Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2602/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์จำเลยมีเจตนาจะทำสัญญาต่อกัน และได้ทำสัญญาขึ้นโดย ช. ลงชื่อเป็นคู่สัญญาฝ่ายโจทก์ ถึงแม้ ช. จะมิใช่ผู้แทนของโจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคล แต่จำเลยก็ทราบดีว่า ช. ลงชื่อในฐานะตัวแทนโจทก์และโจทก์จำเลยก็ได้ปฏิบัติตามสัญญาต่อกันตลอดมา สัญญาดังกล่าวย่อมเป็นผลผูกพันระหว่างโจทก์จำเลย โจทก์ทำสัญญาให้จำเลยจัดตั้งสาขาธนาคารโจทก์ โดยจำเลยต้องดำเนินกิจการภายใต้การควบคุมดูแลของโจทก์ การแต่งตั้งพนักงานบางตำแหน่งโจทก์สงวนสิทธิที่จะแต่งตั้งเอง ส่วนตำแหน่งอื่นๆ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากโจทก์ก่อน และการดำเนินกิจการบางอย่างก็ต้องได้รับอนุญาตจากโจทก์หรือต้องผ่านสำนักงานใหญ่ของโจทก์จำเลยหามีอำนาจดำเนินการอย่างเป็นอิสระไม่ สัญญาดังกล่าวจึงไม่ใช่สัญญาจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ขึ้นใหม่ ไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ โจทก์ฟ้องจำเลยโดยอาศัยสัญญาตัวแทนเป็นมูลฐาน แม้จะกล่าวว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของธนาคารโจทก์ทำการโดยประมาทเลินเล่อโดยปราศจากอำนาจแสวงหาประโยชน์โดยไม่สุจริตก็เป็นการกล่าวตามที่มีปรากฏในสัญญานั้นเอง จึงเป็นเรื่องฟ้องขอให้จำเลยรับผิดตามสัญญาระหว่างโจทก์ จำเลยซึ่งไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้เป็นอย่างอื่น หาใช่ฟ้องโดยอาศัยมูลละเมิดไม่กรณีต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164คือมีอายุความสิบปี จำเลยให้การรับว่าได้ทำสัญญาพิพาทกับโจทก์จริง จึงรับฟังได้ตามคำให้การของจำเลย ไม่จำต้องใช้สัญญาพิพาทซึ่งไม่ได้ปิดอากรแสตมป์เป็นพยานหลักฐาน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญายอมให้จำเลยเปิดสาขาธนาคารโจทก์เพื่อดำเนินกิจการธนาคารพาณิชย์ ในการนี้จำเลยต้องนำเงินมาฝากประจำไว้แก่ธนาคารโจทก์และจำนองที่ดินเป็นประกันความเสียหาย โจทก์เป็นผู้แต่งตั้งสมุห์บัญชี และผู้รักษาเงินสด การดำเนินกิจการบางอย่างจะต้องขออนุมัติจากโจทก์ก่อน และจะต้องปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของโจทก์ปรากฏรายละเอียดของสัญญาตามภาพถ่ายท้ายคำฟ้อง จำเลยปฏิบัติผิดสัญญากล่าวคือ ไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของโจทก์ ทำการโดยประมาทเลินเล่อโดยปราศจากอำนาจหน้าที่ แสวงหาประโยชน์โดยไม่สุจริต ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายรวมเป็นเงิน ๑,๙๖๖,๓๗๙.๓๗ บาทจึงขอให้พิพากษาและบังคับ

จำเลยให้การว่า ผู้ลงลายมือชื่อในสัญญาแทนโจทก์ไม่มีอำนาจทำนิติกรรมแทนโจทก์ และสัญญาขัดต่อกฎหมายเป็นโมฆะ จำเลยไม่เคยปฏิบัติผิดสัญญาและระเบียบแบบแผนของธนาคารโจทก์ ไม่ได้ประมาทเลินเล่อ และไม่เคยแสวงหาประโยชน์โดยไม่สุจริต โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายดังฟ้อง อย่างไรก็ดีจำเลยยังมีเงินอยู่ที่โจทก์คิดคำนวณแล้วโจทก์ยังเป็นหนี้จำเลย คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยจะต้องรับผิดชดใช้เงินแก่โจทก์ ๑๒,๗๕๙.๒๐ บาท แต่จำเลยมีเงินอยู่ที่ธนาคารโจทก์มากกว่าจำนวนที่จำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์ พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยต้องรับผิดชดใช้เงินแก่โจทก์เป็นเงิน ๑,๖๖๖,๓๗๙.๓๗ บาท พิพากษากลับเป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า สำหรับประเด็นข้อแรกที่จำเลยอ้างว่าสัญญาการจัดตั้งสาขาธนาคาร เอกสารหมาย จ.๑ ใช้บังคับไม่ได้นั้น จำเลยอ้างว่านายชวน รัตนรักษ์ ผู้ลงชื่อในสัญญาฝ่ายโจทก์ไม่มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ และสัญญาขัดต่อกฎหมาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั้งทำขึ้นโดยเจตนาลวง จึงเป็นโมฆะ

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าโจทก์จำเลยมีเจตนาจะทำสัญญาต่อกันและได้ทำสัญญาหมาย จ.๑ ขึ้นโดยมีนายชวน รัตนรักษ์ ลงชื่อเป็นคู่สัญญาฝ่ายโจทก์ถึงแม้นายชวนจะมิใช่ผู้แทนของโจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคล แต่จำเลยก็ทราบดีว่านายชวนลงชื่อในสัญญาในฐานะตัวแทนโจทก์ และโจทก์จำเลยก็ได้ปฏิบัติตามสัญญาต่อกันตลอดมาจนกระทั่งเกิดมีกรณีพิพาทขึ้นดังนี้ สัญญาหมาย จ.๑ ย่อมเป็นผลผูกพันระหว่างโจทก์กับจำเลย จำเลยจึงหาอาจยกข้อบังคับของโจทก์ในเรื่องอำนาจของกรรมการมากล่าวอ้างได้ไม่ ข้อที่ว่าสัญญาขัดต่อกฎหมาย เพราะโจทก์มิได้ดำเนินกิจการเองนั้น ปรากฏตามข้อสัญญาว่าโจทก์ยอมให้จำเลยดำเนินกิจการภายใต้ควบคุมดูแลของโจทก์ดังจะเห็นได้จากการแต่งตั้งสมุห์บัญชีและผู้รักษาเงินสด (หัวหน้าการเงิน)โจทก์สงวนสิทธิที่จะแต่งตั้งเอง

ส่วนบุคคลตำแหน่งอื่นนอกจากนี้ จำเลยแต่งตั้งได้แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากโจทก์ก่อน การดำเนินกิจการบางอย่างต้องได้รับอนุญาตจากโจทก์ หรือต้องผ่านสำนักงานใหญ่ของโจทก์จำเลยหามีอำนาจดำเนินการอย่างเป็นอิสระไม่ สัญญาดังกล่าวจึงไม่ใช่สัญญาจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ขึ้นใหม่ ไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติธนาคารพาณิชย์พ.ศ. ๒๔๘๘ ซึ่งใช้บังคับในขณะทำสัญญา ไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งออกประกาศใช้ในภายหลัง ประเด็นข้อ ๓. เรื่องอายุความ คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยโดยอาศัยสัญญาตัวแทน (เอกสารหมาย จ.๑) เป็นมูลฐาน แม้จะกล่าวว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของธนาคารโจทก์ ทำการโดยประมาทเลินเล่อโดยปราศจากอำนาจ นอกเหนือขอบอำนาจหน้าที่แสวงหาประโยชน์โดยไม่สุจริต

ก็เป็นการกล่าวตามที่มีปรากฏในสัญญานั้นเอง เป็นเรื่องฟ้องขอให้จำเลยรับผิดตามสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยซึ่งไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้เป็นอย่างอื่น หาใช่ฟ้องโดยอาศัยมูลละเมิดดังที่จำเลยฎีกาไม่ กรณีดังกล่าวต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๔ คือมีอายุความสิบปี จำเลยปฏิบัติผิดสัญญาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๑ โจทก์ยื่นฟ้องคดีต่อศาลวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๒๐ สิทธิเรียกร้องของโจทก์ยังไม่ขาดอายุความ ประเด็นข้อ ๖ สัญญาเอกสารหมาย จ.๑ ไม่ปิดอากรแสตมป์จะใช้เป็นพยานหลักฐานได้หรือไม่ ข้อนี้จำเลยให้การรับว่าได้ทำสัญญาจัดตั้งสาขาธนาคารฉบับลงวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๐๔ (เอกสารหมาย จ.๑)กับโจทก์จริง จึงรับฟังได้ตามคำให้การของจำเลย ไม่จำต้องใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐาน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัมพล สุวรรณภักดี · ชุบ วีระเวคิน · สมบูรณ์ บุญภินนท์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสาระ เสาวมล
ศาลอุทธรณ์ - นายอาจ ปัญญาดิลก
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้