Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2657/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์แจ้งความว่า ย. ทำร้ายร่างกายโจทก์ ขอให้ดำเนินคดีแก่ ย.แม้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78 จำเลยซึ่งเป็นผู้บังคับหมวดไม่มีอำนาจจับกุมโจทก์โดยไม่มีหมายจับ แต่อำนาจจับกุมตามมาตรา 78 นี้ ก็เป็นอำนาจโดยทั่ว ๆ ไปและมีมาตรา 136 บัญญัติเรื่องอำนาจพนักงานสอบสวนในการจับกุมและควบคุมไว้โดยเฉพาะเมื่อจำเลยเป็นพนักงานสอบสวนคดีที่หาว่า ย. กระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย และสอบสวนแล้วได้ความว่าโจทก์ก็เป็นผู้กระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายด้วย เพราะเป็นเรื่องวิวาทกัน ซึ่งความผิดนี้เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ไม่มีผู้ใดร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ เจ้าพนักงานก็ย่อมจับกุมและควบคุมตัวผู้กระทำความผิดไว้สอบสวนได้ จำเลยจึงมีอำนาจจับกุมและควบคุมตัวโจทก์ซึ่งมาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าจำเลยในระหว่างการสอบสวนได้ เพียงเพราะเหตุที่จำเลยจับกุมและควบคุมตัวโจทก์ไว้โดยไม่มีหมายจับนั้น จะถือว่าจำเลยได้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจตำแหน่งผู้บังคับหมวดและเป็นพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอสองพี่น้อง ได้มีปืนเป็นอาวุธจี้บังคับให้โจทก์จำยอมให้จำเลยควบคุมหน่วงเหนี่ยวกักขังให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกายและได้รับความเสียหาย โดยกักขังโจทก์ไว้ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอสองพี่น้อง 2 วัน แล้วโจทก์ได้ประกันตัวไปทั้งนี้ โดยไม่มีผู้ใดร้องทุกข์กล่าวโทษ และจำเลยไม่มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรค 2, 310 และ 157ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้องจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นเห็นว่าการกระทำตามฟ้องไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรค 2 และความผิดตามมาตรา 310 นั้น

ขาดอายุความแล้ว พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 157 จำคุก 2 ปี ข้อหาอื่นให้ยกเสียจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยมีอำนาจควบคุมโจทก์ซึ่งเป็นผู้ต้องหาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 136 และจำเลยไม่มีอำนาจสั่งอนุญาตให้ประกันที่โจทก์ถูกควบคุมตัวอยู่ 2 วัน จึงฟังไม่ได้ว่าเกิดจากการที่จำเลยกระทำมิชอบ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกา มีปัญหามาสู่ศาลฎีกาเฉพาะข้อหาตามมาตรา 157ศาลฎีกาฟังว่า โจทก์มาแจ้งความว่านายยังทำร้ายร่างกาย ขอให้ดำเนินคดีแก่นายยัง จำเลยสอบสวนโจทก์ในวันนั้น ต่อมานายยังมามอบตัวและจำเลยสอบสวนนายยังในฐานะผู้ต้องหา สอบสวนแล้วได้ความว่า กรณีเป็นเรื่องวิวาทกันระหว่างโจทก์ฝ่ายหนึ่งกับนายยังและนายสมพงษ์อีกฝ่ายหนึ่ง จึงดำเนินคดีแก่บุคคลทั้งสาม

นายยังและนายสมพงษ์มามอบตัวแล้วในวันเกิดเหตุโจทก์ขับรถมาจอดห่างสถานีตำรวจราว 10 วา จำเลยตะโกนถามโจทก์ว่าทำไมเมื่อวานนี้ไม่มา โจทก์ว่าฝนตกมาไม่ได้ แล้วจำเลยก็เดินลงจากสถานีตำรวจไปหาโจทก์ที่รถ แจ้งข้อหาและขอจับกุมโจทก์ในข้อหาว่าวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน จำเลยเชิญขึ้นไปบนสถานี โจทก์ก็ยอมขึ้นไป แต่ไม่ยอมลงชื่อในบันทึกการจับกุม จำเลยสั่งให้ลงประจำวันว่าจับโจทก์ในข้อหาว่าวิวาททำร้ายร่างกายกับนายยัง นายสมพงษ์ โจทก์ก็ไม่ยอมลงชื่อในบันทึกประจำวัน จำเลยจึงสั่งให้ควบคุมตัวโจทก์ไว้วินิจฉัยว่า จริงอยู่ที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 78 นั้น จำเลยไม่มีอำนาจที่จะจับกุมโจทก์โดยไม่มีหมายจับแต่อำนาจการจับกุมตามมาตรา 78 เป็นอำนาจโดยทั่ว

ๆ ไป สำหรับกรณีในคดีนี้เกิดขึ้นหลังจากได้มีการสอบสวนในคดีความผิดฐานทำร้ายร่างกายแล้วได้ความว่าโจทก์เป็นผู้กระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายด้วยเช่นเดียวกัน ความผิดฐานทำร้ายร่างกายนี้เป็นความผิดอาญาแผ่นดินแม้จะไม่มีผู้ใดร้องทุกข์หรือกล่าวโทษเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจจับกุมและควบคุมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ก็ย่อมจะจับกุมและควบคุมตัวผู้กระทำความผิดไว้สอบสวนต่อไปได้ จำเลยเป็นพนักงานสอบสวนในคดีที่มีการกล่าวหาว่านายยังกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ซึ่งมีประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 136 บัญญัติเรื่องอำนาจพนักงานสอบสวนจะจับกุมและควบคุมไว้โดยเฉพาะ ดังนั้น จำเลยจึงมีอำนาจตามกฎหมายที่จะจับกุมและควบคุมตัวโจทก์ซึ่งมาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าจำเลยในระหว่างการสอบสวนได้ ในเมื่อคดีปรากฏว่าโจทก์เป็นผู้กระทำความผิดอาญาแผ่นดิน จะฟังแต่เพียงเพราะเหตุที่จำเลยจับกุมและควบคุมตัวโจทก์ไว้โดยไม่มีหมายจับเท่านั้น ว่าจำเลยได้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหาได้ไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลอ จามรมาน · สุธรรม วรรณแสง · พิชัย รชตะนันทน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้