Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2649/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อกรมสรรพากรซึ่งเป็นโจทก์ ได้แจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1 ทราบว่าจะต้องเสียภาษีเท่าใด ถือว่ามีจำนวนหนี้ภาษีที่โต้แย้งกันแล้ว เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ชำระ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้อง จำเลยให้ชำระภาษีจำนวนดังกล่าวได้ โดยไม่จำต้องรอให้กำหนดระยะเวลา 30 วัน ที่จำเลยจะใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อศาลสิ้นสุดลงเสียก่อน การฟ้องให้จำเลยที่ 2-8 ร่วมกันรับผิดในเงินที่จำเลยที่ 2ในฐานะผู้ชำระบัญชีและผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1 กระทำผิดหน้าที่นำเงินของจำเลยที่ 1 ไปจ่ายคืนค่าหุ้นให้แก่จำเลยที่ 2-8 หาใช่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ค่าภาษีอากรที่ศาลภาษีอากรมีอำนาจพิจารณาพิพากษา ตามมาตรา 7(2) แห่งพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรพ.ศ. 2528 ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 30 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 7

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดมีจำเลยที่ 2-4 เป็นกรรมการ และจำเลยที่ 2-8 เป็นผู้ถือหุ้นจำเลยที่ 1 เพิกเฉยไม่นำเงินค่าภาษีและเงินเพิ่มจำนวน 409,438.62บาท ไปชำระแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนเลิกบริษัทและได้ตั้งจำเลยที่ 2 เป็นผู้ชำระบัญชีปรากฏว่าจำเลยที่ 1 มีเงินคงเหลือ จำนวน115,803.86 บาท จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ชำระบัญชี และผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1 ได้กระทำผิดหน้าที่โดยจำเลยที่ 2 ได้นำเงินจำนวนดังกล่าวไปจ่ายคืนค่าหุ้นให้แก่จำเลยที่ 2-8 โดยจำเลยที่ 2-8 รู้อยู่แล้วว่าจำเลยที่ 1 มีหนี้ภาษีอากรค้าง และยังไม่ได้ชำระแก่โจทก์อันเป็นการชำระบัญชีที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และไม่สุจริต ซึ่งจำเลยที่ 1-8 จะต้องร่วมรับผิดชอบชำระให้แก่โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่ง คดีนี้ยังไม่ครบกำหนด 30 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ซึ่งจำเลยอาจใช้สิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลได้ แต่เนื่องจากจำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2532 และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1272 บัญญัติให้การฟ้องเรียกหนี้สินของบริษัทจากผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้น หรือผู้ชำระบัญชีเป็นลูกหนี้ในฐานเช่นนั้น ให้ดำเนินการฟ้องภายในกำหนด 2 ปีนับแต่วันถึงที่สุดแห่งการชำระบัญชีเพื่อตั้งหลักฐานแห่งสิทธิเรียกร้องตามมาตรา 173 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ขอให้บังคับจำเลยที่ 1-8 ร่วมกันชำระภาษีจำนวน 409,438.62 บาท ให้แก่โจทก์ โดยให้จำเลยที่ 2-8 ร่วมรับผิดจำนวนไม่เกิน 115,803.86 บาทให้จำเลยที่ 1-8 ร่วมกันชำระเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนเศษของเดือนให้คิดเป็นหนึ่งเดือน ในต้นเงินภาษี 236,865.74 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จจำเลยทั้งแปดให้การทำนองเดียวกันว่า

การประเมินภาษีอากรของโจทก์ไม่ถูกต้อง คดีโจทก์ขาดอายุความ เพราะโจทก์ฟ้องเมื่อพ้นกำหนด 2 ปี นับแต่สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทได้รับคำขอจดทะเบียนเลิกบริษัท ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า เมื่อผู้ถูกประเมินมีสิทธิจะฟ้องต่อศาลได้ภายใน 30 วัน หนี้ดังกล่าวยังไม่ยุติโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดได้จดทะเบียนเลิกบริษัทและจำเลยที่ 2 เป็นผู้ชำระบัญชีได้จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2532และในปี 2532 เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยที่ 1 ยื่นแบบรายการเพื่อเสียภาษีสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2529 ไม่ถูกต้องจึงได้ออกหมายเรียกไต่สวน และประเมินให้จำเลยที่ 1 เสียภาษี

จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ชำระบัญชีได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้ยกอุทธรณ์และแจ้งให้จำเลยที่ 1 ทราบ จำเลยที่ 1 ได้รับคำวินิจฉัยอุทธรณ์เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2534 นับถึงวันฟ้องคดีนี้คือวันที่ 15พฤษภาคม 2534 ไม่ครบ 30 วัน จำเลยที่ 1 อาจใช้สิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลได้ แต่เนื่องจากคดีจะขาดอายุความ โจทก์จึงยื่นฟ้องคดีนี้ และวินิจฉัยว่า ในการเรียกเก็บภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร กฎหมายได้กำหนดขั้นตอนให้โจทก์ดำเนินการตั้งแต่ออกหมายเรียกไต่สวนแล้วทำการประเมินเมื่อมีการประเมินแล้ว ถ้าผู้เสียภาษีไม่พอใจการประเมิน กฎหมายกำหนดให้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เมื่อได้ปฏิบัติถึงขั้นตอนที่โจทก์ได้แจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1 ทราบว่าจะต้องเสียภาษีจำนวนเท่าใด

ถือว่ามีจำนวนหนี้ภาษีที่โต้แย้งกันแล้ว เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่นำเงินภาษีไปชำระโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยให้ชำระภาษีจำนวนดังกล่าวได้ โดยไม่จำต้องรอให้กำหนดระยะเวลา 30 วัน ที่จำเลยจะใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อศาลได้สิ้นสุดลงเสียก่อน โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2-8 นั้นปรากฏจากคำฟ้องว่าข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา เป็นเรื่องจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ชำระบัญชีและผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1 ได้กระทำผิดหน้าที่นำเงินของจำเลยที่ 1 ไปจ่ายคืนค่าหุ้นให้แก่จำเลยที่ 2-8 การฟ้องให้จำเลยที่ 2-8 ร่วมกันรับผิดในเงินที่จำเลยที่ 2 นำไปแบ่งให้จำเลยที่ 2-8 นั้น หาใช่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ค่าภาษีอากรที่ศาลภาษีอากรมีอำนาจพิจารณาพิพากษา ตามมาตรา 7 (2)

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 ไม่พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางเฉพาะในส่วนที่ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ให้ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาและพิพากษาคดีเฉพาะของจำเลยที่ 1 ใหม่ตามรูปคดี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ก้าน อันนานนท์ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2136/2561

การคำนวณฐานภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้าต้องอาศัยมูลค่าของสินค้าหรือราคาที่เจ้าพนักงานศุลกากรได้ทำการประเมินเพื่อเป็นราคาสินค้า บวกด้วยอากรขาเข้า เมื่อการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มในกรณีนี้สืบเนื่องจากข้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10774/2557

ในส่วนภาษีมูลค่าเพิ่ม โจทก์ต้องอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมินตาม ป.รัษฎากร มาตรา 30 เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์ การประเมิน ย่อมเป็นอันยุติ โจทก์จึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11002/2554

จำเลยมิได้อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 112 ฉ ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 7(1) และมาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3322/2554

หนังสือแจ้งการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาระบุปีภาษี รายละเอียดแสดงการคำนวณภาษี ภาษีที่ต้องชำระ เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ทั้งแสดงเหตุผลที่ประเมินไว้ท้ายหนังสือดังกล่าว สำหรับหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3700/2552

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 25 ซึ่งบัญญัติว่า "ในคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง..." จำนวนทุนท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้