Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2591/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมและคำขอบังคับท้ายฟ้องโจทก์มิได้ขอให้พิพากษาว่า ทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมโจทก์เพียงแต่ขอให้จำเลยทั้งสองถอนเสาไม้แก่นและต้นมะพร้าวที่จำเลยทั้งสองนำมาปลูกและปักเอาไว้ทั้งหมดออกไปให้พ้นจากช่องทางเข้าออกบ้านโจทก์และทำที่ดินตรงนั้นให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย คดีจึงไม่มีประเด็นว่า ทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมหรือไม่ ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในประเด็นว่า ทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมหรือไม่ จึงเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นสามีภริยากัน โจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นทายาทผู้รับมรดกของนายหาด หงษ์โต ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 4132 ตำบลบางแม่หม้าย อำเภอบางปลาม้าจังหวัดสุพรรณบุรี เนื้อที่ 2 ไร่ ซึ่งที่ดินดังกล่าวได้แบ่งการครอบครองเป็นสัดส่วนเป็นเวลานานเกินกว่า 10 ปีแล้ว โดยโจทก์และบริวารปลูกบ้านอยู่ทางทิศตะวันออก จำเลยที่ 1 ปลูกบ้านอยู่ทางทิศตะวันตกมีถนนกว้าง 1 วาครึ่ง ยาวประมาณ 3 เส้นผ่ากลางที่ระหว่างโจทก์จำเลยจากทิศเหนือไปทางทิศใต้ โจทก์จำเลยทั้งสองและบริวารรวมทั้งทายาทอื่นกับบุคคลภายนอกต่างใช้ถนนดังกล่าวออกสู่ทางสาธารณะเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 50 ปีแล้วซึ่งไม่มีผู้ใดหวงห้าม ต่อมาวันที่ 5 มิถุนายน 2533 จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันนำต้นมะพร้าวสูง 1 วา

จำนวน 1 ต้นมาปลูก และยังได้นำเสาไม้แก่นจำนวน 4 ต้น มาปักไว้ขวางช่องทางเข้าบ้านโจทก์กว้างประมาณ 3 วา ทั้งนี้โดยเจตนาที่จะไม่ให้โจทก์และบริวารนำรถไถนา รถเมล์รับจ้างเข้าออกจากบ้านของโจทก์ไปสู่ถนนสาธารณะได้ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันรื้อถอนเสาไม้แก่นและต้นมะพร้าวที่จำเลยทั้งสองนำมาปลูกและปักไว้ทั้งหมดออกไปให้พ้นจากช่องทางเข้าออกบ้านของโจทก์ พร้อมทั้งทำให้ที่ดินอยู่ในสภาพเรียบร้อยจำเลยทั้งสองให้การว่า ทางพิพาทอยู่ในที่ดินของจำเลยทั้งสองโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้นางบุญเรือง ยุพาพิน ฟ้องคดีนี้ลายมือชื่อของโจทก์ในใบมอบอำนาจเป็นลายมือปลอม โจทก์ไม่ใช่ผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนที่โจทก์อ้างในฟ้อง เพราะการครอบครองที่ดินดังกล่าวโจทก์ครอบครองแทนเนื่องจากโจทก์ไม่ใช่ทายาทของนายหาดโจทก์จึงไม่ได้ครอบครองอย่างเป็นเจ้าของ

จำเลยทั้งสองใช้ทางพิพาทเข้าออกเฉพาะจำเลยกับพวกเท่านั้น โจทก์ใช้ทางเส้นอื่นเข้าออกบ้านโจทก์เป็นประจำ ต้นมะพร้าวและเสาไม้แก่นที่จำเลยนำมาปักอยู่ในที่ดินของจำเลย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรื้อถอนเสาไม้แก่นออกไปให้พ้นช่องทางเข้าออกบ้านของโจทก์เพื่อให้โจทก์และบริวารเข้าออกได้โดยสะดวกจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติได้ว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 4132 ตำบลบางแม่หม้าย อำเภอบางปลาม้าจังหวัดสุพรรณบุรี เดิมเป็นของนายหาด หงษ์โต หลังจากนายหาดได้ถึงแก่กรรมแล้ว โจทก์ จำเลยทั้งสองและทายาทของนายหาดได้ครอบครองปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินดังกล่าวมานานเกินกว่า 10 ปีแล้ว

ทิศเหนือของที่ดินจดคลองบางแม่หม้าย ส่วนทิศใต้จดถนนสาธารณะที่ดินโฉนดนี้มีทางจากคลองบางแม่หม้ายไปยังถนนสาธารณะทางหนึ่งคือทางพิพาท ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกผ่านหน้าบ้านจำเลยทั้งสองและบ้านผู้รับมอบอำนาจของโจทก์ กับบ้านคนอื่น ส่วนอีกทางหนึ่งผ่านหน้าบ้านนางประจวบ อ่อนละมูล บ้านโจทก์และบ้านผู้รับมอบอำนาจของโจทก์ ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2533 จำเลยทั้งสองได้นำต้นมะพร้าวมาปลูกที่ริมทางพิพาทซึ่งต่อกับที่ดินโจทก์ 1 ต้นและนำเสาไม้แก่นมาปักขวางช่องทางที่โจทก์จะเดินจากที่โจทก์ออกสู่ทางพิพาท โดยมีความประสงค์ที่จะไม่ให้โจทก์นำรถยนต์ผ่านช่องทางดังกล่าวเพื่อออกสู่ทางพิพาท แต่ต้นมะพร้าวตายไปแล้วโจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่า

ทางพิพาทเป็นทางภารจำยอม และคำขอบังคับท้ายฟ้องโจทก์มิได้ขอให้พิพากษาว่า ทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมโจทก์เพียงแต่ขอให้จำเลยทั้งสองถอนเสาไม้แก่นและต้นมะพร้าวที่จำเลยทั้งสองนำมาปลูกและปักเอาไว้ทั้งหมดออกไปให้พ้นจากช่องทางเข้าออกบ้านโจทก์และทำที่ดินตรงนั้นให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยคดีจึงไม่มีประเด็นว่า ทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมหรือไม่ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในประเด็นว่า ทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมหรือไม่ จึงเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็นไม่ชอบ คงมีปัญหาเพียงว่า การที่จำเลยทั้งสองปลูกต้นมะพร้าวและปักเสาไม้แก่นขวางทางดังกล่าวนั้นเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์และต้องรื้อถอนสิ่งที่ทำไว้นั้นออกไปหรือไม่ ประเด็นนี้แม้ศาลล่างทั้งสองยังมิได้วินิจฉัยว่า แต่ข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์จำเลยเพียงพอแก่การวินิจฉัยแล้ว

ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยไปเลยทีเดียวโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลล่างทั้งสองพิพากษาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243(3) ประกอบกับมาตรา 247 และศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ญาติของนายหาดต่างมีสิทธิใช้ทางพิพาทรวมทั้งโจทก์ด้วยและตรงจุดที่จำเลยทั้งสองทำรั้วปิดกั้นได้เปิดเป็นทางให้เดินผ่านกันมานานและเป็นจุดที่ที่ดินส่วนของโจทก์ต่อเชื่อมกับทางพิพาท ตามภาพถ่ายภาพที่ 24 ถึง 27 ที่โจทก์ส่งในวันเดินเผชิญสืบ จำเลยทั้งสองปิดกั้นเป็นรั้วไม่ให้โจทก์และบริวารเข้าออกจึงเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ โจทก์มีสิทธิฟ้องบังคับให้รื้อถอนรั้วที่จำเลยทั้งสองปิดกั้นนั้นออกเสียได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม มั่งมีดี · สันติ ทักราล · สวรรค์ ศักดารักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 471/2562

จำเลยให้การว่าจำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยระบุเหตุเลิกสัญญาตามข้อ 7 ข้อ 13 และข้อ 14 ไว้ด้วย ชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาให้บริการพื้นที่โดยชอบด้วยกฎหมายห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2765/2559

ตามคำฟ้องเป็นการกล่าวอ้างให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าการงานที่โจทก์ได้ทำไปแล้วในฐานะที่จำเลยเป็นคู่สัญญากับโจทก์ ส่วนที่โจทก์บรรยายคำฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นผู้รับจ้างบริหารจัดการเรือ อ. จากเจ้าของเรือทำสัญญาว…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2555 (เลขอ้างอิง 554419)

แม้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 6 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 14 และที่ 15 ไม่ได้เข้าร่วมประชุมในการประชุมของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า แต่คดีนี้เป็นคดีที่โจทก์ทั้งสามสำนวนในฐานะผู้ร้องขอต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8867/2554

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยพูดชักชวนผู้เสียหายให้ไปร่วมประเวณีกับ อ. แต่พิพากษายกฟ้องเพราะเห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่ครบองค์ประกอบความผิด โจทก์อุทธรณ์ จำเลยกล่าวแก้อุทธรณ์ว่าจำเลยมิได้พูดชัก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7742/2554

จำเลยให้การว่า จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทเพราะผู้ร้องสอดซึ่งเป็นบิดายกให้และจำเลยได้ครอบครองทำประโยชน์ตลอดมา ส่วนผู้ร้องสอดร้องสอดว่า ครอบครองที่ดินพิพาทเพราะบิดายกให้ ผู้ร้องสอดทำประโยชน์ตลอดมาและแบ่งท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้