Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2632/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องแย้งของจำเลยมีทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท ดังนั้น เมื่อคดีตามฟ้องแย้งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยจึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ได้มอบอำนาจให้นายไพบูลย์ สุวรรณศรี ผู้จัดการฝ่ายธุรการมีอำนาจดำเนินการต่าง ๆ ของบริษัทรวมทั้งฟ้องคดีได้ โจทก์ได้ทำสัญญาเช่าบ้านจากจำเลยเพื่อให้นาย ไอ.ดี.โบลเธ่อร์ กรรมการบริษัทโจทก์พักอยู่อาศัยในอัตราค่าเช่าเดือนละ ๑๒,๗๕๐ บาท มีระยะเวลาการเช่า ๒๔ เดือน ได้วางเงินค่าเช่าล่วงหน้า ๖ เดือน เป็นเงิน ๗๖,๕๐๐ บาทให้จำเลยเป็นมัดจำในกรณีที่นาย ไอ.ดี.โบลเธ่อร์ จะต้องเดินทางออกไปจากประเทศไทยก่อนครบอายุสัญญาเช่าจำเลยยอมให้โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าได้โดยต้องบอก ล่าวล่วงหน้าเป็นเวลา ๓๐ วัน จำเลยจะคืนเงินค่าเช่าล่วงหน้าที่วางไว้ให้โจทก์ ต่อมานายไอ.ดี.โบลเธ่อร์ได้ถูกย้ายไปจากประเทศไทย

โจทก์จึงแจ้งบอกเลิกการเช่าไปยังจำเลยและแจ้งให้จำเลยคืนค่าเช่าล่วงหน้าโดยยอมให้ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าเช่าโทรศัพท์ที่ค้างชำระไว้ แต่จำเลยกลับมอบให้ทนายความแจ้งว่า นายไอ.ดี.โบลเธ่อร์ปฏิบัติผิดสัญญาไม่ดูแลทรัพย์สินที่เช่า ทำให้ทรัพย์สินเสียหายและขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากอาคารเช่าเสียหายเป็นเงิน ๖๔,๒๕๐ บาท กับค้างค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าโทรศัพท์อีก ๑๐,๑๖๕ บาท ๗๒ สตางค์ หักค่าเช่าแล้วโจทก์จะต้องชดใช้ให้จำเลย ๑๐,๖๖๕ บาท ๗๒ สตางค์ โจทก์เห็นว่าค่าเสียหายที่จำเลยกล่าวอ้างไม่เป็นความจริง เมื่อหักค่าซ่อมแซมเล็กน้อยกับค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า และค่าโทรศัพท์แล้ว จำเลยยังต้องคืนเงินให้โจทก์ ๕๒,๗๘๘ บาท ๒๘ สตางค์ โจทก์แจ้งให้จำเลยคืนเงินจำนวนดังกล่าวแล้วจำเลยไม่ยอมคืน ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยคืนเงินแก่โจทก์รวมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า บริษัทโจทก์ไม่เคยมอบอำนาจให้นายรอยยอร์จ ชวอร์ตแมนน์มอบอำนาจให้นายไพบูลย์ สุวรรณศรี ดำเนินคดีแทนบริษัทได้บริษัทโจทก์โดยนายไพบูลย์ สุวรรณศรี ผู้รับมอบอำนาจจึงไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ทำสัญญาเช่าบ้านจำเลยจริง แต่ในส่วนที่เกี่ยวกับการคืนค่าเช่าล่วงหน้าไม่เป็นความจริง โจทก์ทำสัญญาเช่าเป็นเวลา ๒๔ เดือน เมื่อโจทก์บอกเลิกการเช่าก่อนครบกำหนดสัญญาโดยจำเลยมิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยย่อมได้รับความเสียหายเพราะได้ลงทุนซ่อมแซมปรับปรุงอาคารที่เช่าก่อนให้เช่า โดยเชื่อว่าโจทก์จะเช่าอยู่ไม่น้อยกว่า ๒๔ เดือนตามสัญญา การบอกเลิกสัญญาเช่าก่อนกำหนดเป็นความผิดของโจทก์ โจทก์ต้องชำระค่าเช่าให้จำเลยตลอดระยะเวลาการเช่า จึงไม่มีสิทธิเรียกมัดจำคืนเมื่อโจทก์บอกเลิกการเช่า

โจทก์ยังคงครอบครองทรัพย์สินที่เช่าตลอดมาอันเป็นการละเมิด จำเลยจึงให้ทนายแจ้งให้โจทก์ส่งมอบอาคารคืนรวมทั้งให้ใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน ๖๔,๒๕๐ บาท โจทก์ค้างชำระค่าเช่า ๑๒,๗๕๐ บาท ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา และค่าโทรศัพท์ ๑๐,๑๖๕ บาท ๗๒ สตางค์ โจทก์เพิ่งส่งมอบอาคารและทรัพย์สินที่เช่าคืนจำเลย เป็นค่าเสียหาย ๒๓ วัน เป็นเงิน ๙,๗๗๕ บาท หากศาลฟังว่าโจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้เงินมัดจำการเช่า โจทก์ก็ต้องชำระค่าเสียหายตามสัญญาอีก ๑ เดือนเป็นเงิน ๑๖,๗๕๐ บาท รวมเป็นเงิน ๑๐๙,๖๙๐ บาท ๗๒ สตางค์ เมื่อหักเงินมัดจำการเช่าที่จำเลยรับไว้ ๗๖,๕๐๐ บาทแล้ว โจทก์ต้องรับผิดชดใช้ให้จำเลยอีก ๓๓,๑๙๐ บาท ๗๒ สตางค์ และต้องชำระดอกเบี้ยในจำนวนเงินดังกล่าว จึงขอให้ยกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์ใช้เงิน ๓๓,๑๙๐ บาท ๗๒ สตางค์ พร้อมดอกเบี้ย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์มีสิทธิบอกเลิกการเช่าได้ตามสัญญาและได้ส่งมอบบ้านเช่าแก่จำเลยในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๑๗ แต่จำเลยรับมอบเมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๑๗ จำเลยไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย เพราะโจทก์มิได้ผิดสัญญาค่าเช่าเดินกันยายน ค่าไฟฟ้า น้ำประปา และโทรศัพท์ โจทก์ยอมให้จำเลยหักจากมัดจำการเช่าจึงมิได้ค้างชำระ นายไอ.ดี.โบลเธ่อร์ดูแลรักษาทรัพย์ที่เช่าประดุจบ้านของตนเอง มิได้ทำให้เสียหายเป็นเงิน ๖๔,๒๕๐ บาทดังฟ้องแย้ง ความเสียหายเกิดจากการใช้สอยตามปกติซึ่งโจทก์ยอมรับผิดชดใช้และยอมให้หักจากมัดจำการเช่าเพียง ๓ รายการเป็นเงิน ๘๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่าโจทก์มีอำนาจฟ้อง โจทก์ได้บอกเลิกการเช่าโดยชอบมีสิทธิเรียกค่าเช่าล่วงหน้าคืน แต่โจทก์ค้างชำระค่าเช่า ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าโทรศัพท์ และส่งมอบบ้านคืนเมื่อพ้นกำหนดเวลาต้องใช้ค่าเสียหายให้แก่จำเลย และฟังว่าจำเลยได้รับความเสียหายในกรณีที่ผู้เช่าทำให้อาคารและทรัพย์สินของจำเลยเสียหายซึ่งโจทก์ต้องชดใช้ เมื่อหักกลบลบหนี้กันแล้วจำเลยยังต้องคืนเงินค่าเช่าล่วงหน้าที่ได้รับไว้ให้แก่โจทก์ พิพากษาให้จำเลยคืนเงินแก่โจทก์ ๒๑,๕๕๙ บาท ๒๘ สตางค์ พร้อมทั้งดอกเบี้ย คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง และให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายตามฟ้องแย้ง ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องแย้งของจำเลยแม้จะอ้างว่าเสียหายเกินห้าหมื่นบาท แต่เมื่อหักกลบลบกับเงินที่โจทก์ต้องชำระแก่จำเลยแล้ว โจทก์ยังต้องชำระเงินให้จำเลยอีก ๓๓,๑๙๐ บาท ๗๒ สตางค์ ซึ่งเป็นทุนทรัพย์เรียกร้องในฟ้องแย้ง ฟ้องแย้งของจำเลยจึงเป็นคดีจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้ามหมื่นบาท เมื่อคดีตามฟ้องแย้งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยจึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ ฎีกาที่จำเลยโต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดค่าเสียหายเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องฟังว่าหนังสือมอบอำนาจเป็นหนังสือมอบอำนาจของบริษัทโจทก์ให้แก่นายไพบูลย์ สุวรรณศรี นายไพบูลย์ สุวรรณศรี จึงมีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์ โจทก์บอกเลิกการเช่าแล้วและมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าได้ก่อนครบกำหนดระยะเวลาการเช่าตามสัญญาโดยไม่ต้อง ชดใช้ค่าเช่า ๑ เดือน เป็นค่าเสียหายให้แก่ผู้ให้เช่า และผู้ให้เช่าต้องคืนเงินค่าเช่าล่วงหน้าให้แก่ผู้เช่าด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม จาละ · สงวน สิทธิไชย · ปรีชาวินิจฉัย
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายอำนวย เปล่งวิทยา
ศาลอุทธรณ์ - นายวินิจ วินิจนัยภาค
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้