินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินในขณะยึดมักจะต่ำกว่าราคาที่ทางธนาคารประเมินตอบรับจำนอง ทรัพย์สินรายการนี้ขณะรับจำนองโจทก์ประเมินราคาจดทะเบียนจำนองไว้ 800,000 บาท และโดยปกติธนาคารจะประเมินราคาทรัพย์สินที่นำมาเป็นประกันไม่เกิน 50เปอร์เซ็นต์

แสดงว่าขณะจดทะเบียนจำนอง ทรัพย์สินที่จำนองประกันหนี้รายการนี้มีราคาประมาณ 1,600,000 บาท เกินกว่าจำนวนหนี้ที่จำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์อยู่ประมาณ 200,000 บาท จำเลยที่ 1 ยังมีที่ดินอีก 3 แปลง อยู่ในอำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมาแม้จำเลยที่ 1 จะนำไปจำนองประกันหนี้ไว้แก่ธนาคารอื่นก็ตามแต่ก็มีราคาสูงเกินกว่าจำนวนหนี้ของธนาคารนั้นอยู่มาก และเมื่อมีการบังคับจำนองชำระหนี้แล้วก็น่าจะยังมีเหลือพอที่โจทก์จะบังคับชำระหนี้ได้อีก หากทรัพย์สินที่จำนองประกันหนี้รายการที่ 2 ไม่พอชำระหนี้ ที่จำเลยที่ 1 รับว่าเป็นหนี้บริษัทธานินทร์ จำกัด ด้วยแต่ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ขัดข้องในการชำระหนี้อย่างไรและยังได้ความจากนายเสริมสุขอีกว่า

จำเลยที่ 1 มีร้านขายเครื่องไฟฟ้า 3 คูหาอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าคลังพลาซ่าด้วย จึงเห็นได้ว่า จำเลยที่ 1 ยังมีทรัพย์สินพอที่โจทก์จะบังคับชำระหนี้ได้นอกจากนี้หากจำเลยที่ 1 ต้องการหลีกเลี่ยงการชำระหนี้โจทก์แล้วจำเลยที่ 1 ก็สามารถกระทำได้โดยโอนที่ดินพิพาทให้แก่บุคคลอื่นซึ่งแยบยล สมเหตุผลดีกว่าโอนให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรเสียอีกที่จำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาททั้ง 5 แปลงให้จำเลยที่ 2 จึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำที่จะเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 โจทก์จึงขอให้เพิกถอนการโอนไม่ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาททั้ง 5 แปลงนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถวิล ตรีเพชร · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · สังเวียน รัตนมุง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้