Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2650/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยได้อ้างถึงข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุและความจำเป็นที่มิได้ยื่นคำให้การและมาศาลในวันนัดพิจารณาว่า เนื่องจากไม่ทราบว่าถูกฟ้องและไม่ทราบวันนัดเนื่องจากจำเลยไปรักษาพยาบาลมารดาอยู่ต่างจังหวัด ในระหว่างวันที่ถูกฟ้องถึงวันที่ศาลชี้ขาดตัดสินคดีและมีการส่งคำบังคับ เพิ่งมาทราบเรื่องที่ถูกฟ้องและบังคับคดีหลังจากจำเลยออกโรงพยาบาลและกลับมาพักฟื้นอยู่ที่บ้าน ดังนี้ ถ้าข้อเท็จจริงเป็นดังที่จำเลยอ้างแล้วจำเลยก็ย่อมไม่สามารถมาแถลงให้ศาลแรงงานกลางทราบถึงความจำเป็นที่ไม่อาจมาศาลได้ภายในกำหนด 7 วัน ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 41 ได้กรณีเช่นนี้ต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208มาใช้บังคับแก่การพิจารณาคดีโดย อนุโลมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31ศาลแรงงานกลางต้องไต่สวนคำร้อง ของ จำเลยและมีคำสั่งตามรูปคดีต่อไป

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสามสำนวนฟ้องขอให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาจ้างแรงงานโดย จ่ายค่าจ้างค้างจ่ายจำนวนตามฟ้องแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามสำนวนขาดนัดและขาดนัดพิจารณา ศาลแรงงานกลางจึงพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างแก่โจทก์วันที่ 8 มิถุนายน 2535

จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลแรงงานกลางว่า จำเลยมิได้จงใจขาดนัด เหตุที่ไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาเพราะจำเลยไม่ทราบว่าถูกฟ้อง เนื่องจากจำเลยดูแลอาการเจ็บป่วยของมารดาที่จังหวัดนครสวรรค์ตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2535จนกระทั่งมารดาจำเลยได้เสียชีวิต เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2535จำเลยได้อยู่จัดงานศพให้เป็นที่เรียบร้อยและเดินทางกลับถึงกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2535 และตัวจำเลยก็ต้องเข้ารักษาพยาบาลตัวเองที่โรงพยาบาลเพราะเจ็บป่วยตั้งแต่วันที่2 ถึง 3 มิถุนายน 2535 จำเลยออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นอยู่ที่บ้านเมื่อตอนเย็นของวันที่ 3 มิถุนายน 2535 ต่อมาวันที่ 4จึงทราบว่าจำเลยถูกฟ้องร้องและบังคับคดี ทำให้ไม่มีโอกาสได้ต่อสู้คดีและไม่อาจยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด

ถ้าจำเลยมีโอกาสต่อสู้คดี คำพิพากษาจะต้องเปลี่ยนแปลงไปเป็นให้จำเลยชนะคดี เพราะหนี้ที่โจทก์ทั้งสามนำมาฟ้องไม่เป็นความจริง ความจริงจำเลยได้ชำระค่าจ้างให้โจทก์ทั้งสามไปหมดแล้วและโจทก์ทั้งสามยังได้เบิกเงินค่าจ้างจากจำเลยเกินไปอีก ขอให้ศาลแรงงานกลางอนุญาตให้จำเลยให้การและพิจารณาคดีใหม่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า จำเลยมิได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ภายใน 7 วัน ตามมาตรา 41 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 ให้ยกคำร้องจำเลยทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ตามคำร้องของ จำเลยได้อ้างถึงข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุและความจำเป็นที่มิได้ยื่นคำให้การและมาศาลในวันนัดพิจารณา ก็เพราะไม่ทราบว่าถูกฟ้องและไม่ทราบวันนัดเนื่องจากจำเลยไปรักษาพยาบาลมารดาอยู่ต่างจังหวัดในระหว่างวันที่ถูกฟ้องถึงวันที่ศาลชี้ขาดตัดสินคดีและมีการส่งคำบังคับเพิ่งมาทราบเรื่องที่ถูกฟ้องและบังคับคดีเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2535

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ถ้าข้อเท็จจริงเป็นดังที่จำเลยอ้างแล้ว จำเลยก็ย่อมไม่สามารถมาแถลงให้ศาลแรงงานกลางทราบถึงความจำเป็นที่ไม่อาจมาศาลได้ภายในกำหนด 7 วัน ตามพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522ได้เป็นธรรมดาอยู่เอง กรณีเช่นนี้ต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 มาใช้บังคับแก่การพิจารณาคดีโดย อนุโลมตามพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 31 ที่ศาลแรงงานกลางสั่งยกคำร้องของจำเลยโดยมิ ไต่สวนให้ได้ความจริงก่อนนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามสำนวนฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำสั่งของศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางไต่สวนคำร้องของ จำเลยทั้งสามสำนวนแล้วมีคำสั่งใหม่ต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม เฟื่องฟุ้ง · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · สมมาตร พรหมานุกูล
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้