คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว ฟังว่านายสายจำเลยเป็นผู้ใหญ่บ้าน จดข้อความเท็จลงในหนังสือราชการตามก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๓๐ นายกวงจำเลยได้แจ้งความให้จดรายงานเท็จตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๒๕ จึงพิพากษาลงโทษจำเลยคามกฎหมายที่กล่าว
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า นายสายจำเลยไม่ผิดตามมาตรา ๒๓๐ เพราะการทำบัญชีสัตว์พาหนะ เป็นการนอกหน้าที่ผู้ใหญ่บ้าน เทียบได้กับฎีกาที่ ๑๖๖๗/๒๔๗๙ และ ๗๔๐/๒๔๗๔ จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานแจ้งความเท็จตามมาตรา ๑๑๘ เท่านั้น จึงพิพากษาแก้ว่าจำเลยทั้งสองผิดตามมาตรา ๑๑๘ ฯลฯ
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาเฉพาะนายสายว่า ควรมีความตามมาตรา ๒๓๐.
ศาลฎีกาเห็นว่า ปรากฎว่าภายหลังจากคำพิพากษาฎีกาสองฉบับนั้น ได้มี พ.ร.บ.ปกครองท้องที่ (ฉะบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๘๖ มาตรา ๖ เพิ่มหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านเข้าไว้อีกตามข้อ ๑๘ ว่า "ผู้ใหญ่บ้านมีหน้าที่ ต้องปฏิบัตืตามคำสั่งของกำนันหรือทางราชการ ฯลฯ ในคดีนี้ปลัดกิ่งอำเภอโนนสังข์มาเบิกความเป็นพยานโจทก์ว่าการทำบัญชีลูกคอกสัตว์พาหนะนั้น ได้ให้กำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ทำ คือ เมื่อสัตว์เกิดให้เจ้าของไปแจ้งต่อผู้ใหญ่บ้านขึ้นบัญชีไว้ก่อน เมื่อสัตว์โตขึ้นขับขี่ได้ จึงไปทำตั๋วพิมพ์รูปพรรณที่อำเภอ ซึ่งแสดงว่าทางราชการได้สั่งให้เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้าน การที่นายสายจำเลยทำบัญชีลูกคอกสัตว์รายนี้ ได้กระทำไปในหน้าที่ผู้ใหญ่บ้าน นายสายจึงต้องมีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ++ จึง
ผลคำพิพากษา
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ลงโทษนายสายจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น