Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2628/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ทำสัญญาจ้างกันว่าจำเลยที่ 1 จะต้องเป็นผู้จัดหาลูกจ้างเพื่อปฏิบัติงานตามที่จำเลยที่ 2 จะสั่งให้ปฏิบัติจำเลยที่ 2 จึงเป็นผู้ว่าจ้างจำเลยที่ 1 มิใช่เป็นผู้รับเหมาชั้นต้นตามความในข้อ 7 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ข้อ 7 ในอันที่จะต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ในการจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างที่จำเลยที่ 1จ้าง มาแต่ประการใด สัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 เพียงมีข้อความว่า ถ้าจำเลยที่ 2 เลิกจ้างจำเลยที่ 1 เมื่อใด โจทก์ยอมให้จำเลยที่ 1 เลิกจ้างได้ เงื่อนไขของสัญญานี้อาศัยเหตุการณ์ตามสัญญาระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นกรณีไม่แน่นอนจึงจะถือว่าสัญญาจ้างโจทก์เป็นการจ้างมีกำหนดระยะเวลาแน่นอนจำเลยที่ 1 ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์เมื่อเลิกจ้างหาได้ไม่ การที่จำเลยที่ 1 ประกาศให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าว่าบริษัทผู้รับจ้างรายใหม่ได้เข้ามาดำเนินการแทนจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จะได้โอนพนักงานและกิจการให้บริษัทใหม่ดังนี้ เป็นการโอนการจ้าง มิใช่การเลิกจ้างจึงถือไม่ได้ว่าเป็นการบอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้ง ๘๕ คนเป็นลูกจ้างประจำของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ เลิกจ้างโจทก์โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าและไม่จ่ายค่าชดเชย จำเลยที่ ๑ เป็นนายจ้างซึ่งเป็นผู้รับเหมาช่วงมาจากจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ในการจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ ขอให้จำเลยที่ ๑ จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จและให้จำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ร่วมกันจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ เป็นผู้รับเหมาช่วงมาจากจำเลยที่ ๒จำเลยที่ ๒ ได้บอกเลิกสัญญาจ้างแรงงานกับจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ได้ประกาศให้พนักงานของจำเลยที่ ๑ ทราบ

ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้ส่งมอบกิจการทั้งหมดพร้อมทั้งแรงงานให้บริษัท ซึ่งเป็นผู้ชนะการประกวดราคาและเป็นผู้รับจ้างรายใหม่ของจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ดำเนินการต่อไป จำเลยที่ ๑ มีหนังสือสัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาแน่นอนกับโจทก์รวม ๓๒ คน จำเลยที่ ๑ ไม่ต้องรับผิดจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การว่า โจทก์ทั้ง ๘๕ คนเป็นลูกจ้างประจำของจำเลยที่ ๑เพียงผู้เดียว หาได้เกี่ยวข้องกับจำเลยที่ ๒ ไม่ จำเลยที่ ๑ เป็นผู้รับเหมาหรือจ้างทำของกับจำเลยที่ ๒ โจทก์กับจำเลยที่ ๒ จึงไม่มีนิติสัมพันธ์กันแต่ประการใดจำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดชอบในการเลิกจ้าง ไม่มีหน้าที่บอกกล่าวล่วงหน้าและชำระค่าชดเชยตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๒ มิใช่ผู้รับเหมาชั้นต้นตามความหมายในข้อ ๗ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ ในอันที่จะต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ ในการจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ และฟังว่าสัญญาจ้างไม่เป็นสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาจ้างไม่แน่นอน จะถือเป็นการจ้างโจทก์มีกำหนดระยะเวลาไม่ได้เมื่อจำเลยที่ ๑ มิได้บอกกล่าวล่วงหน้าจึงต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยแก่โจทก์คำฟ้องส่วนที่ฟ้องจำเลยที่ ๒ ให้ยกฟ้อง โจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๘๕ และจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามสัญญาจ้างแรงงานระหว่างจำเลยที่ ๑กับจำเลยที่ ๒ มีข้อความระบุว่า บริษัทการบินไทย จำกัด ผู้ว่าจ้างกับห้างหุ้นส่วนจำกัดเอสแอนด์พีแปซิฟิค ผู้รับจ้าง ได้ตกลงทำสัญญาจ้างกันมีข้อความว่า ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จัดหาลูกจ้างเพื่อปฏิบัติงานเกี่ยวกับการใช้แรงงานทุกชนิดตามที่ผู้ว่าจ้างจะสั่งให้ปฏิบัติ ที่ฝ่ายอุปกรณ์ภาคพื้นของผู้ว่าจ้าง ณ ท่าอากาศยานกรุงเทพ เห็นว่า จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ว่าจ้างจำเลยที่ ๑ ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาลูกจ้างให้จำเลยที่ ๒ จึงเป็นผู้ว่าจ้าง มิใช่เป็นผู้รับเหมาชั้นต้นตามความในข้อ ๗แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ ในอันที่จะต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ในการจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ประการใด ตามสัญญาจ้างระหว่างจำเลยที่ ๑ กับโจทก์

ไม่ปรากฏว่ามีข้อความใดที่แสดงให้เห็นว่าเป็นสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน เพียงแต่มีข้อความว่า ถ้าจำเลยที่ ๒ เลิกจ้างจำเลยที่ ๑ เมื่อใด โจทก์ยอมให้จำเลยที่ ๑เลิกจ้างได้โดยอาศัยเหตุการณ์ตามสัญญาจ้างแรงงานระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ เป็นเงื่อนไขของสัญญา ซึ่งเป็นกรณีไม่แน่นอน เนื่องด้วยในการปฏิบัติได้มีการต่ออายุสัญญาระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ ติดต่อกันมาหลายครั้ง หรือมีการประกวดราคาจ้างจำเลยที่ ๑ อาจชนะการประกวดราคาครั้งใหม่ก็ได้ ดังนี้จะถือว่าจ้างโจทก์เป็นการจ้างมีกำหนดระยะเวลาแน่นอนไม่ได้ จำเลยที่ ๑จึงต้องจ่ายเงินค่าชดเชยให้แก่โจทก์ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง คุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๖ ส่วนที่จำเลยที่ ๑ ได้มีประกาศให้พนักงานทราบล่วงหน้าแล้วว่า

บริษัทผู้รับจ้างรายใหม่จะได้เข้ามาดำเนินการแทนจึงถือว่าเป็นการบอกกล่าวล่วงหน้า จำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องรับผิดจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้านั้น เห็นว่า ข้อความในประกาศดังกล่าวระบุว่า ทางห้างจำเลยที่ ๑ จะได้โอนพนักงานและกิจการให้บริษัทใหม่ จึงขอให้พนักงานทุกคนให้ร่วมมือกับบริษัทใหม่ ซึ่งการโอนมิใช่เป็นการเลิกจ้าง ฉะนั้น เมื่อจำเลยที่ ๑ เลิกจ้างโจทก์โดยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้า จึงต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๘๒

อนึ่ง เนื่องด้วยอุทธรณ์ของโจทก์ขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ย เห็นว่าตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ โจทก์ได้ขอให้จำเลยที่ ๑ ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องแต่ศาลแรงงานกลางมิได้พิพากษาให้จึง เห็นควรแก้คำพิพากษาศาลแรงงานกลางเรื่องดอกเบี้ยเสียใหม่ให้ถูกต้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลแรงงานกลางเป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในเงินค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าที่จำเลยที่ ๑ ต้องจ่ายให้แก่โจทก์แต่ละคน นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ขจร หะวานนท์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายสนิท นิติธรรมาศศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้