Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2591/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์อาศัยสิทธิที่มีอยู่ตามกฎหมายเป็นช่องทางให้โจทก์ได้รับประโยชน์แต่เพียงฝ่ายเดียวโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งจะได้รับย่อมเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาโดยไม่ได้สั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมศาลฎีกาเห็นควรสั่งค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นให้ถูกต้อง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2537 จำเลยได้ทำสัญญากู้ยืมเงินและได้รับเงินไปจากโจทก์แล้ว จำนวน 100,000 บาท ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 8.5 ต่อปี ตกลงผ่อนชำระต้นเงินและดอกเบี้ยเป็นรายเดือนไม่น้อยกว่าเดือนละ 2,000 บาท กำหนดชำระหนี้ทั้งหมดให้เสร็จภายในวันที่ 15 เมษายน 2542 หากจำเลยผิดนัดชำระหนี้หรือผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใดให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมดยอมให้โจทก์เรียกหนี้สินทั้งหมดคืนได้ทันทีพร้อมดอกเบี้ยและค่าใช้จ่าย ในวันเดียวกันจำเลยได้ทำสัญญาจำนำสิทธิที่จะถอนเงินจากบัญชีเงินฝากประจำ จำนวน 100,000 บาทรวมดอกเบี้ยไว้แก่โจทก์ โดยมีข้อตกลงว่าหากจำเลยผิดนัดชำระหนี้ยอมให้โจทก์บังคับจำนำสิทธิที่จะถอนเงินจากบัญชีได้ทันที

จำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ โจทก์ได้ใช้สิทธิในการหักเงินจากบัญชีเงินฝากของจำเลยมาชำระหนี้ที่ค้างแล้ว คงเหลือต้นเงินและดอกเบี้ยที่จำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์จำนวน 24,337.44 บาท โจทก์ได้ทวงถามแล้ว จำเลยเพิกเฉย ขอให้จำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปีของต้นเงิน 21,860.15 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีคงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่จำเลยผิดนัดชำระหนี้ โจทก์ไม่บังคับจำนำสิทธิที่จะถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของจำเลยในทันที เพื่อนำเงินที่ได้จากการบังคับจำนำมาชำระหนี้ที่จำเลยมีอยู่ต่อโจทก์แต่ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยถึง 2 ปี 8 เดือน จึงดำเนินการนั้น เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตหรือไม่ โดยโจทก์อ้างว่า

โจทก์ใช้สิทธิโดยสุจริต เพราะหนี้ตามสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ.4 เป็นหนี้ที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอน โดยจะต้องชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 เมษายน 2542ดังนั้น เมื่อจำเลยผิดนัดโจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกหนี้ทั้งหมดคืนได้ทันทีหรือใช้สิทธิบังคับชำระหนี้เมื่อหนี้ถึงกำหนดตามสัญญาได้ เห็นว่าแม้สัญญากู้เงินหมาย จ.4 ข้อ 2.1 กำหนดให้ผู้กู้ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยภายในวันที่ 15 เมษายน 2542 แต่ในสัญญาข้อ 4 กำหนดว่า"ถ้าผู้กู้ผิดนัดในข้อหนึ่งข้อใด หรือส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งสัญญานี้ให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด ผู้กู้ยอมให้ผู้ให้กู้เรียกหนี้ทั้งหมดคืนได้ทันที" ซึ่งสอดคล้องกับหนังสือสัญญาจำนำสิทธิที่จะถอนเงินจากบัญชีเงินฝากเอกสารหมาย

จ.5ข้อ 4 ที่กำหนดสรุปได้ว่า ในกรณีลูกหนี้ผิดนัด หากยังมีหนี้ค้างชำระอยู่เท่าใด ลูกหนี้ตกลงยอมให้ธนาคารดำเนินการบังคับจำนำสิทธิที่จะถอนเงินจากบัญชีเงินฝากหรือใบฝากเงินประจำของลูกหนี้ได้ทันที เพื่อนำเงินที่ได้จากการบังคับจำนำมาชำระหนี้ที่ลูกหนี้มีอยู่ต่อธนาคาร เหตุนี้เมื่อคำนึงถึงความประสงค์ของคู่กรณีในทางสุจริต ตามที่ได้เชื่อถือและไว้วางใจซึ่งกันและกัน และวิธีปฏิบัติต่อกันประกอบสัญญาดังกล่าวทั้งสองฉบับ ตามมาตรา 368 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่บัญญัติว่า "สัญญานั้นท่านให้ตีความไปตามความประสงค์ในทางสุจริตโดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วย" แล้ว ย่อมแสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่าหากจำเลยยินยอมให้โจทก์ใช้สิทธิบังคับชำระหนี้ตามแต่ใจของโจทก์เมื่อใดก็ได้

ภายในวันที่ 15 เมษายน 2542 ดังที่โจทก์เข้าใจแล้ว จำเลยก็ไม่จำเป็นต้องนำบัญชีเงินฝากประจำของตนเองมาเป็นหลักประกันหนี้เงินกู้ และยินยอมให้โจทก์นำบัญชีเงินฝากประจำนั้นหักหนี้เงินกู้ที่ค้างชำระได้ในทันที เพราะมิฉะนั้น การทำสัญญาหักหนี้ย่อมไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง ทั้งกลับกลายเป็นผลร้ายแทนที่จะเป็นผลดีแก่จำเลยตามที่โจทก์กล่าวอ้างดังจะเห็นได้ว่าในเดือนตุลาคม 2537 ที่โจทก์มีสิทธิบังคับชำระหนี้ตามสัญญากู้เงินได้ในทันทีนั้น จำเลยคงค้างชำระต้นเงินเพียง 93,012.18 บาท แต่โจทก์ก็มิได้ถอนเงินจากบัญชีเงินฝากประจำของจำเลยมาหักหนี้ที่จำเลยค้างชำระแต่อย่างใดโดยกลับละเลยเพิกเฉยปล่อยเวลาให้ผ่านไปถึง 2 ปี 8 เดือน และคิดดอกเบี้ยเรื่อยมาในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี

พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าโจทก์อาศัยสิทธิที่มีอยู่ตามกฎหมาย เป็นช่องทางให้โจทก์ได้รับประโยชน์แต่เพียงฝ่ายเดียวโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งจะได้รับเช่นนี้ ย่อมเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5อนึ่ง ศาลชั้นต้นไม่ได้สั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม เห็นควรสั่งให้ถูกต้องพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิชา มหาคุณ · พูนศักดิ์ จงกลนี · ปัญญา สุทธิบดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้