Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 26018)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นลูกจ้างประจำรายวันของจำเลย วันไหนไม่ไปทำงานก็ไม่ได้ค่าจ้าง โจทก์ไม่ได้ไปทำงาน 1 วันโดยลาป่วยเท็จแต่รับค่าจ้างของวันที่ตนลาป่วยเท็จนั้นทั้งที่รู้ว่าไม่มีสิทธิจะได้รับ ดังนี้ การกระทำของโจทก์เป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการลาป่วยเท็จอันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ ฝ่าฝืนต่อกฎระเบียบและคำสั่งของผู้บังคับบัญชา และจงใจเป็นเหตุให้จำเลยเสียหายอย่างร้ายแรง เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง หาใช่เป็นการแจ้งเท็จหรือรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชาเพียงประการเดียวซึ่งมีโทษตัดค่าจ้างตามระเบียบของจำเลยเท่านั้นไม่ การที่จำเลยไล่โจทก์ออกจากงานจึงชอบด้วยข้อบังคับที่ให้อำนาจจำเลยไล่ลูกจ้างที่กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงออกจากงานได้แล้ว มิใช่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม และเมื่อการกระทำของโจทก์เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงเช่นนี้จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่จำต้องตักเตือนก่อนและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 10

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่าจำเลยจ้างโจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างประจำรายวันต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างว่าโจทก์ทั้งสองลาป่วยเท็จ ซึ่งไม่เป็นความจริง มิได้บอกกล่าวล่วงหน้าและไม่จ่ายค่าชดเชย ทั้งยังเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมจำเลยไม่เคยประกาศหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่โจทก์ทั้งสองเลยขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าค่าชดเชย ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสอง

จำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า โจทก์ทั้งสองลาป่วยเท็จและได้รับค่าจ้างในวันลาป่วย จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองเพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างหรือจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย หรือฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับหรือระเบียบการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างเป็นกรณีร้ายแรงหรือทำประการอื่นอันไม่เหมาะสมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองมิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม จำเลยไม่ต้องรับผิดจ่ายเงินตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างสืบพยานจำเลย จำเลยตกลงจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีแก่โจทก์ทั้งสอง ประเด็นพิพาทข้อนี้จึงเป็นอันระงับไปแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่าโจทก์ทั้งสองลาป่วยอันเป็นเท็จและได้รับค่าจ้างสำหรับวันที่ลาป่วยไป เป็นการฝ่าฝืนระเบียบ ฯ จำเลยลงโทษไล่ออกได้โดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือให้ค่าสินไหมทดแทนการเลิกจ้างมิใช่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม และจำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน

โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่าข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างประจำรายวันเมื่อวันที่ 12 มกราคม2529 โจทก์ทั้งสองให้พนักงานอื่นช่วยแจ้งว่าโจทก์ทั้งสองป่วยแล้วร่วมกับพนักงานอื่นไปบางแสนเพื่อประชุมใหญ่สหภาพแรงงาน ฯ ซึ่งโจทก์เป็นสมาชิกครั้นวันรุ่งขึ้นโจทก์ทั้งสองไปทำงานพร้อมยื่นใบลาป่วย ในวันเดียวกันหัวหน้าฝ่ายบุคคลได้สอบสวนโจทก์เกี่ยวกับการลาป่วย โจทก์ทั้งสองยืนยันว่าป่วยจริง ต่อมาโจทก์ทั้งสองได้รับค่าจ้างสำหรับวันที่ตนลาป่วยนั้นไปด้วย ต่อมาเมื่อสอบสวนเสร็จจำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองระบุเหตุว่าโจทก์ทั้งสองมิได้ป่วยจริงตามใบลา ถือว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงโดยจงใจทำให้บริษัทได้รับความเสียหายเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานถือว่ามีเจตนาทุจริตค่าจ้าง จึงลงโทษไล่โจทก์ทั้งสองออกจากการเป็นลูกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย แล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่าข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่ว่าด้วยวินัยและการลงโทษกำหนดไว้ในหมวดที่ 8 โดยข้อ 8.1 กำหนดการกระทำผิดวินัยไว้ 45 ประการแม้การแจ้งหรือรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชาเป็นการกระทำผิดวินัยตามข้อ 8.1.9 ดังที่โจทก์อุทธรณ์ประการหนึ่งก็ตาม แต่โดยที่โจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างประจำรายวัน ลักษณะการจ้างถือเอาการทำงานแต่ละวันเป็นเกณฑ์ในการจ่ายค่าจ้าง วันไหนไม่ได้ทำงานก็ไม่ได้ค่าจ้าง การที่โจทก์ทั้งสองไม่ได้ไปทำงานในวันที่ 12มกราคม 2529 เพราะลาป่วยเท็จแต่ในวันจ่ายค่าจ้างประจำงวดโจทก์ทั้งสองต่างได้รับค่าจ้างในวันที่ตนลาป่วยเท็จนั้นไปทั้ง ๆ ที่รู้ว่าตนไม่มีสิทธิที่จะได้รับค่าจ้างในวันนั้นจึงเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการลาป่วยเท็จของตนอันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานข้อ8.1.20 เป็นการกระทำโดยจงใจจนเป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหายตามข้อ 8.1.22 และเป็นการฝ่าฝืนต่อกฏระเบียบข้อบังคับของบริษัท และคำสั่งของผู้บังคับบัญชาตามข้อ 8.1.15 โดยที่จำเลยผู้เป็นนายจ้างไม่มีหน้าที่ที่จะต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์ทั้งสองในวันที่ลาป่วยเท็จแต่อย่างใด

การจ่ายเงินค่าจ้างดังกล่าวจึงเป็นเหตุให้จำเลยผู้เป็นนายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงมีโทษถึงไล่ออกตามข้อ 8.2.7 หาใช่เป็นแต่เพียงการแจ้งเท็จหรือรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชาตามข้อ 8.1.9 อันเป็นการผิดวินัยเพียงประการเดียวและจะต้องถูกลงโทษตัดค่าจ้างตามหลักเกณฑ์ว่าด้วยการลงโทษข้อ 8.3 ลำดับที่ 10 เสียก่อนดังที่โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ไม่ดังนั้นการที่จำเลยลงโทษไล่โจทก์ทั้งสองออกจากงานจึงชอบด้วยข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานข้อ 8.2.7 ที่ว่าการลงโทษไล่ออกจะกระทำเมื่อพนักงานคนงานได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงแล้ว การเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองมิใช่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ส่วนที่โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์อีกประการหนึ่งว่าการกระทำความผิดของโจทก์ทั้งสองไม่ร้ายแรง จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยไม่ได้ตักเตือนก่อน ไม่ชอบด้วยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ 47 (3) จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ทั้งสองนั้น

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า เนื่องจากศาลฎีกาได้วินิจฉัยอุทธรณ์ประการแรกแล้วว่า การกระทำผิดวินัยของโจทก์ทั้งสองเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงอันมีโทษสถานหนักถึงไล่ออกอันเป็นกรณีร้ายแรงแล้วเช่นนี้ จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยหาจำต้องตักเตือนก่อนไม่ จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ทั้งสอง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สีนวล คงลาภ · จุนท์ จันทรวงศ์ · มาโนช เพียรสนอง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7945/2554

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 13 ใช้สำหรับกรณีมีการเปลี่ยนแปลงตัวนายจ้าง ซึ่งมีผลให้นายจ้างใหม่ต้องรับสิทธิและหน้าที่อันเกี่ยวกับลูกจ้างที่มีอยู่กับนายจ้างเดิมมาด้วยทุกประการ แต่หากเป็นการโอนสิท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5026/2548

จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างว่าโจทก์ใช้ตำแหน่งหน้าที่พิจารณาอนุมัติการยืมทรัพย์สินที่ไม่สามารถยืมได้ เพราะเป็นทรัพย์สินประเภทยืมใช้สิ้นเปลืองออกนอกบริเวณโรงงาน แต่จำเลยไม่ได้นำระเบียบข้อบังคับมาแสดง ทั้ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9096/2546

พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5 นิยามศัพท์คำว่า ค่าจ้าง หมายความว่า เงินที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันจ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงานตามสัญญาจ้างสำหรับระยะเวลาการทำงานปกติ ฯลฯ เมื่อตามข้อบังคับเกี่ยว…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 48699)

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นข้อตกลงระหว่างจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างกับลูกจ้างของจำเลยเกี่ยวกับการจ้างหรือการทำงาน กำหนดวันและเวลาทำงาน ค่าจ้างสวัสดิการ การเลิกจ้าง หรือประโยชน์อื่นใดอันเกี่ยวกับก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3507/2541

ฟ้องโจทก์บรรยายว่า การสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนมิได้ เป็นไปโดยรอบคอบเป็นเหตุให้จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจาก การเป็นลูกจ้างของจำเลย การเลิกจ้างที่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ก่อน เป็นการมิชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้