Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2645/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นเจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน มีหน้าที่ด้านพัฒนาชุมชนโดยเป็นผู้วางแผนหรือวางโครงการพัฒนาท้องถิ่นร่วมกับราษฎรและติดต่อประสานงานระหว่างราษฎรกับทางราชการ จำเลยเป็น ผู้วางโครงการจัดสร้างทำนบฝายน้ำล้นตามความต้องการของราษฎร เพื่อเสนอให้ พ. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนำไปชี้แจงขอรับ เงินจัดสรร จากรัฐบาล การที่จำเลยหลอกลวงเอาเงินราษฎรที่ เข้าร่วมประชุมด้วยการเสนอข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งโดยอ้างว่าเพื่อจะนำไปมอบ ให้ พ.เป็นค่าใช้จ่ายในการวิ่งเต้นขอจัดสรรเงินจากทางราชการ และเอาเงินนั้นไว้เป็นของตนจึงเป็นการ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 แต่การกระทำของจำเลยดังกล่าวมิได้ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบแม้จะเป็นการจูงใจ ให้ราษฎรที่ประชุมมอบเงินหรือทรัพย์สินให้แก่จำเลยก็ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 การกระทำอันจะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 นั้น ถือเอาเจตนาแสดง ข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนหรือปกปิดความจริงซึ่งควรบอก ให้แจ้งแก่ประชาชนเป็นข้อสำคัญ มิได้ถือเอาจำนวนผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงมากหรือน้อยเป็นเกณฑ์ การที่ จำเลยหลอกลวงเอาเงินจากราษฎรที่มาประชุมจัดสร้างทำนบ ฝายน้ำล้นแม้บุคคลที่ถูกจำเลยหลอกลวงจะมีหลายคน ก็ถือ ไม่ได้ว่าเป็นการหลอกลวงประชาชน ตามมาตรา 343 คดีที่โจทก์ฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 222แต่ข้อเท็จจริง ที่ศาลอุทธรณ์ฟังมานั้นไม่พอแก่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานใน สำนวนเพิ่มเติมได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยซึ่งเป็นข้าราชการพลเรือนตำแหน่งเจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน ๓ สังกัดกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย โดยทุจริตปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบด้วยการหลอกลวงประชาชน ราษฎรรวมสามหมู่บ้านจำนวนประมาณ ๕๐ คนที่เข้าร่วมประชุมกันตกลงจะจัดสร้างฝายน้ำล้นในเขตหมู่บ้าน โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งว่า ทางราชการไม่มีเงินงบประมาณในการจัดสร้างหากราษฎรอยากจะสร้างจำเลยจะช่วยวิ่งเต้นติดต่อนายพิทักษ์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ช่วยติดต่อจัดสรรเงินมาให้ทำการก่อสร้างแต่ต้องมอบเงินให้แก่จำเลย ๑๐,๐๐๐ บาท เพื่อจำเลยจะได้นำไปมอบให้แก่นายพิทักษ์ โดยการหลอกลวงนั้นเป็นเหตุให้ประชาชนหลงเชื่อมอบเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทให้แก่จำเลย ทำให้ราษฎรดังกล่าวและกรมการพัฒนาชุมชนเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๘, ๑๕๗, ๓๔๑ และ ๓๔๓

จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์แล้วสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป และการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตาม มาตรา ๑๔๘, ๑๕๗ พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับข้อหาความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ ที่มีการถอนคำร้องทุกข์ คดีเป็นอันยุติ คงมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะข้อกฎหมายที่ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๘, ๑๕๗ และเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๓ หรือไม่ ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวนั้น ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๒๒แต่ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมานั้นไม่พอแก่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์ได้ ศาลฎีกาเห็นควรฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวนเพิ่มเติม แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า

จำเลยเป็นเจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนประจำอำเภอโพนพิสัยมีหน้าที่ด้านพัฒนาชุมชนโดยเป็นผู้วางแผนหรือวางโครงการพัฒนาท้องถิ่นร่วมกับราษฎรในเขตท้องที่รับผิดชอบและติดต่อประสานงานระหว่างราษฎรในเขตท้องที่รับผิดชอบกันทางราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำเลยเป็นผู้วางโครงการจัดสร้างทำนบฝายน้ำล้นที่ลำห้วยปลาปากตามความต้องการของราษฎรรวมสามหมู่บ้านในท้องที่ความรับผิดชอบของจำเลยเพื่อเสนอให้นายพิทักษ์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคายในขณะนั้นนำไปชี้แจงขอรับเงินจัดสรรจากทางรัฐบาลตามที่รัฐบาลจะมอบให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนำมาใช้จ่ายในการพัฒนาบ้านเมืองในเขตจังหวัดท้องที่ของตน การที่จำเลยหลอกลวงเอาเงินจากราษฎรที่เข้าร่วมประชุมด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งโดยอ้างว่าเพื่อจะนำไปมอบให้นายพิทักษ์เป็นค่าใช้จ่ายในการวิ่งเต้นขอจัดสรรเงินจากทางราชการ และเอาเงินนั้นไว้เป็นของตน จึงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่นายเสถียร

นายสุข และนายสงค์ ผู้เสียหายทั้งสามที่เข้าประชุมราษฎรทั้งสามหมู่บ้านและร่วมกันออกเงินจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท มอบให้แก่จำเลยและทำให้เกิดความเสียหายแก่นายพิทักษ์ และกรรมการพัฒนาชุมชน เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗แต่การกระทำของจำเลยดังกล่าวข้างต้นมิได้ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ แม้จะเป็นการจูงใจให้ราษฎรที่ประชุมหรือผู้เสียหายทั้งสามมอบเงินหรือทรัพย์สินให้แก่จำเลย ก็ไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๘ ส่วนการกระทำอันเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๓ นั้น ถือเอาเจตนาแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนหรือปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชนเป็นข้อสำคัญ

มิได้ถือเอาจำนวนผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงมากหรือน้อยเป็นเกณฑ์ แต่ในเรื่องนี้จำเลยหลอกลวงเอาเงินจากราษฎรที่มาเข้าร่วมประชุมเกี่ยวกับการที่ราษฎรต้องการให้จัดสร้างทำนบฝายน้ำล้นที่ลำห้วยปลาปาก แม้บุคคลที่ถูกจำเลยหลอกลวงจะมีหลายคน ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นการหลอกลวงประชาชนอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๓

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗ ให้ลงโทษจำคุก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กิติ บูรพรรณ์ · อาจ ปัญญาดิลก · ประการ กาญจนศูนย์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดหนองคาย - นายสำเรือง กมลละคร
ศาลอุทธรณ์ - นายเรืองสวัสดิ์ พรหมสาขา ณ สกล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้