Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 260/2512

พ.ศ. 2512 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ภายหลังยื่นอุทธรณ์แล้ว จำเลยยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์โดยว่าไม่ประสงค์จะยื่นอุทธรณ์อีกต่อไปแต่ครั้นแล้วจำเลยกลับยื่นอุทธรณ์ใหม่โดยว่าที่ถอนไปนั้นเพราะหลงเชื่อผู้แนะว่าจะมีการอภัยโทษดังนี้ เมื่อปรากฏว่าโจทก์มิได้อุทธรณ์ด้วยคำพิพากษาศาลชั้นต้นย่อมเด็ดขาดถึงที่สุดสำหรับจำเลยแล้ว จำเลยไม่มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ใหม่อีกแม้จะยังอยู่ภายในกำหนดอายุอุทธรณ์ก็ตาม(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 4/2512)

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ มีปัญหาเกี่ยวกับการถอนอุทธรณ์โดยภายหลังที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ตามฟ้องโจทก์ให้จำคุกจำเลย 3 เดือน แล้วจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ฉบับแรกในวันที่ 5 สิงหาคม 2511 ซึ่งเป็นวันเดียวกับวันที่ศาลพิพากษาคดี แต่ในวันรุ่งขึ้นจำเลยได้ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์โดยว่าไม่ประสงค์ที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อไปอีก ซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งอนุญาตแล้วครั้นต่อมาในวันที่ 16 เดือนเดียวกัน จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ใหม่อีกฉบับหนึ่งพร้อมกับยื่นคำร้องอ้างเหตุว่า จำเลยได้ถอนอุทธรณ์ฉบับแรกไปเพราะหลงเชื่อที่มีผู้แนะนำว่าจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ ครั้นเมื่อทราบความจริงว่าไม่มีการอภัยโทษจึงได้ยื่นอุทธรณ์ใหม่ ซึ่งยังคงอยู่ภายในกำหนดอายุอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การที่จำเลยจะขอถอนอุทธรณ์แล้วนำมายื่นใหม่ภายในกำหนดเวลาอุทธรณ์ ไม่ต้องห้ามเพราะคำพิพากษาศาลชั้นต้นยังไม่เด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 202 และจะนำมาตรา 36 ซึ่งเป็นบทบัญญัติในชั้นศาลชั้นต้นมาใช้บังคับชั้นศาลอุทธรณ์ไม่ได้ เพราะมาตรา 215 บัญญัติให้นำบทบัญญัติว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่งศาลชั้นต้นมาใช้บังคับในชั้นอุทธรณ์เท่านั้น จึงให้รับอุทธรณ์ฉบับใหม่ของจำเลยไว้ อัยการโจทก์และโจทก์ร่วมมิได้คัดค้านในข้อที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์นี้

ศาลอุทธรณ์หยิบยกข้อถอนอุทธรณ์ของจำเลยขึ้นวินิจฉัยเบื้องแรกว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 202 บัญญัติไว้ชัดแจ้งแล้วว่า ฯลฯ เมื่อถอนไปแล้วถ้าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมิได้อุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นย่อมเด็ดขาดเฉพาะผู้ถอนโดยนัยแห่งบทบัญญัตินี้ เมื่อจำเลยขอถอนโดยว่าไม่ประสงค์จะอุทธรณ์ต่อไปหาได้ถอนโดยมีเงื่อนไขเช่นเพื่อจะยื่นใหม่ไม่ ฉะนั้น เมื่อศาลสั่งอนุญาตและไม่ปรากฏว่าโจทก์คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งได้อุทธรณ์ด้วยคดีย่อมเด็ดขาดสำหรับจำเลยผู้ถอนอุทธรณ์แล้ว จำเลยจะยื่นอุทธรณ์ใหม่อีกไม่ได้ แม้จะยื่นภายในอายุอุทธรณ์ก็ตาม ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 202

ผลคำพิพากษา

พิพากษาให้ยกอุทธรณ์จำเลยจำเลยฎีกาศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ในกรณีขอถอนอุทธรณ์ต้องบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 202 ซึ่งบัญญัติว่า"ผู้อุทธรณ์มีอำนาจยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้นก่อนส่งสำนวนไปศาลอุทธรณ์ในกรณีเช่นนี้ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตได้..... ฯลฯ เมื่อถอนไปแล้ว ถ้าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมิได้อุทธรณ์ คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นย่อมเด็ดขาดเฉพาะผู้ถอน ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งอุทธรณ์ จะเด็ดขาดต่อเมื่อคดีถึงที่สุดโดยไม่มีการแก้คำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้น" เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยได้ขอถอนอุทธรณ์โดยอ้างเหตุว่าไม่ประสงค์ที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อไป ซึ่งศาลชั้นต้นได้อนุญาตให้ถอนอุทธรณ์จำเลยได้แล้ว ทั้งปรากฏว่าโจทก์ซึ่งเป็นคู่ความมิได้อุทธรณ์ด้วยฉะนั้น คำพิพากษาศาลชั้นต้นย่อมเด็ดขาดถึงที่สุดสำหรับจำเลยตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวแล้วแม้จำเลยจะยื่นอุทธรณ์ใหม่ภายในอายุอุทธรณ์ก็ตามพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บัญญัติ สุขารมณ์ · วงษ์ วีระพงศ์ · จินตา บุณยอาคม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้