Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2611/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 ลงชื่อเป็นผู้รับโอนที่ดินพิพาทแทนจำเลยที่ 1ซึ่งเป็นบิดาและเป็นบุคคลต่างด้าว ที่ดินพิพาทจึงมิใช่ของจำเลยที่ 2และจำเลยที่ 2 ในฐานะตัวแทนย่อมมีหน้าที่ที่จะต้องทำการตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นตัวการเมื่อจำเลยที่ 1 ตกลงทำสัญญาจะขายที่ดินพิพาทคืนให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 2 ย่อมถูกผูกพันที่จะต้องปฏิบัติตาม จะยึดถือที่ดินพิพาทไว้เป็นทรัพย์สินของตนหาได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 มิใช่ตัวแทนของจำเลยที่ 1 ในการถือกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท สัญญาที่จำเลยที่ 1 ทำกับโจทก์ไม่ผูกพันจำเลยที่ 2พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 เป็นบุตรของจำเลยที่ 1ซึ่งเป็นคนต่างด้าว จำเลยที่ 2 มีชื่อในที่ดินพิพาทเพราะเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1ที่ดินพิพาทจึงเป็นของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ทำสัญญาจะขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ จำเลยที่ 2 ไม่มีหน้าที่ปฏิเสธสัญญาดังกล่าวพิพากษากลับให้จำเลยทั้งสองโอนขายที่ดินพิพาทแก่โจทก์ และใช้ค่าเสียหายจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่าเดิมที่ดินรายพิพาทเป็นของโจทก์ และโจทก์เป็นหนี้เงินกู้จำเลยที่ 1 เมื่อปีพ.ศ. 2514 โจทก์ได้โอนที่ดินรายพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 บุตรของจำเลยที่ 1 โดยจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นการซื้อขายดังปรากฏตามเอกสารหมาย

ล.2 เมื่อปี พ.ศ. 2517 โจทก์ได้ร้องเรียนต่อคณะกรรมการติดตามผลการปฏิบัติราชการ (ก.ต.ป.) เพื่อขอซื้อที่ดินคืนคณะกรรมการดังกล่าวได้เปรียบเทียบแล้วโจทก์กับจำเลยที่ 1 ตกลงกันได้คณะกรรมการจึงส่งเรื่องไปให้อำเภอโพธิ์ประทับข้างลงบันทึกคำเปรียบเทียบและข้อตกลงไว้ในสารบบความแพ่งของอำเภอตามเอกสารหมาย จ.2 มีสารสำคัญว่า จำเลยที่ 1 ตกลงให้โจทก์เช่าที่ดินรายพิพาททำกินต่อไปโดยคิดค่าเช่า 10 ถังต่อไร่ และยินดีขายที่ดินรายพิพาทคืนให้โจทก์ตามที่โจทก์ขอซื้อในราคา 18,900 บาท โดยให้เวลาไม่จำกัด เมื่อโจทก์ชำระเงินครบจำเลยที่ 1 จะให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรโอนที่ดินให้แก่โจทก์ ต่อมาโจทก์ได้ขอซื้อที่ดินรายพิพาทจากจำเลย แต่จำเลยไม่ยอมขาย

โจทก์จึงร้องทุกข์ต่อสำนักงานคณะกรรมการเรื่องราวร้องทุกข์ เจ้าหน้าที่สำนักงานดังกล่าวได้มีหนังสือถึงจำเลยทั้งสองให้ไปจดทะเบียนโอนขายที่ดินรายพิพาทแก่โจทก์ ณ ที่ว่าการอำเภอโพธิ์ประทับช้าง ในวันที่ 2 สิงหาคม 2522 และวันที่ 7 กันยายน 2522 โจทก์ไปตามนัดทั้งสองครั้ง แต่จำเลยทั้งสองไม่ไป ในประเด็นที่ว่าจำเลยที่ 1 ทำสัญญาจะขายที่ดินคืนให้โจทก์โดยผิดหลงหรือไม่นั้น ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 ทำโดยไม่ผิดหลง

จำเลยทั้งสองมิได้อุทธรณ์หรือแก้อุทธรณ์เป็นประเด็นไว้ จึงเป็นอันยุติ คงมีปัญหานั้นขอสู่ศาลฎีกาเฉพาะในประเด็นอีก 3 ข้อ" ฯลฯ"ในประเด็นข้อต่อไปที่ว่า จำเลยที่ 2 จะต้องผูกพันตามสัญญาจะขายที่ดินหรือไม่นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 ลงชื่อเป็นผู้รับโอนที่ดินรายพิพาทแทนจำเลยที่ 1 ที่ดินรายพิพาทจึงไม่ใช่ของจำเลยที่ 2และจำเลยที่ 2 ในฐานะตัวแทนย่อมมีหน้าที่ที่จะต้องทำการตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นตัวการ เมื่อจำเลยที่ 1 ตกลงทำสัญญาจะขายที่ดินรายพิพาทคืนให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 2 ย่อมถูกผูกพันที่จะต้องปฏิบัติตามจะยึดถือที่ดินรายพิพาทไว้เป็นทรัพย์สินของตนหาได้ไม่ในประเด็นข้อสุดท้ายเรื่องค่าเสียหาย

ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองโดยอ้างว่า การที่จำเลยทั้งสองไม่ยอมขายที่ดินรายพิพาทคืนแก่โจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์ต้องเช่าที่ดินรายพิพาททำนาเสียค่าเช่าเป็นข้าวเปลือกปีละ 2 เกวียน 10 ถัง คิดเป็นเงินปีละ 5,250 บาท ซึ่งโจทก์ถือเป็นค่าเสียหาย ส่วนค่าเสียหายอื่นนอกจากนี้โจทก์มิได้ฟ้องเรียกร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายปีละ 5,250 บาท ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 เป็นต้นไปจนกว่าจะโอนที่ดินรายพิพาทให้โจทก์เสร็จ โจทก์พอใจไม่ฎีกา แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ก่อนที่โจทก์จะฟ้องคดีนี้จำเลยที่ 2 ได้เป็นโจทก์ฟ้องขับไล่โจทก์กับภริยาให้ออกไปจากที่ดินรายพิพาท ศาลพิพากษาขับไล่คดีถึงที่สุด และโจทก์กับภริยาได้ออกไปจากที่ดินรายพิพาทแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 โจทก์จึงไม่ได้เสียค่าเช่าที่ดินรายพิพาทแต่อย่างใด ดังนั้น โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะที่เกี่ยวกับค่าเสียหาย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศักดิ์ สนองชาติ · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2419/2534

โจทก์ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีจากจำเลยที่ 2 มีที่ดินและบ้านจำนองเป็นประกันระเบียบของจำเลยที่ 2 กำหนดให้โจทก์เอาประกันบ้านดังกล่าวโดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับประโยชน์ในการประกันภัยผู้จัดการสาขาจำเลยที่ 2…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1000/2529

บริษัทผู้ให้เช่าซื้อรถแทรกเตอร์ได้โอนทะเบียนรถมาให้โจทก์ผู้เช่าซื้อโดยส่งมายังจำเลยซึ่งเป็นตัวแทน จำเลยจึงมีหน้าที่ทำตามคำสั่งของบริษัทตัวการจะอ้างว่ามีสิทธิยึดหน่วงเพราะยังมีหนี้ค่าซ่อมรถค้างชำระไม่ไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2489/2528

จำเลยเป็นนายหน้าและตัวแทนของโจทก์เพื่อทำการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมีระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นเป็นกรณีพิเศษ การจดทะเบียนโอนหุ้นเป็นชื่อลูกค้าต้องเป็นไปตามข้อตกลงระหว่างลูกค้ากั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2643/2520

โจทก์ได้ติดต่อที่จะแต่งตั้งให้จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนรับส่งสินค้าทางทะเลขอให้ส่งตัวแทนไปเจรจาข้อปลีกย่อย เมื่อโจทก์และตัวแทนจำเลยที่ 1 ได้เจรจาตกลงกันแล้วจำเลยที่ 1 ได้มีจดหมายยืนยันรายละเอียดที่ได้เจรจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 645/2515

การเป็นตัวแทน จะต้องมีการแต่งตั้งจากตัวการโดยแสดงออกชัดหรือโดยปริยายให้มีอำนาจทำการแทนตัวการ และตัวแทนตกลงที่จะทำการเช่นว่านั้นจำเลยมีหนังสือขอกู้เงินโจทก์และทำหนังสือมอบอำนาจให้ผู้มีชื่อเป็นตัวแทนมาร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้