Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 26/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อโจทก์นำยึดที่ดินของผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอก มิใช่เป็นที่ดินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา การบังคับคดีจึงฝ่าฝืนบทบัญญัติ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ว่าด้วยการบังคับคดี ผู้ร้องย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลยกเลิกการบังคับคดีนั้นได้ก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลงแต่ต้องไม่ช้ากว่า8 วัน นับแต่ทราบการฝ่าฝืนตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 296 วรรคสอง เมื่อโจทก์ยังไม่ได้รับเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดไปจึงถือว่าการบังคับคดียังไม่เสร็จสิ้นลง ผู้ร้องทราบว่าโจทก์นำยึดที่ดินของตนไปขายทอดตลาดแล้วได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดในวันรุ่งขึ้น จึงเป็นการยื่นภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เมื่อการขายทอดตลาดเป็นการบังคับคดีที่ฝ่าฝืนกฎหมายซึ่งศาลจะต้องสั่งเพิกถอนตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 296 วรรคสอง ย่อมส่งผลให้การขายทอดตลาดสิ้นผลไปแม้ผู้ซื้อทรัพย์จะได้ซื้อโดยสุจริตในการขายทอดตลาดก็ไม่มีสิทธิได้รับความคุ้มครองตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1330

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดสระบุรี) พิพากษาให้โจทก์ชนะคดีตามฟ้อง จำเลยทั้งสามทราบคำบังคับให้ชำระเงินแล้วไม่ชำระ โจทก์ขอหมายบังคับคดีและขอให้ศาลจังหวัดสระบุรีส่งสำนวนมาให้ศาลจังหวัดชลบุรีช่วยบังคับคดีให้และโจทก์ได้นำยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 2258 ตำบลบ้านเหมือง อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรีโดยอ้างว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยที่ 3 เพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าวเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2531 และนายตรีขวัญ บุนนาคเป็นผู้ซื้อได้ในราคา 180,000 บาทผู้ร้องยื่นคำร้องว่าผู้ร้องกับจำเลยที่ 3 เป็นคนละคนกันผู้ร้องชื่อนายสนิท สาคร ส่วนจำเลยที่ 3 ชื่อนายสนิท

สากรผู้ร้องไม่เคยเป็นหนี้โจทก์และไม่เคยรู้จักโจทก์และจำเลยทั้งสามมาก่อน ทรัพย์ที่ยึดและขายทอดตลาดไปนั้นไม่ใช่เป็นของจำเลยที่ 3แต่เป็นของผู้ร้อง ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เพิกถอนการขายทอดตลาดและถอนการยึด สั่งปล่อยทรัพย์รายนี้ให้แก่ผู้ร้องโจทก์คัดค้านว่าทรัพย์ที่ยึดเป็นของจำเลยที่ 3 ทรัพย์ที่ยึดขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2531 ผู้ร้องมาร้องเมื่อวันที่3 สิงหาคม 2531 ผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 และร้องเกินกำหนดเวลาตามมาตรา 296 ขอให้ยกคำร้องผู้ซื้อทรัพย์คัดค้านว่า ผู้ซื้อทรัพย์ได้ซื้อทรัพย์รายนี้โดยสุจริตจากการขายทอดตลาดของศาลย่อมได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ซื้อตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1330 ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของผู้ร้องแล้วมีคำสั่งว่าข้อเท็จจริงฟังได้ว่า

ผู้ร้องเป็นคนละคนกับจำเลยที่ 3 และผู้ร้องเป็นเจ้าของที่ดินทรัพย์ที่ยึดไว้ ที่ดินดังกล่าวเจ้าพนักงานบังคับคดียึดและประกาศขายทอดตลาดรวม 2 ครั้ง โดยเจ้าพนักงานขายทอดตลาดที่ดินแปลงนี้แก่นายตรีขวัญ บุนนาค เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2531เป็นเงิน 180,000 บาท ซึ่งผู้ซื้อชำระเงินครบถ้วนแล้ว เห็นว่าผู้ร้องยื่นคำร้องเมื่อกำหนดระยะเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 และ 296 ผ่านพ้นไปแล้ว จึงให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการยึดทรัพย์ที่ดินของผู้ร้องและยกเลิกการขายทอดตลาดทรัพย์รายนี้ตลอดจนคำสั่งทั้งหลายของศาลชั้นต้นเกี่ยวกับการบังคับคดีครั้งนี้และปล่อยทรัพย์ที่ดินคืนให้แก่ผู้ร้องไปผู้ซื้อทรัพย์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"คดีมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ซื้อทรัพย์ว่าผู้ร้องได้ยื่นคำร้องดังกล่าวภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่ และผู้ซื้อทรัพย์มีสิทธิจะได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1330 หรือไม่ สำหรับประเด็นแรกนั้น ที่ดินที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ใช่ของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา การบังคับคดีรายนี้จึงฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ลักษณะ 2ว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง ผู้ร้องในฐานะผู้มีส่วนได้เสียซึ่งต้องเสียหายในการบังคับคดีนั้นย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกกระบวนวิธีการบังคับคดีนั้นได้ก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง แต่ต้องไม่ช้ากว่า 8 วันนับแต่ทราบการฝ่าฝืนนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296วรรคสอง ซึ่งข้อเท็จจริงในคดีนี้ก็ปรากฏอยู่แล้วว่า

การบังคับคดียังไม่เสร็จสิ้นลงเพราะโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษายังไม่ได้รับเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดไป นอกจากนี้ได้ความตามคำเบิกความของผู้ร้องว่า ผู้ร้องเพิ่งทราบแน่ชัดว่าที่ดินของตนถูกยึดไปขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2531 โดยได้ไปตรวจดูหลักฐาน ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี แล้วได้มายื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2531 ส่วนที่นางหมวย สาคร ภรรยาผู้ร้องเบิกความว่า ทราบข่าวว่าที่ดินของผู้ร้องถูกยึดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2531 แต่พยานไม่แน่ใจเพราะโฉนดยังอยู่กับพยานไม่มีผู้ใดเอาไปได้นั้น เห็นว่าข้อที่นางหมวยทราบมาเป็นเพียงข่าวและนางหมวยไม่ได้เชื่อข่าวนั้นและยังเบิกความอีกว่าไม่ได้บอกให้ผู้ร้องทราบแต่อย่างใด

ดังนี้จะถือว่าผู้ร้องได้ทราบเรื่องการยึดทรัพย์และขายทอดตลาดที่ดินของตนตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2531 ดังที่ผู้ซื้อทรัพย์ฎีกาไม่ได้ข้อเท็จจริงเป็นอันฟังได้ว่า การที่โจทก์นำยึดที่ดินของผู้ร้องไปขายทอดตลาดนั้น ผู้ร้องเพิ่งทราบเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2531โดยการไปตรวจดูหลักฐาน ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี

ผู้ร้องยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2531 ฉะนั้น จึงเป็นการยื่นภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ส่วนประเด็นที่สองที่ว่า ผู้ซื้อทรัพย์มีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1330 หรือไม่นั้น เห็นว่า การขายทอดตลาดรายนี้เป็นการบังคับคดีที่ฝ่าฝืนกฎหมายซึ่งศาลจะต้องสั่งเพิกถอนเสียตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง และย่อมส่งผลให้การขายทอดตลาดสิ้นผลไป ฉะนั้น แม้ผู้ซื้อทรัพย์จะได้ซื้อที่ดินโดยสุจริตในการขายทอดตลาดก็ตาม แต่เมื่อการขายทอดตลาดต้องถูกเพิกถอนไป ผู้ซื้อทรัพย์ก็ไม่มีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1330

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้วฎีกาของผู้ซื้อทรัพย์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวิน อักขรายุธ · วินัย วิมลเศรษฐ · ชูชาติ ศรีแสง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้