Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2627/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ร้อยตำรวจเอก ส. ได้สอบปากคำพยานโจทก์ทั้งสามหลังเกิดเหตุเพียงเล็กน้อยและทำบันทึกคำให้การทั้งหมดในวันรุ่งขึ้น น่าเชื่อว่ารายละเอียดต่าง ๆ ในบันทึกคำให้การเป็นความจริงและพันตำรวจตรี ข. สอบสวนเพิ่มเติมให้พยานโจทก์ทั้งสามดังกล่าวดูตัวจำเลยในเวลาต่อมาหลังเกิดเหตุถึงสามปีเศษ พยานโจทก์ทั้งสามก็ยังยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้าย นอกจากนั้นโจทก์ยังมีร้อยตำรวจเอก ป. พยานโจทก์อีกปากหนึ่งซึ่งนำกำลังเจ้าพนักงานตำรวจไปที่เกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้งเหตุว่าพยานในที่เกิดเหตุยืนยันว่าคนร้ายคือจำเลย ดังนั้น การที่พยานโจทก์ทั้งสามมาเบิกความในชั้นพิจารณาของศาลว่าชายคนร้ายที่ยิงผู้ตายไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดนั้น เป็นการเบิกความบ่ายเบี่ยงไปอย่างขัดเหตุผล คำให้การชั้นสอบสวนของพยานโจทก์ทั้งสามเชื่อได้ว่าเป็นความจริงยิ่งกว่าคำเบิกความในชั้นพิจารณาของศาล เมื่อรับฟังคำเบิกความของ ม. ภริยาผู้ตาย ประกอบกับคำให้การชั้นสอบสวนของพยานโจท

เนื้อความคำพิพากษา

ร้อยตำรวจเอก ส. ได้สอบปากคำพยานโจทก์ทั้งสามหลังเกิดเหตุเพียงเล็กน้อยและทำบันทึกคำให้การทั้งหมดในวันรุ่งขึ้น น่าเชื่อว่ารายละเอียดต่าง ๆ ในบันทึกคำให้การเป็นความจริงและพันตำรวจตรี ข. สอบสวนเพิ่มเติมให้พยานโจทก์ทั้งสามดังกล่าวดูตัวจำเลยในเวลาต่อมาหลังเกิดเหตุถึงสามปีเศษ พยานโจทก์ทั้งสามก็ยังยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้าย นอกจากนั้นโจทก์ยังมีร้อยตำรวจเอก ป. พยานโจทก์อีกปากหนึ่งซึ่งนำกำลังเจ้าพนักงานตำรวจไปที่เกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้งเหตุว่าพยานในที่เกิดเหตุยืนยันว่าคนร้ายคือจำเลย ดังนั้น การที่พยานโจทก์ทั้งสามมาเบิกความในชั้นพิจารณาของศาลว่าชายคนร้ายที่ยิงผู้ตายไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดนั้น เป็นการเบิกความบ่ายเบี่ยงไปอย่างขัดเหตุผล

คำให้การชั้นสอบสวนของพยานโจทก์ทั้งสามเชื่อได้ว่าเป็นความจริงยิ่งกว่าคำเบิกความในชั้นพิจารณาของศาล เมื่อรับฟังคำเบิกความของ ม. ภริยาผู้ตาย ประกอบกับคำให้การชั้นสอบสวนของพยานโจทก์ทั้งสามแล้วรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยกระทำความผิดจริงโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33, 288, 289(4) ริบของกลาง และนับโทษของจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2057/2540 ของศาลชั้นต้นจำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(4) ลงโทษประหารชีวิตและริบของกลาง ที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยต่อนั้น

เมื่อศาลลงโทษประหารชีวิตจำเลยแล้ว จึงไม่อาจนับโทษต่ออีกได้จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุมีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงนายปิยะพงศ์ เซ่งซ่องกุล ผู้ตายจนถึงแก่ความตาย ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลย ปัญหาว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่โจทก์มีประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุสี่ปาก คือ นางมิตร ฉิมเรือง ภริยาผู้ตาย นายวิชัยบรรฐาน นายวิรัตน์ รองเดช และนายเหิม อินทร์เอียด โดยนางมิตรเบิกความว่าวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.30 นาฬิกา นางมิตรช่วยล้างจานอยู่ในครัว เห็นผู้ตายนั่งอยู่ในเต็นท์งานเลี้ยงกับเพื่อน 3 ถึง 4 คน โรงครัวอยู่ห่างประมาณ 14 ถึง 15 เมตร เป็นพื้นที่โล่งสามารถมองเห็นเต็นท์และจุดที่ผู้ตายนั่งอยู่ได้

เวลาเกือบ 17 นาฬิกาได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด แล้วดังอีก 2 ถึง 3 นัด ติดต่อกัน นางมิตรวิ่งไปที่เต็นท์เห็นผู้ตายถูกยิงมองไปทางด้านซ้ายประตูวัดเห็นจำเลยถืออาวุธปืนวิ่งออกไปรู้จักจำเลยมาก่อนตั้งแต่เด็กโดยบ้านอยู่ใกล้กัน สาเหตุที่สามีถูกยิงเนื่องจากความขัดแย้งของสองตระกูล สำหรับประจักษ์พยานโจทก์อีกสามปากคือ นายวิชัย นายวิรัตน์และนายเหิมต่างเบิกความทำนองเดียวกันว่าวันเกิดเหตุเวลาใกล้ 18 นาฬิกา พยานโจทก์ทั้งสามนั่งอยู่กับผู้ตาย ได้ยินเสียงปืน 1 นัด ผู้ตายฟุบลงที่โต๊ะ พยานโจทก์ทั้งสามต่างลุกขึ้นวิ่งไปยังโรงครัว แอบอยู่ 3 ถึง 4 นาที ออกมาจากโรงครัวเห็นชายผู้หนึ่งถืออาวุธปืนสั้นวิ่งออกไปจากจุดเกิดเหตุขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีไปไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดแต่ในชั้นสอบสวนพยานโจทก์ทั้งสามได้ให้การไว้ตามบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนเอกสารหมาย

จ.3 จ.6 และ จ.10 ซึ่งมีรายละเอียดว่า "ตอนที่คนร้ายยิงเสร็จแล้ววิ่งออกจากเต็นท์เห็นหน้าจำได้ว่าเป็นนายประจักษ์ บุญโยดม เนื่องจากรู้จักกันมาก่อนเห็นนายประจักษ์วิ่งถืออาวุธปืนไปติดเครื่องรถจักรยานยนต์ขับออกจากวัดไป"ปัญหาว่าคำเบิกความต่อศาลหรือคำให้การชั้นสอบสวนของพยานโจทก์ทั้งสามส่วนใดเป็นความจริง ร้อยตำรวจเอกสุริยา ปัญญามัง พนักงานสอบสวนเบิกความว่าเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่ามีการจัดงานศพอยู่ บริเวณหน้าโรงครัวมีเต็นท์อยู่ 3 หลังตั้งโต๊ะเลี้ยงอาหารอยู่ในเต็นท์หลังที่ 2 พบผู้ตายถูกยิงถึงแก่ความตายจากการสอบถามในเบื้องต้นผู้ที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วยมีนายวิชัย นายวิรัตน์ และนายเหิมทราบว่าขณะเกิดเหตุนายประจักษ์จำเลยเข้ามาทางด้านหลังยิงผู้ตาย 3 นัด แล้ววิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีไป

พยานโจทก์ทั้งสามให้การตรงกันว่าคนร้ายคือจำเลยนี้ ร้อยตำรวจเอกสุริยาได้ให้พยานโจทก์ทั้งสามนั่งแสดงตำแหน่งในขณะเกิดเหตุและถ่ายรูปไว้ในทันทีตามภาพถ่ายแสดงการตรวจสถานที่เกิดเหตุเอกสารหมาย จ.17 หลังจากทำแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุและตรวจสถานที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้วได้นัดให้พยานโจทก์ทั้งสามไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจในวันรุ่งขึ้น ได้สอบปากคำตามคำให้การชั้นสอบสวนเอกสารหมาย จ.3 จ.6 และ จ.10 หลังจากนั้นได้ส่งสำนวนให้ร้อยตำรวจเอกบุญชนะ สกุลณมรรคา สารวัตรสอบสวนตามระเบียบกรมตำรวจพันตำรวจตรีขวัญดี ฉิมพลี เป็นพนักงานสอบสวนคนต่อมาเบิกความว่า เมื่อจับจำเลยได้ในคดีความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ จึงนำคดีนี้มาตรวจสอบซึ่งจำเลยต้องหาว่าฆ่าผู้ตาย

มีพยานในที่เกิดเหตุสี่คนได้เรียกพยานโจทก์ทั้งสี่คนมาดูตัว เมื่อดูแล้วพยานโจทก์ทั้งสี่ยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้าย ได้สอบสวนเพิ่มเติมและทำบันทึกการดูตัวตามเอกสารหมาย จ.2 จ.4 จ.5 จ.8 จ.9 จ.11 และ จ.12 เห็นว่า ร้อยตำรวจเอกสุริยาได้สอบปากคำนายวิชัย นายวิรัตน์ และนายเหิม หลังเกิดเหตุเพียงเล็กน้อยและทำบันทึกคำให้การทั้งหมดในวันรุ่งขึ้น น่าเชื่อว่ารายละเอียดต่าง ๆ ในคำให้การหมาย จ.3 จ.6 และ จ.10 เป็นความจริง และพันตำรวจตรีขวัญดีสอบสวนเพิ่มเติมให้พยานโจทก์ทั้งสามดังกล่าวดูตัวจำเลยในเวลาต่อมาหลังเกิดเหตุถึงสามปีเศษ พยานโจทก์ทั้งสามก็ยังคงยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้าย นอกจากนั้นโจทก์ยังมีร้อยตำรวจเอกประทีป สมเปลี่ยน

พยานโจทก์อีกปากหนึ่งซึ่งนำกำลังเจ้าพนักงานตำรวจไปที่เกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้งเหตุว่าพยานในที่เกิดเหตุยืนยันว่าคนร้ายคือจำเลย ดังนั้น การที่พยานโจทก์ทั้งสามมาเบิกความในชั้นพิจารณาของศาลว่าชายคนร้ายที่ยิงผู้ตายไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดนั้น เป็นการเบิกความบ่ายเบี่ยงไปอย่างขัดเหตุผล คำให้การชั้นสอบสวนของพยานโจทก์ทั้งสามเชื่อได้ว่าเป็นความจริงยิ่งกว่าคำเบิกความในชั้นพิจารณาของศาล เมื่อรับฟังคำเบิกความของนางมิตรภริยาผู้ตายประกอบกับคำให้การชั้นสอบสวนของพยานโจทก์ทั้งสามตามเอกสารหมาย จ.3 จ.6 และ จ.10 แล้ว รับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยกระทำความผิดจริง ที่จำเลยนำสืบปฏิเสธโดยอ้างฐานที่อยู่นั้นไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ได้

พฤติการณ์ที่จำเลยเข้าไปยิงผู้ตายในวัดโดยลอบยิงทางด้านหลังขณะอยู่ในงานศพต่อหน้าผู้คนหมู่มากในเวลากลางวัน จึงเป็นการฆ่าผู้ตายและไตร่ตรองไว้ก่อน ทั้งเป็นการกระทำที่อุกอาจไม่เกรงกลัวต่อความผิด ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 9 ลงโทษจำเลยโดยกำหนดโทษประหารชีวิตเหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุมิตร สุภาดุลย์ · ชวลิต ธรรมฤาชุ · สมชัย เกษชุมพล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้