Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2624/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บุคคลภายนอกซึ่งอ้างว่าจะต้องเสียหายเพราะหมายห้ามชั่วคราวในคดีเดิมหากประสงค์จะขอให้ศาลถอนหมายห้ามชั่วคราวก็ชอบที่จะยื่นคำขอในคดีเดิมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 261 วรรคหนึ่ง ไม่อาจฟ้องขอให้หมายห้ามชั่วคราวดังกล่าวไม่มีผลบังคับเป็นคดีใหม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ดเป็นผู้เช่าแผงขายของในตลาดปัฐวิกรณ์จากนายภูเทพ สิทธิถาวร ซึ่งเป็นเจ้าของตลาด กำหนดเช่าเป็นรายปี สำหรับปีนี้นับแต่วันที่ 1 มกราคม 2541 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2541 โจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ดได้ชำระค่าเช่าให้แก่นายภูเทพผู้ให้เช่าล่วงหน้าไปครบถ้วนแล้วตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมปีนี้ โจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ดจึงมีสิทธิครอบครองใช้ประโยชน์ขายของในแผงที่เช่าในตลาดปัฐวิกรณ์จนครบอายุสัญญา ครั้นเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2541 ถึงวันฟ้อง จำเลยทั้งแปดกับพวกได้ให้คนของจำเลยทั้งแปดเข้าข่มขู่บังคับโจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ดให้ไปทำสัญญาเช่าใหม่กับจำเลยที่ 1 และให้ชำระเงินค่าเช่าแก่จำเลยที่ 2 ครั้นเมื่อโจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ดไม่ยอมทำตาม

เพราะได้เช่าและเสียค่าเช่าให้แก่นายภูเทพล่วงหน้าไปแล้วจำเลยทั้งแปดและคนของจำเลยทั้งแปดก็ทำการข่มขู่ คุกคาม ห้ามปรามโจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ดไม่ให้ทำการขายของในแผงที่เช่าต่อไป และข่มขู่ว่าจะให้ศาลออกหมายจับโจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ดไปขังฐานขัดคำสั่งศาล ซึ่งจำเลยทั้งแปดอ้างว่าศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งลงวันที่ 27 เมษายน 2541 ในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 6566/2540 ระหว่างบริษัทโชคชัยทรัพย์ทวี จำกัด โจทก์ บริษัทปัฐวิกรณ์ จำกัด ที่ 1 นายภูเทพ สิทธิถาวร ที่ 2 จำเลย โดยมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้บริษัทโชคชัยทรัพย์ทวี จำกัด จำเลยที่ 1 ในคดีนี้ เป็นผู้เก็บค่าเช่าแผงในตลาดปฐวิกรณ์ คำสั่งศาลดังกล่าวทำให้โจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ดได้รับความเสียหาย

การกระทำของจำเลยทั้งแปดโดยอาศัยคำสั่งศาลดังกล่าวทำให้โจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ดได้รับความเสียหายเพราะโจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ดได้เช่าแผงตลาดปัฐวิกรณ์ขายของจากนายภูเทพ ผู้เป็นเจ้าของตลาด ส่วนจำเลยที่ 1 หาใช่เป็นเจ้าของตลาดไม่ เป็นเพียงผู้มีชื่อในโฉนดด้วยเจตนาลวง ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริง จึงไม่มีสิทธิเกี่ยวข้อกับตลาดปัฐวิกรณ์ ไม่มีอำนาจเก็บเงินจากโจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ด ทั้งไม่มีอำนาจข่มขู่คุกคามโจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ดไม่ให้ขายของที่แผงในตลาดปัฐวิกรณ์ การกระทำของจำเลยทั้งแปดจึงเป็นการละเมิดสิทธิโจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ดอีกประการหนึ่ง การเช่าแผงขายของในตลาดปัฐวิกรณ์กับนายภูเทพเป็นสัญญาต่างตอบแทนกัน นอกจากโจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ดจะได้ชำระค่าเช่าล่วงหน้าเป็นรายปีแล้วนายภูเทพ

ผู้ให้เช่ามีหน้าที่จะต้องบริการแก่โจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ดด้วยการติดต่อหาแหล่งสินค้าราคาถูกมาให้จำหน่าย ทั้งจะต้องจัดการบริการต่าง ๆ เช่น การรักษาความสะอาด ความปลอดภัยและการขนส่ง เป็นต้น เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งห้ามนายภูเทพและบริษัทปัฐวิกรณ์ จำกัด ตัวแทนของนายภูเทพเข้าเกี่ยวข้องในตลาดปัฐวิกรณ์ย่อมทำให้โจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ดได้รับความเสียหายไม่มีสินค้าราคาถูกจำหน่าย ทั้งไม่มีการบริการต่าง ๆ ดังกล่าวแล้ว ทำให้โจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ดขาดประโยชน์ที่ควรมีควรได้ประกอบทั้งถูกคุกคาม ห้ามปรามไม่ให้ทำการค้าขายโดยปกติสุขทุกวันจากการกระทำของพวกจำเลยทั้งแปด ทำให้โจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ดเสียหาย ขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลชั้นต้น

ลงวันที่ 27 เมษายน 2541 ในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 6566/2540 ระหว่าง บริษัทโชคชัยทรัพย์ทวี จำกัด โจทก์ บริษัทปัฐวิกรณ์ จำกัด ที่ 1 กับพวก จำเลย ไม่มีผลบังคับต่อโจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ดกับห้ามจำเลยทั้งแปดมิให้เข้าเกี่ยวข้องในตลาดปัฐวิกรณ์ต่อไป และห้ามข่มขู่ คุกคาม หรือขัดขวางห้ามปรามโจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ดเพื่อไม่ให้ค้าขายในตลาดปัฐวิกรณ์ตามปกติ และให้บังคับจำเลยทั้งแปดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ดแต่ละคนในอัตราคนละ 10,000 บาท ต่อวัน นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจำเลยทั้งแปดจะหยุดกระทำการดังกล่าวศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งว่า โจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ดชอบที่จะใช้สิทธิยื่นคำร้องขอเพิกถอนคำสั่งฯ ในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 6566/2540 จึงไม่รับคำฟ้องโจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ดอุทธรณ์ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ดขอถอนอุทธรณ์เฉพาะจำเลยที่ 7 และโจทก์ที่ 22 ขอถอนอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์อนุญาตศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ตามคำฟ้องของโจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ดไม่ปรากฏว่ามีข้อความตอนใดที่กล่าวว่า จำเลยทั้งแปดกระทำนอกขอบเขตของคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลชั้นต้นแต่ประการใด การกระทำของจำเลยทั้งแปดจึงเป็นไปตามกฎหมายไม่เป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ด นอกจากนี้หากโจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ดได้รับผลกระทบจากคำสั่งของศาลชั้นต้น โจทก์ทั้งห้าสิบเจ็ดก็ชอบที่จะยื่นคำร้องในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 6566/2540 ได้ พิพากษายืน โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 21 และที่ 23 ถึงที่ 57 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 21 และที่ 23 ถึงที่ 57 ว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับคำฟ้องของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 21 และที่ 23 ถึงที่ 57 ชอบหรือไม่ โดยโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 21 และที่ 23 ถึงที่ 57 ฎีกาว่า

เมื่อโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 21 และที่ 23 ถึงที่ 57 ได้รับความเสียหายย่อมฟ้องคดีต่อศาลได้ ไม่ว่าจะใช้สิทธิร้องขอเข้าไปในคดีเดิมหรือฟ้องเป็นคดีใหม่นั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 261 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "จำเลยหรือบุคคลภายนอกซึ่งได้รับหมายยึด หมายอายัด หรือคำสั่ง ตามมาตรา 254(1)(2) หรือ (3) หรือจะต้องเสียหายเพราะหมายยึด หมายอายัด หรือคำสั่งดังกล่าว อาจมีคำขอต่อศาลให้ถอนหมายเพิกถอนคำสั่ง หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลง คำสั่ง หมายยึด หรือหมายอายัดซึ่งออกตามคำสั่งดังกล่าวได้" การที่ศาลชั้นต้นมีหมายห้ามชั่วคราวถึงนายภูเทพ สิทธิถาวร จำเลยที่ 2 ในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 6566/2540 ของศาลชั้นต้น โจทก์ที่ 1 ถึง 21 และที่ 23 ถึงที่ 57 เป็นบุคคลภายนอกซึ่งอ้างว่าจะต้องเสียหายเพราะหมายห้ามชั่วคราวในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 6566/2540 ของศาลชั้นต้นดังกล่าว

หากประสงค์จะขอให้ศาลถอนหมายห้ามชั่วคราวดังกล่าว โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 21 และที่ 23 ถึงที่ 57 ก็ชอบที่จะยื่นคำขอในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 6566/2540 ซึ่งเป็นคดีเดิมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 261 วรรคหนึ่ง โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 21 และที่ 23 ถึงที่ 57 ไม่อาจฟ้องขอให้หมายห้ามชั่วคราวดังกล่าวไม่มีผลบังคับเป็นคดีใหม่ได้ แม้คำสั่งดังกล่าวจะมีผลให้นายภูเทพไม่อาจจัดหาสินค้าราคาถูกมาให้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 21 และที่ 23 ถึงที่ 57 จำหน่ายแก่ประชาชนดังที่โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 21 และที่ 23 ถึงที่ 57 กล่าวอ้าง ก็เป็นเรื่องระหว่างโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 21 และที่ 23 ถึงที่ 57 กับนายภูเทพที่จะต้องว่ากล่าวกันตามบุคคลสิทธิที่มีอยู่ต่อกัน

ไม่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 ในคดีนี้จึงไม่อาจถือว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 กระทำละเมิดต่อโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 21 และที่ 23 ถึงที่ 57 ส่วนที่โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 21 และที่ 23 ถึงที่ 57 ฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 21 และที่ 23 ถึงที่ 57 ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 21 และที่ 23 ถึงที่ 57 และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 21 และที่ 23 ถึงที่ 57 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล ทับเที่ยง · วิเทพ ศิริพากย์ · ปุญพัฒน์ อิทธิธรรมวินิจ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้