Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2602/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โคหลุดหายไปจากคอกใต้ถุนบ้านของผู้เสียหายเอง แม้จะมีการไถ่โคที่หายไปได้จากจำเลยก็ตาม จำเลยก็อาจเพียงแต่ทราบว่าโคของผู้เสียหายที่หายไปอยู่ที่ใครและช่วยเหลือไปไถ่คืนมาให้ จึงจะถือว่าจำเลยกระทำผิดฐานรับของโจรไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า มีคนร้ายรื้อรั้วบ้านอันเป็นการทำลายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ของนายสี ทะนันชัย ผู้เสียหาย แล้วเข้าไปลักเอาโค 1 ตัว ราคา 3,500 บาท ของผู้เสียหายไปโดยทุจริต ต่อมาเจ้าพนักงานจับจำเลยได้และยึดได้โคของผู้เสียหายดังกล่าว ทั้งนี้ โดยจำเลยเป็นคนร้ายลักเอาโคของผู้เสียหายหรือรับเอาโคของผู้เสียหายที่ถูกลักไปโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 335, 357จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 จำคุก 2 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

รูปคดีน่าเชื่อได้ว่าโคหลุดหายไปจากคอกใต้ถุนบ้านของผู้เสียหายเอง เพราะหากมีคนร้ายลักและพาเอาโคของผู้เสียหายไปแล้วก็น่าจะเอาไปเสียทั้งสองตัวและจูงออกไปทางประตูรั้ว แทนที่จะแหกรั้วออกไปเช่นนั้น และไม่ปรากฏว่ามีรอยเท้าคนอยู่ด้วยแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังมีการประกาศให้ค่าไถ่โคอีก แม้ที่สุดจะมีการไถ่โคที่หายไปได้จากจำเลยก็ตาม ลำพังเพียงเท่านี้จะถือว่าจำเลยกระทำผิดฐานรับของโจรไม่ได้ เพราะจำเลยอาจเพียงแต่ทราบว่าโคของผู้เสียหายไปอยู่ที่ใครและช่วยเหลือไปไถ่คืนมาให้เหตุดังกล่าวที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้เป็นผลดีแก่จำเลยนั้นจึงต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา สุมาวงศ์ · สงวน สิทธิไชย · อุดม จาละ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 113/2566

จำเลยให้ ม. กู้ยืมเงิน 80,000 บาท โดย ม. ส่งรถแทรกเตอร์ของโจทก์ร่วมให้แก่จำเลยยึดไว้เป็นประกันการชำระหนี้ อันเป็นการรับจำนำ และเมื่อ ม. เคยนำรถยนต์กระบะไปจำนำเป็นประกันการชำระหนี้ที่ ม. กู้ยืมเงินจำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1599/2563

แม้จำเลยจะส่งมอบนาฬิกาของกลางที่ประเทศกัมพูชา แต่จำเลยแจ้งหมายเลขบัญชีธนาคาร ก. ที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ให้ ว. โอนเงินค่านาฬิกาเข้าบัญชีดังกล่าว ถือว่าจำเลยในฐานะตัวการได้กระทำผิดในราชอาณาจั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2373/2562

จำเลยที่ 2 ในคดีนี้เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 993/2558 ของศาลชั้นต้น และเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 821/2560 ของศาลชั้นต้น ซึ่งในคดีอาญาหมายเลขแดงที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8491/2561

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร เป็นการฟ้องให้ศาลเลือกลงโทษจำเลยในข้อหาใดข้อหาหนึ่งตามที่พิจารณาได้ความ ศาลไม่อาจลงโทษจำเลยพร้อมกันทั้งสองข้อหาได้ เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ปรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 797/2561

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ห้ามมิให้พิพากษา หรือสั่งเกินคำขอหรือมิได้กล่าวในฟ้อง" แม้โจทก์จะนำสืบข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 336 ทวิ และจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้