คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยแก้ทะเบียนโอนโฉนดที่ดินให้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยต่อสู้ว่า เมื่อได้ทำสัญญารประนีประนอมฉบับนั้นแล้ว ฝ่ายจำเลยรู้สึกเสียเปรียบโจทก์มาก จึงได้ตกลงกับโจทก์ใหม่ ให้กรรมสิทธิ์ของจำเลยในโฉนดฉบับพิพาทคงเป็นของจำเลยไม่ต้องโอน โจทก์ก็ยอม จึงได้ทำการโอนเฉพาะโฉนดอื่น
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่าสัญญาประนีประนอมยอมความเมื่อก่อนใช้ ป.พ.พ.กฎหมายขณะนั้นมิได้บังคับให้ต้องทำเป็นหนังสือ จึงสืบแก้ไขได้และฟังข้อเท็จจริงตามจำเลยต่อสู้ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลล่างว่า ขณะทำสัญญาประนีประนอมและตกลงแก้ไขสัญญารายนี้นั้นเป็นเวลาก่อนใช้ ป.พ.พ.บรรพ ๓ ซึ่งขณะนั้นไม่มีกฎหมายบังคับให้สัญญาประนีประนอมต้องทำเป็นหนังสือ การตกลงกันแก้ไขก็ย่อมทำได้ด้วยสัญญาปากเปล่า ป.วิ.แพ่งมาตรา ๙๔ บัญญัติห้ามการนำสืบเฉพาะกรณีที่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง คือที่บังคับให้ทำเป็นหนังสือเท่านั้น คดีนี้จำเลยจึงนำพยานบุคคลมาสืบได้ ส่วนข้อเท็จจริงคงฟังตามศาลล่าง
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน