Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2614/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย -จำเลยที่ 3 มีหน้าที่ปิดกั้นแผงกั้นถนนเมื่อมีขบวนรถไฟวิ่งผ่านตรงที่ทางรถไฟตัดผ่านถนน ในวันเกิดเหตุ จำเลยที่ 2 ละทิ้งหน้าที่ไป ตามพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวง พระพุทธศักราช 2464 มาตรา 72 บัญญัติว่า เมื่อทางรถไฟผ่านข้ามถนนสำคัญเสมอระดับ ให้ทำประตูหรือขึงโซ่หรือทำราวกั้นขวางถนน ซึ่งกฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่โดยตรงของจำเลยที่ 3 ต้องป้องกันภัยในการที่จะเดินรถไฟตัดผ่านถนน การที่จำเลยที่ 2 ไม่นำแผงมาปิดกั้นถนนขณะที่ขบวนรถไฟจะแล่นผ่านจึงเป็นการละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ถือได้ว่าเป็นการประมาทอย่างร้ายแรง ถ้าหากปิดแผงกั้นถนนแล้ว รถยนต์ของโจทก์ที่ 1 ก็ไม่อาจขับผ่านเข้าไปถึงทางรถไฟจนเกิดเหตุชนกันได้ จำเลยที่ 2 มีส่วนประมาทมากกว่าโจทก์ที่ 1 ที่จำเลยที่ 3 อ้างว่าวันเกิดเหตุพนักงานรถไฟบางส่วนนัดหยุดงาน ไม่สามารถหาคนมาปฏิบัติงานให้ทันท่วงทีได้นั้น จะถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัยไม่ได้ จำเลยที่ 3 ต้องร่วมรับผิด โจทก์มีสิทธิเรียกค่ารักษาพยาบาลที่ต้องรักษาต่อที่บ้าน ค่าทำศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า และค่าที่ต้องทนทุกข์เวทนาที่ได้รับจากการละเมิดของจำเลยได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นสามีภริยากัน โจทก์ที่ ๒ เป็นเจ้าของรถยนต์ส่วนบุคคลหมายเลขทะเบียน ก.ท.อ-๔๙๙๔ ราคา ๑๗๐,๐๐๐ บาท ซึ่งโจทก์ที่ ๑ ใช้ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๓ โจทก์ที่ ๑ ขับรถยนต์ดังกล่าวไปตามถนนคลองตัน - หัวหมาก ผ่านข้ามทางรถไฟซึ่งมิได้มีแผงกั้นปิดกั้นถนนอันแสดงว่าขบวนรถไฟแล่นผ่าน โดยจำเลยที่ ๒ ละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ จำเลยที่ ๑ ขับรถไฟโดยประมาทผ่านมาด้วยความเร็วสูง ไม่หยุดขบวนรถเมื่อไม่ได้รับสัญญาณอนุญาตให้ผ่าน เป็นการฝ่าฝืนกฎข้อบังคับและระเบียบการเดินรถของการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นเหตุให้รถไฟขบวนนั้นชนรถยนต์ของโจทก์ที่ ๒ เสียหายทั้งคันซ่อมไม่ได้ เป็นค่าเสียหาย ๑๗๐,๐๐๐ บาท

โจทก์ที่ ๑ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เสียค่ายา ค่ารักษา ๑๕,๐๐๐ บาท จะต้องเสียเงินทำศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า ๑๐,๐๐๐ บาท และได้รับความทุกข์ทรมานจากบาดเจ็บ ๒๐,๐๐๐ บาท ค่ารถยนต์แท็กซี่ไปทำงาน ๑๐ เดือน เป็นเงิน ๔๕,๐๐๐ บาท รวมค่าเสียหายของโจทก์ที่ ๑ เป็นเงิน ๙๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ได้ทำการดังกล่าวในทางการที่จ้างจำเลยที่ ๓ จึงต้องร่วมรับผิดด้วย ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ที่ ๑ เป็นจำนวนเงิน ๙๐,๐๐๐ บาท ให้โจทก์ที่ ๒ เป็นเงิน ๑๗๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย ฯลฯ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ขับรถด้วยความระมัดระวังมิได้ประมาท เหตุเกิดเพราะความประมาทของโจทก์ที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ไม่ต้องรับผิด

จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๓ ให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มิได้กระทำการโดยประมาท เหตุเกิดเพราะความประมาทของโจทก์ที่ ๑ เป็นเหตุให้รถยนต์นั้นชนกับขบวนรถไฟ ทำให้รถจักรดีเซลของจำเลยเสียหายคิดเป็นเงิน ๕๕๒ บาท ค่าเสียหายของโจทก์ตามฟ้องไม่เป็นความจริง ขอให้ยกฟ้องและให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าเสียหาย ๕๕๒ บาท แก่จำเลยที่ ๓ ฯลฯ โจทก์ที่ ๑ ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ที่ ๑ มิได้ประมาท ขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๒ กระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสองให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ที่ ๑ รวมเป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท และใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ที่ ๒ เป็นเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท ฯลฯ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ และให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ต่างมีส่วนก่อให้เกิดความประมาทด้วยกัน แต่จำเลยที่ ๒ มีส่วนผิดมากกว่า ให้จำเลยที่ ๒ รับผิดสามในสี่ส่วน โจทก์ที่ ๑ รับผิดหนึ่งในสี่ส่วน ส่วนค่าเสียหายของโจทก์ทั้งสองเหมาะสมแล้ว พิพากษาแก้ ให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ที่ ๑ เป็นเงิน ๗,๕๐๐ บาท แต่ให้จำเลยที่ ๓ ร่วมรับผิดเพียง ๗,๓๖๒ บาท (หักเงิน ๑๓๘ บาท อันเป็นส่วนที่โจทก์ที่ ๑ จะต้องชดใช้จำเลยที่ ๓ ออกแล้ว) และร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ที่ ๒ เป็นเงิน ๑๑๒,๕๐๐ บาท ฯลฯ จำเลยที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้วข้อเท็จจริงได้ความว่า บริเวณที่เกิดเหตุมีทางรถไฟตัดผ่านถนนสายคลองตัน -

หัวหมาก บริเวณที่ตัดกันนี้มีแผงกั้นถนน ของรถไฟ โดยมีจำเลยที่ ๒ เจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ ๓ เป็นเจ้าหน้าที่ผู้ปิดกั้นเมื่อมีขบวนรถไฟแล่นผ่าน ในวันเกิดเหตุ จำเลยที่ ๒ ละทิ้งหน้าที่ไป เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวง พระพุทธศักราช ๒๔๖๔ มาตรา ๗๒ บังคับไว้ว่า ทางรถไฟผ่านข้ามถนนสำคัญเสมอระดับ ให้ทำประตูหรือขึงโซ่หรือทำราวกั้นขวางถนน ซึ่งกฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่โดยตรงของจำเลยที่ ๓ ต้องป้องกันภัยในการที่จะเดินรถไฟตัดผ่านถนนการที่จำเลยที่ ๒ ไม่นำแผงมาปิดกั้นถนนขณะที่ขบวนรถไฟจะแล่นผ่านจึงเป็นการละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ถือได้ว่าเป็นการประมาทอย่างร้ายแรง ถ้าหากจำเลยที่ ๒ หรือพนักงานของจำเลยที่ ๓ ปิดแผงกั้นถนนตามหน้าที่แล้ว

รถยนต์โจทก์ที่ ๑ ขับก็ไม่อาจผ่านเข้าไปถึงทางรถไฟจนเกิดเหตุนี้ได้ การที่พนักงานของจำเลยที่ ๓ ไม่ปิดกั้นเช่นนี้ทำให้ผู้ขับขี่รถยนต์เข้าใจว่าไม่มีขบวนรถไฟแล่นผ่าน กรณีเช่นนี้ถือได้ว่า จำเลยที่ ๒ มีส่วนประมาทมากกว่าโจทก์ที่ ๑ ที่จำเลยที่ ๓ อ้างว่าในวันเกิดเหตุพนักงานรถไฟบางส่วนนัดหยุดงาน ไม่สามารถหาคนมาปฏิบัติงานให้ทันท่วงทีนั้น จะถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัยตามที่จำเลยที่ ๓ อ้างไม่ได้ จำเลยที่ ๓ จึงต้องร่วมรับผิด และศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ที่ ๑ มีสิทธิเรียกค่ารักษาพยาบาลที่ต้องรักษาต่อที่บ้าน ค่าทำศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าและค่าที่ต้องทนทุกข์เวทนาที่ได้รับจากการละเมิดของจำเลยได้ ฯลฯ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน .

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · สมชัย ทรัพยวณิช · แต่ง ทองภักดี
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายอาจ ปัญญาดิลก
ศาลอุทธรณ์ - นายธาดา วัชรานันท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6502/2558

จำเลยที่ 1 ทำสัญญาประกันภัยรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน ผท 6565 ชลบุรีไว้กับจำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัย ในวันเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 ขับรถคันดังกล่าวไปตามถนนสายอ่างศิลามุ่งหน้าไปตลาดอ่างศิลาซึ่งเป็นถนนมีช่องเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2416/2534

การ ขาย อสังหาริมทรัพย์ ของ ผู้เยาว์ ผู้เยาว์ เอง หรือ ผู้ใช้ อำนาจ ปกครอง จะ กระทำ มิได้ เว้นแต่ ศาล จะ อนุญาต ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1574 เมื่อ ผู้แทนโดยชอบธรรม ต้องห้าม โดย กฎหมาย มิใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1794/2517

จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างบริษัทจำเลยที่ 2 บริษัทจำเลยที่ 2 ใช้ให้จำเลยที่ 1 ขับรถคันเกิดเหตุไปในธุรกิจของบริษัทจำเลยที่ 2แล้วไปเกิดเหตุขึ้น โดยชนรถจักรยานยนต์ของโจทก์เสียหายและโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1052/2506

ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายในกรณีละเมิด (อุบัติเหตุทางรถยนต์โดยสาร) นั้นรวมถึงค่ารักษาพยาบาลบาดแผล ค่าประสาทพิการ ค่าสิ่งของที่สูญหายไประหว่างสลบ แต่ไม่รวมถึงค่าที่ต้องขาดการเรียนแล้วสอบไล่ตกและค่าเล่าเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2417/2562

แม้จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของเรือ แต่บุคคลที่จะรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะอันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกลจะต้องเป็นผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแลซึ่งหมายถึงผู้ใช้ยานพาหนะนั้นในฐานะเป็นผู้ยึดถือในข…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้