คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีสาเหตุเป็นเรื่องความพอใจของจำเลยที่อยากจะจ้างโจทก์ต่อไปหรือไม่ตามสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย ไม่ใช่เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม จำเลยจึงไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ เมื่อพิจารณาข้ออ้างของโจทก์เพียงฝ่ายเดียว โจทก์ไม่มีทางชนะคดีได้แล้ว จึงให้งดสืบพยาน และพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยอ้างว่าจำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์โดยไม่แจ้งเหตุผลและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า และแถลงตอบคำถามของศาลแรงงานกลางว่า ค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องตามคำขอท้ายฟ้องเป็นค่าเสียหายที่โจทก์ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีสาเหตุและไม่ได้รับการบอกกล่าวล่วงหน้าจึงเรียกค่าเสียหายฐานถูกเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม จำเลยแถลงต่อสู้คดีอันนับเป็นคำให้การว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยมีสาเหตุว่า โจทก์สมคบกับพวกขโมยแบบแปลนการสร้างวงล้อ ศาลแรงงานกลางจึงกำหนดประเด็นพิพาทว่า จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมหรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าถ้าข้อเท็จจริงฟังได้ดังที่โจทก์ฟ้องและแถลงว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีสาเหตุ มิใช่เพราะโจทก์สมคบกับพวกขโมยแบบแปลนการสร้างวงล้อดังจำเลยต่อสู้ การกระทำของจำเลยก็เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 เพราะการเลิกจ้างโดยไม่มีสาเหตุย่อมไม่เป็นธรรมต่อลูกจ้างอยู่ในตัว รูปคดียังไม่ชอบที่จะงดสืบพยาน ต้องฟังข้อเท็จจริงให้สิ้นกระแสความเสียก่อน"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายกคำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี